AROUND THAILAND

เตือน! ลอยกระทงอย่างปลอดภัย เน้นเฝ้าระวัง “น้ำและไฟ”

ผอ.สำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุเตือน! ลอยกระทงอย่างปลอดภัย เน้นเฝ้าระวัง “น้ำและไฟ” เผยวัยรุ่นต่ำว่า 20 ปี ดื่มน้ำเมา และขับขี่มอเตอร์ไซต์เสี่ยงการเสียชีวิตวันลอยประทีปร้อยละ 80

การลอยกระทงที่ปลอดภัยถือได้ว่า เป็นส่วนสำคัญในการขอขมาพระแม่คงคาอย่างถูกต้อง และทำให้คนไทยมีความสุขในคืนวันพระจันทร์เต็มตัว ล่าสุด นายพรหมมินทร์ กัณธิยะ ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ ได้ให้ข้อมูลในการลอยกระทงที่ถูกต้องและปลอดภัย โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางอย่าง เด็ก ผู้สูงอายุ รวมถึงวัยรุ่นที่อายุต่ำกว่า 20 ปี ที่ต้องเน้นเฝ้าระวังเรื่อง “น้ำ และไฟ” ที่เป็นสาเหตุของอันตรายถึงชีวิต ในบริเวณที่จัดงาน ซึ่งผู้จัดงานต้องเข้มงวดในการเตรียมสถานที่ในประเด็นดังกล่าว พร้อมเตือนวัยรุ่นอายุต่ำกว่า 20 ปี งดดื่มสุราและขับขี่ยวดยานพาหนะ เนื่องจากเป็นสาเหตุของการเสียชีวิต ไม่ต่ำกว่า 100 รายในคืนแห่งเทศกาลเฉลิมฉลองดังกล่าว

นายพรหมมินทร์ กัณธิยะ กล่าวว่า “ ปัจจุบันท้องถิ่นได้รับคำสั่งส่วนกลาง ในการเตรียมความพร้อม เรื่องการจัดงานวันลอยกระทงที่แบ่งออกเป็น 4 มาตรการหลักๆ เช่น นโยบายเรื่องความระมัดระวัง ในการเพิ่มกำลังคน หรือเจ้าหน้าที่ในการดูแลความสงบเรียบร้อยในพื้นที่จัดงาน ส่วนหนึ่งสืบเนื่องจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่ประเทศเกาหลีใต้ ซึงทำให้หลายหน่วยงานตื่นตัวเรื่องความปลอดภัย ในการจัดงานวันลอยกระทงที่ถูกต้องและเหมาะสม แต่ทั้งนี้สิ่งที่อยากฝากเตือนหลักๆ ในเรื่องการจัดงานลอยกระทงอย่างปลอดภัย ประเด็นแรกคือ “เรื่องน้ำ” เพราะตอนนี้มีหลายจังหวัดที่ประสบปัญหากับน้ำหลาก หรือบางจังหวัดยังมีน้ำท่วมสูงอยู่ ดังนั้นการจัดงานลอยกระทงในพื้นที่ดังกล่าว จำเป็นต้องมีเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำกับกลุ่มเปราะบาง เพื่อความปลอดภัย เช่น ผู้สูงอายุ และเด็กเล็ก กรณีที่ริมแม่น้ำมีความลื่นหรือมีความชัน ซึ่งเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้มและจมน้ำ หรือควรมีเจ้าหน้าที่ คอยแนะนำทางขึ้นทางลงที่ปลอดภัย ขณะเดินไปลอยกระทงอย่างชัดเจน นอกจากนี้จำเป็นต้องมีการบริหารจัดการโป๊ะ หรือท่าเรือสำหรับลอยกระทง ที่แข็งแรงและจำกัดจำนวนของผู้ลอยกระทงได้อย่างเหมาะสม เช่น จัดให้มีเจ้าหน้าคอยกำหนด จำนวนคนให้เข้ามาในบริเวณริมแม่น้ำได้จำนวน 50 คน หรือ 100 คน เพื่อป้องกันท่าเรือหรือโป๊ะล่ม เป็นต้น

นอกนี้ประเด็น “เรื่องไฟ” ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ทางผู้จัดงานลอยกระทง ต้องให้ความสำคัญมากเช่นเดียวกัน เพราะเทศกาลลอยกระทงจะต้องมีเรื่องไฟมาเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะไฟประดับสถานที่ หรือการจุดไฟ โคมไฟเพื่อเฉลิมฉลอง โดยมีการใช้น้ำมันในการจุด ดังนั้นต้องเพิ่มความระมัดระวังในการจุดไฟ หรือแม้แต่สายไฟที่ใช้ประดับสถานที่จัดงาน แนะนำว่าไม่ควรใช้เทปกาวพันรอบๆสายไฟ เพราะเสี่ยงต่อการที่สายไฟถูกน้ำ และทำให้เกิดไฟช็อตไฟดูดผู้มาร่วมงาน อันเนื่องจากสายไฟที่ไม่เรียบร้อยวางลงบนพื้นดิน หรือพาดบริเวณที่เสี่ยงต่อเด็กและผู้สูงวัยมาสัมผัสสายไฟดังกล่าว นอกจากนี้ให้เลี่ยงการการพ่วงปลั๊กไฟประดับจำนวนมาก บนรางปลั๊กอันเดียวกัน เพราะเสี่ยงต่อการถูกน้ำและไฟซ็อตผู้ที่เดินผ่านไปมาได้เช่นกัน รวมถึงการวางกระถางธูปเทียนที่จัดตั้งไว้ในงานลอยกระทง ต้องวางในที่ปลอดภัย เพื่อป้องกันการหล่นจากที่สูง มาถูกผู้มาเที่ยวงานได้รับบาดเจ็บ

อีกหนึ่งเรื่องการระวังการเล่นจุดประทัด และดอกไม้ไฟ ที่ผู้จัดงานควรจะจัดให้มีเจ้าหน้าที่ แนะนำสถานที่เล่นให้เหมาะสม เช่น

1.กำหนดสถานที่เล่นที่ปลอดภัย ห่างไกลจากจุดที่มีผู้คนพลุกพล่าน

2.อุปกรณ์การละเล่นอะไรที่เล่นได้หรือไม่ได้ ก็ควรตัดป้ายบอกอย่างชัดเจน เพราะจากการสำรวจข้อมูลเราพบว่า เด็กวัยรุ่นอายุระหว่าง 15-29 ปีซึ่งถือเป็นวัยคะนอง มักได้รับอันตรายจากเล่นจุดประทัด หรือพลุมากที่สุด และมักมาด้วยอาการบาดแผลฉีกขาดรุ่งริ่ง ทำให้แพทย์จำเป็นต้องตัดอวัยวะทิ้ง ดังนั้นจึงอยากฝากเตือนวัยรุ่นในเรื่องนี้ด้วย

ที่ไม่เตือนวัยรุ่นไม่ได้คือปัญหาของการดื่มสุรา และขับขี่มอเตอร์ไซต์ก่อนออกมาเที่ยวงานลอยกระทง จากการสำรวจข้อมูลพบว่า วัยรุ่นอายุช่วง 15-29 ปี ร้อยละ 80 ปี เสียชีวิตจากการดื่มแอลกอฮอล์และขับขี่ พูดง่ายๆว่าถ้าดื่มสุราและขี่มอเตอร์ไซต์รวมถึงมีการแสดงดนตรี อย่างน้อยๆก็จะต้องเกิดปัญหาตามมา ซึ่งสุดท้ายแล้วมักจะจบด้วยการเสียชีวิต เป็นต้นว่า ดื่มสุราและขับขี่อาจทำให้เกิดอุบัตเหตุรถชน หรือเกิดการทะเลาะวิวาทกับผู้อื่นหน้าเวที เป็นต้น ดังนั้นจึงอยากฝากไปยังลูกหลานวัยรุ่นว่า ควรเชื่อฟังคำเตือนจากผู้ใหญ่ เพราะเป็นคำเตือนที่มาจากประสบการณ์ หรือควรมีการพูดคุยกันอยู่สม่ำเสมอระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่ เพื่อเป็นการให้สติกับลูกหลาน โดยสรุปนั้นการลอยกระทงอย่างปลอดภัยประกอบด้วย

1.ร่างกายและจิตใจต้องพร้อม และไม่ควรออกไปลอยกระทงหลังจากดื่มสุรา หรือมีความโกธรแค้นเพื่อป้องกันการทะเลาะวิวาท

2.ควรพักผ่อนอย่างเพียงพอ

3.ผู้ปกครองต้องไม่ละเลยบุตรหลานที่อายุต่ำกว่า 20 ปี ควรจะมีการพูดคุยซักถาม หรือตักเตือนให้ลูกหลานเที่ยวงานลอยกระทงอย่างปลอดภัย ผ่านคำพูดที่แสดงถึงความห่วงใยและให้สติ

ส่วนประเด็นที่ว่าการเที่ยวงานลอยกระทงนั้น มีโอกาสที่ประชาชนจะเกิดเหตุการณ์ล้มทับกันเสียชีวิต เหมือนเช่นประเทศเกาหลีหรือไม่นั้น ต้องบอกว่ามีโอกาสเกิดขึ้นน้อย แต่ก็ประมาทไม่ได้เช่นกัน เพราะบ้านเราค่อนข้างจัดงานในพื้นที่โล่ง ซึ่งต่างจากประเทศเกาหลีที่จัดงานในที่แคบ ซึ่งสาเหตุของโศกนาฎกรรมที่ผ่านมา ดังนั้นจึงขอให้เน้นเรื่องความปลอดภัยด้าน “น้ำและไฟ” ก็จะช่วยให้คนไทยลอยกระทงอย่างมีความสุข”

Related Posts

Send this to a friend