ART & CULTURE

‘ถัก ปัก ร้อย’ กู้วิกฤตเศรษฐกิจ ลดความรุนแรงในครอบครัว

บางคนอาจคิดว่างานศิลปะ เป็นเพียงงานอดิเรก เป็นเพียงงานที่มีคุณค่าทางจิตใจ ไม่ได้มีมูลค่าทางเศรษฐกิจมากนัก แต่ในความเป็นจริงแล้ว หากได้รับการสนับสนุน และพัฒนาให้ถูกทาง เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจ และยุคสมัย ศิลปะ ก็สามารถเป็นทางออกให้กับผู้คน ชุมชน และสังคมได้เช่นกัน ซึ่ง ‘สไบมอญ’ เป็นหนึ่งในตัวอย่างคุณูปการของงานศิลปะ วัฒนธรรม ที่ถักร้อยชีวิต เศรษฐกิจ และผู้คนที่ปทุมธานีเข้าไว้ด้วยกัน 

‘สไบมอญ’ เป็นผ้าพาดบ่า ที่คนไทยเชื้อสายมอญ (และชาวไทยพุทธ) ห่มไปในงานสำคัญๆ อย่างงานแต่งงาน และงานบุญต่างๆ ที่ชาวปทุมธานี เห็นจนชินตา ลวดลายที่ปรากฏในสไบมอญ ไม่เพียงแต่มีอัตลักษณ์ และสวยงาม แต่ยังได้แฝงเรื่องราวต่างๆ และภูมิปัญญาที่สืบทอดต่อกันมาช้านานอีกด้วย 

สีสันและลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ไม่ว่าจะเป็นลายดอกมะเขือ ลายดาวล้อมเดือน ลายหงษ์ ลายดอกบัว ฯลฯ ล้วนดึงดูดความสนใจและสะดุดตาทุกครั้งเมื่อพบเห็น และในวันนี้นอกจากความงดงามเมื่อยามพบเห็นแล้ว สไบมอญ กำลังสร้างรอยยิ้ม สร้างโอกาส ผ่านโครงการยกระดับกลุ่มสตรีสร้างโอกาสผ่านการพัฒนาสไบมอญสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ จังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็นโครงการที่จัดขึ้นโดยการสนับสนุนของทุนพัฒนาอาชีพและนวัตกรรมที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เพื่อสร้างโอกาสและสร้างอาชีพให้กับคนในชุมชนผ่านการอบรมเรียนรู้เรื่องการปักสไบมอญ ซึ่งเป็นวัฒนธรรมท้องถิ่นของชาวไทยเชื้อสายมอญ

วรรธนสกล รักปทุม ผู้รับผิดชอบโครงการฯ เล่าว่า นอกจากสไบมอญ จะเป็นการสืบสานวัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ผ่านมือคนรุ่นแล้วเล่าจวบจนปัจจุบัน เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจแล้ว ยังเป็นการลดความรุนแรงในครอบครัวอีกด้วย โดยโครงการนี้มาจากความต้องการสร้างกลุ่มที่เข้มแข็งให้เกิดขึ้นภายในชุมชน โดยใช้วัฒนธรรมเป็นตัวกลางในการเชื่อมคนในชุมชนเข้าด้วยกัน ก่อนจะผลักดันให้กลายเป็นกลุ่มอาชีพทางวัฒนธรรมที่สำคัญในระดับจังหวัด ซึ่งกลุ่มอาชีพนี้จะเป็นโอกาสหนึ่งที่ช่วยลดจำนวนผู้ว่างงาน แรงงานนอกระบบ และคนจนในชุมชนให้น้อยลง

เราพบข้อมูลชุดหนึ่งซึ่งเป็นตัวเลขความรุนแรงในครอบครัวของผู้หญิงในจังหวัดปทุมธานีจำนวนไม่น้อย สาเหตุทั้งความหึงหวง ฐานะเศรษฐกิจในครอบครัว การว่างงาน จึงคิดว่าโครงการนี้ของ กสศ. จะเข้ามาหนุนเสริมความเปลี่ยนแปลงให้กับผู้เข้าร่วมโครงการซึ่งเป็นหญิงในชุมชน มีอายุระหว่าง 24-70 ปี ที่บางคนเวียนอยู่กับวงจรความรุนแรง จำนวนกว่า 100 คน  ในพื้นที่นำร่องอำเภอสามโคก และอำเภอเมือง ให้ได้รับโอกาสอบรมเรียนรู้การทำผ้าสไบมอญให้มีทักษะติดตัวประกอบอาชีพในอนาคต ผ่านการถ่ายทอดความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ และยังเสริมความรู้ด้านสื่อดิจิตอลขั้นพื้นฐาน การวางแผนทำธุรกิจผ่านช่องทางออนไลน์ และการทำบัญชีครัวเรือนอย่างถูกต้องอีกด้วย

ที่ทำให้เราประทับใจคือ แววตาพวกเขามีความหวังขึ้น เราเข้าไปเปลี่ยนแปลง Mind set คนกลุ่มนี้ เปิดพื้นที่ให้แสดงออก เพิ่มคุณค่าในตัวตน มีเพื่อน สังคม และรู้จักคุณค่าในชีวิตมากขึ้น

นอกจากนี้ โครงการยังได้รับความร่วมมือจาก ผู้ใหญ่บ้าน ชุมชน จังหวัด เข้ามาช่วยสอดส่องดูแลลูกบ้านให้ ลดปัญหาความหึงหวง ความไม่เข้าใจ หรือไม่ไว้วางใจในครอบครัว พร้อมกันนี้ยังทำให้ผู้นำชุมชนแต่ละพื้นที่เกิดความสนิทสนม ชุมชนแข็งแรง ลดปัญหาอาชญากรรมลงอีกด้วย

ปัจจุบัน โครงการกำลังพัฒนาช่องทางการกระจายสินค้าเพื่อให้กลุ่มเป้าหมายของเราทุกคนได้ผลิตสินค้ามาออกจำหน่ายเกิดเป็นรายได้อย่างแท้จริง ตอนนี้เรากำลังพัฒนาทำถุงผ้า ผ้าคลุมโต๊ะ หน้ากากอนามัย ฯลฯ รวมถึงนิทรรศการการเรียนรู้การทำสไบมอญ เพื่อให้ผู้สนใจได้ศึกษาเรียนรู้และเข้าใจในอัตลักษณ์ของสไบมอญอย่างแท้จริง

“จังหวัดปทุมธานีถือเป็นแนวร่วมสำคัญที่ได้เข้ามาสนับสนุนการทำงานของโครงการให้เกิดเป็นรูปธรรมมากขึ้น ภายใต้การสนับสนุนจาก กสศ. ที่เล็งเห็นการให้โอกาสกับกลุ่มเป้าหมายต่อการเสริมสร้างศักยภาพการพัฒนาตนเองให้มีความรู้สำหรับประกอบอาชีพในอนาคตได้ โดยไม่จำเป็นต้องทำสไบมอญเพียงอย่างเดียว แต่สามารถประกอบอาชีพอื่นได้ภายใต้ความรู้ที่มี”

จากสไบมอญสู่การช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายทำให้วันนี้เราเริ่มเห็นรอยยิ้มคนชุมชน ผู้คนในละแวกนั้นกลับมางดงามอีกครั้ง หรือแม้แต่ความรุนแรงในครอบครัวที่หลายคนเผชิญวันนี้พวกเขาไม่ถูกทอดทิ้ง และกำลังได้รับการฟูมฝักอย่างดี ผ่านขั้นตอนบ่มเพาะที่สร้างชีวิตด้วยตัวของตัวเอง และเมื่อสังคมดี ครอบครัวดี เศรษฐกิจดี ย่อมนำไปสู่การสนับสนุนด้านการศึกษา ลดปัญหาเด็กที่ต้องออกนอกระบบการศึกษาเนื่องจากสภาวะทางเศรษฐกิจได้อีกด้วย

Related Posts