นายกฯ จวกสื่อ “ไร้ความรู้ นั่งเทียนเขียนมโน” ปมโยงบริษัทยักษ์ใหญ่โซลาร์ภาคประชาชน
นายกฯ จวกสื่อ “ไร้ความรู้ นั่งเทียนเขียนมโน” ปมโยงบริษัทยักษ์ใหญ่โซลาร์ภาคประชาชน บอก “รับงานใครมาก็ไม่รู้ ขอให้เป็นมืออาชีพ” ลั่น “คุณมีข้อมูล ผมก็มีข้อมูล” ย้ำเกลียดล็อกสเปก เคยถูกกระทำสมัยอยู่เอกชน ขู่เอาคืนหากพบกลั่นแกล้งผู้ประกอบการสุจริต เปิดช่องรายเล็กร้องเรียนหากไม่ได้รับความเป็นธรรม
วันนี้ (27 ต.ค. 69) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่สื่อมวลชนบางแห่งเปิดเผยรายชื่อผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนไว้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) หรือการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ติดตั้งโซลาร์ภาคประชาชน โดยมีชื่อบริษัทยักษ์ใหญ่หลายบริษัทรวมถึงบริษัทซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ด้วยนั้น โดยนายกรัฐมนตรีย้อนถามว่า “ใครวิพากษ์วิจารณ์ต้องขอถามตรงนี้ก่อน”
ผู้สื่อข่าวจึงตอบว่ามีสื่อมาเปิดเผยข้อมูล นายกรัฐมนตรีย้อนถามอีกว่าสื่อไหน ผู้สื่อข่าวจึงตอบว่าก็มีหลายสื่อที่แชร์ ๆ กัน
นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่าก็เหมือนที่ตนพูดว่าจับข้อมูลทางนั้นทางนี้ทีแล้วมานั่งเทียนมโน ซึ่งรายชื่อบริษัทตนได้ไปสอบถาม กฟภ.และ กฟน. ซึ่งในเรื่องนี้ตนไม่ได้ว่าสื่อทั้งหมด แต่หมายถึงสื่อที่ตั้งใจจะหาเรื่องไปเอาบัญชีรายชื่อผู้ขายหรือผู้รับจ้างที่ผ่านการคัดเลือกหรือ Vendor List ออกมาทั้งหมด ถ้าเขามีสติปัญญาเพียงพอคือเขาไปเน้นบริษัทใหญ่ ๆ ซึ่งบริษัทขนาดใหญ่จะไปรับจ้างติดโซลาร์รูฟบ้านละ 2 แผ่นจะไปทำได้อย่างไร แต่ Vendor List หาก กฟภ.และ กฟน.ต้องการมีประมูลทำโครงการโซลาร์ฟาร์มเป็นร้อย ๆ เมกะวัตต์ เขาก็เป็น Vendor List เหมือนกรมทางหลวงที่มี Vendor List ขึ้นทะเบียนบริษัทเป็นระดับชั้น ซึ่งไม่ได้หมายถึงว่าทุกบริษัทจะได้งาน ซึ่งพอเขาเห็นชื่อบริษัทกัลฟ์ ซิโน-ไทยฯ เขาพูดถึงแต่พอชื่อเล็ก ๆ ไม่พูดถึงชื่อใหญ่ ๆ ก็นั่งเทียนกันไปรับงานใครมาก็ไม่รู้ ก็ใช้นิสัยแบบนี้ทำมาหากินแบบนี้ไม่ได้หรอก
“เดี๋ยวนี้คุณมีข้อมูลผมก็มีข้อมูล จะมาหลอกพี่น้องประชาชนแบบนี้ไม่ได้ ขอให้มีความเป็นมืออาชีพ เป็นสื่อมวลชนต้องสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องให้กับประชาชน ไม่ใช่ไปเขียนโดยปราศจากความรู้และความรอบรู้ต่าง ๆ” นายกรัฐมนตรีกล่าว
เมื่อถามว่ามีผู้ประกอบการรายเล็กแสดงความคิดเห็นว่าการกำหนดเกณฑ์เข้าร่วมโครงการเหมือนเป็นการเอื้อให้บริษัทใหญ่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่ารัฐบาลพูดแล้วว่าทุกอย่างต้องมีความเป็นธรรมเที่ยงธรรมและกำหนดคุณสมบัติต่าง ๆ ให้มีความยุติธรรม จะมาพูดว่ารายเล็กอ้างว่ากำหนดคุณสมบัติให้บริษัทใหญ่ รายเล็กคือใครและทำไมเขาถึงทำไม่ได้ เขายังมีช่องทางยื่นร้องเรียนหรือยื่นอุทธรณ์ ซึ่งไม่มีปัญหาเราพร้อมรับฟังทุก ๆ ฝ่าย แต่เรื่องนี้เป็นการติดตั้งพลังงานไฟฟ้าและระบบไฟฟ้าภายในครัวเรือน เราต้องมั่นใจว่าคนที่มาติดตั้งจะมีมาตรฐาน รวมถึงอุปกรณ์ที่ต้องมีมาตรฐาน ถ้าร้อนนิดหน่อยเดี๋ยวก็ไฟลุกไฟไหม้แบบนี้ยุ่งตายเลย ดังนั้นคนที่จะมาทำให้ต้องผ่านมาตรฐาน ซึ่งเป็นมาตรฐานทั่วไปของหน่วยงานราชการที่กำหนดไว้ ไม่ใช่แค่เฉพาะมาตรฐานของ กฟภ.และ กฟน.
นายกรัฐมนตรีระบุต่อว่าหากเห็นว่าตรงไหนไม่เป็นธรรมไม่ยุติธรรมยังมีช่องทางอีกมาก เช่น การแจ้งต่อกรมบัญชีกลาง ร้องเรียนไปยังหน่วยงานต้นสังกัด หรือถ้าดูแล้วส่อทุจริตก็ไปร้องต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ทีเรื่องอื่นเห็นไปกันง่าย ๆ แต่เรื่องนี้ไปไม่ถูก ยืนยันว่าเราพร้อมอยู่แล้ว
“ผมให้คำยืนยันและพูดไปแล้วในหน่วยงานกระทรวงมหาดไทยตั้งแต่ผมเข้ามาเป็น มท.1 ว่าเรื่องวางสเปกกำหนดสเปกต้องไม่มี เพราะผมเคยเห็นคนที่โดนแบบนี้มาและผมก็ไม่ชอบ ดังนั้นใครจะมากำหนดสเปกเอื้อใครไม่ผ่านผมหรอก ขอให้มีความมั่นใจ ผมเกลียดตรงนี้อยู่แล้ว ผมจึงมาอยู่ตรงนี้เพื่อมาแก้ในสิ่งที่ผมเกลียด ผมเคยโดนมาสมัยอยู่ภาคเอกชน แต่ถ้าถามว่าผมจะมาเอาคืนหรือไม่ ถ้าเป็นเรื่องทุจริต การกลั่นแกล้งผู้ประกอบการและคนที่ทำมาหากินโดยสุจริต ผมเอาคืนแน่เพราะผมเคยถูกกระทำมาก่อน วันนี้ผมมากำกับดูแลทั้งนโยบาย สั่งการและดำเนินการ ผมไม่ให้เกิดขึ้นหรอก” นายกรัฐมนตรีกล่าว
เมื่อถามว่าการกำหนดคุณสมบัติผู้รับงานให้รัดกุมขนาดนี้เพื่อป้องกันการทิ้งงานหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่าบริษัททิ้งงานก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่การกำหนดคุณสมบัติเหล่านี้เจ้าใดเจ้าหนึ่งจะมาทำให้ 1 ล้านครัวเรือนได้ซึ่งเป็นไปไม่ได้ ซึ่งตนยังไม่ทราบและยังไม่เห็นข้อกำหนด และเชื่อว่าผู้ว่าฯ กฟภ.และผู้ว่าฯ กฟน.เคยเห็นตนปฏิบัติต่ออดีตผู้ว่าการทั้งสองหน่วยงานสมัยที่ตนเป็น มท.1 ใหม่ ๆ ที่ขณะนั้นยังไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี มีเรื่องไม่ค่อยดีพรรค์นี้เกิดขึ้นตนก็ดำเนินการให้ทุกอย่างเรียบร้อย เกิดความถูกต้องทุกอย่าง เรียกประโยชน์ที่รัฐจะสูญเสียกลับคืนมาอย่างชัดเจนและดำเนินการในอีกหลาย ๆ เรื่อง บางเรื่องอยู่ที่ชั้นศาลจึงไม่ต้องกังวล ส่วนจะกล่าวหาอะไรตนก็กล่าวหาไปตนพร้อมพิสูจน์ แต่อย่ากล่าวหาเรื่องสเปกเพราะตนรู้เรื่องนี้ดีและไม่ต้องไปถามใคร ตนรู้วิธีการรู้ทางทีไล่ของพวกเขา เรื่องแบบนี้ผ่านตนยากในหน่วยงานที่ตนกำกับดูแล ส่วนหน่วยงานที่ตนไม่ได้กำกับโดยตรงก็ไม่ต้องกังวล ใครที่เห็นว่ามีการเอื้อประโยชน์กับผู้ประกอบการรายใดรายหนึ่งให้แจ้งมาได้เลย ตนพร้อมให้ความเป็นธรรมเพราะตนไม่เอาด้วยกับเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว














