BUSINESS

เผยทิศทางนโยบายพลังงานปี 64 ตั้งเป้ากระตุ้นเศรษฐกิจได้กว่า 1.2 แสนล้าน

กระทรวงพลังงาน เผยทิศทางนโยบายด้านพลังงานปี 2564 เน้น 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ การสร้างพลังงานเข้มแข็ง การขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก และส่งเสริมการลงทุนพลังงานสะอาด พร้อมทั้งต่อยอดการดำเนินงานของปี 2563 ในการให้การช่วยเหลือภาคประชาชน และธุรกิจในการกระตุ้นเศรษฐกิจ สู้ภัยโรคระบาดโควิด-19 โดยตั้งเป้าจะใช้พลังงานผลักดันกระตุ้นเศรษฐกิจให้ได้กว่า 1.2 แสนล้านบาทในปี 2564 ด้วย

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ในปี 2564 ประเทศไทย และประเทศอื่นๆ ทั่วโลกยังคงต้องเผชิญกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 รวมถึงผลกระทบด้านเศรษฐกิจ หรือการถดถอยทางเศรษฐกิจจากสถานการณ์โรคระบาดในครั้งนี้ กระทรวงพลังงานจึงได้กำหนดทิศทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนโยบายพลังงาน โดยมุ่งเน้นที่การกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ และต่อยอดนโยบายของปี 2563 ที่ประสบความสำเร็จ อันได้แก่ นโยบายขับเคลื่อนพลังงานไทยใน 3 ด้านหลัก ได้แก่

1.การสร้างพลังงานเข้มแข็ง โดยกระทรวงแรงงานเตรียมจะเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบแผนพลังงานแห่งชาติ เพื่อเป็นกรอบการพัฒนาของภาครัฐและเป็นกรอบการลงทุนที่ชัดเจนของภาคเอกชน ผลักดันความชัดเจนเรื่องลดการสำรองไฟฟ้า เดินหน้าส่งเสริมแข่งขันเปิดเสรีกิจการก๊าซธรรมชาติและไฟฟ้า กำหนดเป้าหมายขับเคลื่อน EV เพื่อกระตุ้นการลงทุน รวมถึงเตรียมความพร้อมการเปิดประมูลสิทธิการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรอบที่ 23 การเจรจาพื้นที่ทับซ้อนไทยกัมพูชา (OCA) และกำหนดการส่งเสริมการลงทุนปิโตรเลียมระยะที่ 4 ในพื้นที่ EEC

2.การขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก กระทรวงพลังงานเตรียมกระตุ้นยอดขาย B10 และกำหนดให้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 เป็นน้ำมันเบนซินหลัก โดยผลักดันให้โรงกลั่นผลิต G-base ได้ตามมาตรฐานภายในช่วงครึ่งแรกของปี 2564 และร่วมขับเคลื่อนโครงการชุมชนทั่วประเทศร่วมกับกระทรวงมหาดไทย

3.การส่งเสริมการลงทุนพลังงานสะอาด โดยจะเร่งรัดการลงทุนโรงไฟฟ้าชุมชนนำร่อง 150 เมกะวัตต์ ส่งเสริมกระตุ้นการลงทุนโรงไฟฟ้าขยะ ส่งเสริมการใช้โซลาร์รูฟท็อปให้เติบโต 100 เมกะวัตต์ ริเริ่ม ESCO ภาครัฐเพื่อลดใช้พลังงานในหน่วยงานภาครัฐ ตลอดจนส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนผ่านกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานให้เกิดการลงทุน

จากนโยบายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนโยบายพลังงานทั้ง 3 ด้าน คาดว่า จะสามารถสร้างเม็ดเงินลงทุนให้เกิดขึ้นกับเศรษฐกิจของประเทศประมาณ 127,932 ล้านบาท ในปี 2564 นี้

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ยังได้เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานของกระทรวงพลังงานในปี 2563 ว่า การดำเนินงานหลักๆ ได้มุ่งเน้นการดำเนินมาตรการบรรเทาผลกระทบด้านพลังงานจากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ทั้งภาคประชาชนและภาคธุรกิจ โดยมาตรการลดรายจ่ายประชาชนในช่วงโควิด เช่น การลดค่าไฟฟ้า LPG NGV ฯลฯ รวมมูลค่า 49,836 ล้านบาท ส่วนการสร้างรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับประเทศ ซึ่งสามารถจัดเก็บรายได้จากการประกอบกิจการปิโตรเลียมเข้าภาครัฐ 129,932 ล้านบาท เกิดการจ้างแรงงานท้องถิ่น ทั้งยังกำหนดให้ B10 เป็นน้ำมันดีเซลเกรดมาตรฐานครั้งแรกของประเทศช่วยยกระดับชีวิตเกษตรกรชาวสวนปาล์ม ขับเคลื่อนพลังงานชุมชน สร้างชุมชนต้นแบบลดใช้พลังงาน ซึ่งทั้งมาตรการช่วยเหลือและสร้างรายได้ คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 1.79 แสนล้านบาท

Related Posts