โฆษกรัฐบาลซัด ปชป. แย่งซีนซักฟอก ชี้การเมืองไม่ควรหยาบคาย
โฆษกรัฐบาลซัด ปชป. แย่งซีนซักฟอกปม ‘โง่–ห่วย–เลว’ จี้ ย้อนดูตัวเอง ชี้การเมืองไม่ควรใช้ถ้อยคำหยาบคาย
วันนี้ (16 ต.ค. 69) ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ นางการดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงการเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลภายใต้ประเด็น ‘โง่–ห่วย–เลว’ ว่า ขณะนี้ประเทศไทยกำลังเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับโลกระหว่างผู้ว่าการธนาคารกลางและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แต่กลับมีข่าวที่เป็นวาทกรรมทางการเมืองออกมา จึงขอตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการแย่งซีนกันเองระหว่างพรรคฝ่ายค้านหรือไม่
นายเอกภพระบุว่า ที่ผ่านมาพรรคประชาชนมีมติที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมติดังกล่าวก็ดูบันเทิงดี แต่เมื่อมติออกมาแล้ว กระแสสังคมกลับดูเหมือนจะส่องแสงไปไม่ถึงพรรคประชาธิปัตย์มากพอ การออกมาพูดในลักษณะนี้จึงอาจเป็นเพราะต้องการเรียกกระแสความสนใจ
นายเอกภพกล่าวต่อว่า หากจะพูดคุยกันด้วยเหตุและผล เพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนในสภาผู้แทนราษฎร ก็ไม่จำเป็นต้องใช้คำหยาบคายหรือกล่าวหาว่าใครโง่ เพราะการวัดความฉลาดในทางการแพทย์ไม่สามารถดูจากระดับสติปัญญา (IQ) เพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาทั้งความฉลาดทางอารมณ์ (EQ), ความฉลาดทางศีลธรรม (MQ) และความสามารถด้านอื่น ๆ อีกหลายด้าน การตีตราผู้อื่นว่าโง่จึงเป็นการกล่าวหาที่ไม่เหมาะสม และควรย้อนมองพิจารณาตัวเองด้วย
“ส่วนคำว่า ‘ห่วย’ ก็ไม่แน่ใจว่าใช้เกณฑ์อะไรเป็นตัวชี้วัด เพราะเมื่อพิจารณาผลงานของพรรคการเมืองที่เป็นผู้กล่าว ก็ต้องถามกลับเช่นกันว่าที่ผ่านมามีผลงานดีหรือห่วย ส่วนคำว่า ‘เลว’ นั้นขึ้นอยู่กับดุลยพินิจ แต่การกล่าวหาคนอื่นว่าชั่ว โง่ ห่วย หรือเลว ต้องย้อนกลับมาพิจารณาตัวเองให้ดี เพราะการชี้นิ้วไปที่คนอื่น 1 นิ้ว ยังมีอีก 4 นิ้วชี้กลับมาที่ตัวเอง”
นายเอกภพมองว่า เรื่องนี้เป็นเพียงสีสันทางการเมือง หรือ ‘บันเทิงธิปไตย’ ที่ฝ่ายค้านกำลังแย่งซีนกันด้วยการใช้ถ้อยคำรุนแรงและหยาบคาย พร้อมฝากถึงประชาชนว่า หากต้องการเห็นมาตรฐานการเมืองเช่นนี้ พรรคประชาธิปัตย์ก็ต้องรับผิดชอบ เพราะที่ผ่านมาพยายามสร้างภาพลักษณ์ให้ตัวเองเป็นคนดีมาโดยตลอด แต่เมื่อทำตัวเป็นคนดีไม่ได้ กลับกลายเป็นคนหยาบคาย พร้อมท้าทายให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินเองว่า ต้องการการเมืองในรูปแบบนี้หรือไม่
ส่วนกรณีที่ตั้งหัวข้ออภิปรายว่ารัฐบาล ‘ห่วย’ นั้น นายเอกภพระบุว่า ต้องรอฟังฝ่ายค้านว่าจะหยิบยกเรื่องใดขึ้นมาตั้งคำถาม และรัฐบาลห่วยอย่างไร พร้อมยกตัวอย่างการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้ว่าการการเงินระดับโลก ซึ่งนายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังได้กล่าวชื่นชมว่ารัฐบาลดำเนินการได้เป็นอย่างดี
นอกจากนี้ นายเอกภพยังระบุด้วยว่า รัฐบาลมีผลงานเชิงประจักษ์หลายด้าน ทั้งการปราบปรามมิจฉาชีพออนไลน์ (Scammer) และเครือข่ายนอมินี (Nominee) ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น รวมถึงการเตรียมความพร้อมของประเทศไทยเพื่อเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถและความได้เปรียบในการเจรจากับต่างประเทศ โดยย้ำว่ารัฐบาลมองภาพรวมผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก ไม่ได้มุ่งหวังเพียงการสร้างกระแสข่าวทางการเมืองไปวัน ๆ














