‘ศุภณัฐ’ ตั้งกระทู้ถามกรณีดาต้าเซ็นเตอร์ ชี้อาศัยช่องโหว่ทางกฎหมาย ตั้งกลางเมือง
‘ศุภณัฐ’ ตั้งกระทู้ถามกรณีดาต้าเซ็นเตอร์ ชี้อาศัยช่องโหว่ทางกฎหมาย ตั้งกลางเมือง ไม่ต้องดูตามสีผังเมือง-ทำ EIA หวั่นถูกบีบทำโรงไฟฟ้าโยนภาระค่าไฟให้ ปชช. จี้ รัฐบาล ลอยตัว ไร้การควบคุม ด้าน ‘เอกนัฏ’ เผย สั่งระงับ พร้อมชะลอใบอนุญาต ยัน ให้ความสำคัญ ก่อนยกมติ ครม. ตั้ง คณะกรรมการจัดระเบียบ
วันนี้ (3 ก.ย. 69) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมีวาระพิจารณากระทู้ถามสดด้วยวาจา ซึ่ง นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ตั้งกระทู้ถาม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้มอบหมายให้ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นผู้ตอบกระทู้แทน
นายศุภณัฐ กล่าวว่าตนเองตั้งใจถามนายกรัฐมนตรีเรื่องดาต้าเซ็นเตอร์ เพราะปัญหาที่เกี่ยวข้องกับหลายกระทรวง แต่คาดเดาไว้อยู่แล้วว่านายกรัฐมนตรีจะไม่มาตอบกระทู้ เพราะนายกฯ ไม่เคยให้ความสำคัญกับปัญหาดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งเรื่องนี้มีการแจ้งไปยังนายกรัฐมนตรีตั้งแต่สมัยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเมื่อ 2 ปีที่แล้ว จนถึงวันนี้ยังไม่ได้ดำเนินการอะไรเลย
นายศุภณัฐ ตั้งคำถามถึงการกำกับควบคุมดาต้าเซ็นเตอร์ ประชาชนกังวลเรื่องการใช้ไฟ การใช้น้ำ การคลายความร้อน และการกักเก็บน้ำมันในอาคารเพื่อสำรองปั่นไฟ ซึ่งบางแห่งมีใบอนุญาตถูกต้อง แต่บางแห่งไม่มีใบอนุญาต มีการลักลอบกักเก็บน้ำมัน ปราศจากการดูแลจากหน่วยงาน ตนเองเข้าใจว่าไทยต้องมีดาต้าเซ็นเตอร์ เราไม่ได้ห้ามว่าไม่ควรมี แต่ปัญหาจริง ๆ คือการไร้ศักยภาพของรัฐบาลและกรุงเทพมหานครในการกำกับควบคุม ตรวจสอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ให้ตั้งได้อย่างถูกที่ และดำเนินการอย่างเหมาะสม แต่กลับปล่อยให้มีการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์สะเปะสะปะ ไร้การควบคุม โดยอาศัยช่องโหว่ของกฎหมาย สามารถตั้งอยู่ใจกลางเมือง และเก็บน้ำมันหลายแสนลิตรโดยไม่มีใบอนุญาตได้ ที่ผ่านมารัฐบาลไม่เคยออกระเบียบในการควบคุมดาต้าเซ็นเตอร์เลย
นายศุภณัฐ ระบุว่าตนเองแจ้งปัญหานี้ไปยังนายกรัฐมนตรีตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคม 2567 ในสมัยที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย คือ 1. กฎหมายควบคุมอาคาร ไม่มีการกำหนดนิยามของดาต้าเซ็นเตอร์ ทำให้มีการอ้างว่าเป็นคลังสินค้า ตอนขออนุญาตก่อสร้างทั้งที่รูปแบบกิจการไม่เหมือนกัน จึงควรมีการนิยามดาต้าเซ็นเตอร์ว่าคืออะไร และออกระเบียบกำกับเฉพาะ ทั้งความปลอดภัย การกักเก็บน้ำมัน มาตรฐานการดับเพลิง การวัดอุณหภูมิโดยรอบ โดยเชื่อมโยงข้อมูลจากภาครัฐ
เรื่องผังเมือง โดยจากเอกสารของ กทม. ชี้ว่าดาต้าเซ็นเตอร์ เป็นการที่ไม่อยู่ในข้อกำหนดห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินตามผังเมืองกรุงเทพมหานคร คือดาต้าเซ็นเตอร์ไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็ตามใน กทม. สามารถตั้งได้ ไม่ได้ผิดกฎหมายผังเมือง ทุกสีผังเมืองสร้างได้หมด ซึ่ง กทม. รับทราบเพราะเคยเสนอเรื่องนี้ไปแล้ว
การทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA หรือ Environmental Impact Assessment) ซึ่งดาต้าเซ็นเตอร์ไม่ต้องทำ อาศัยช่องโหว่ทางกฎหมายไม่ว่าจะสร้างใหญ่ขนาดไหนก็ตาม
“ทำไมตั้งแต่ 2 ปีที่แล้วที่นายกรัฐมนตรี ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในขณะนั้น ที่รับเรื่องและรับทราบมาโดยตลอดว่ามีปัญหา แต่ไม่มีการดำเนินการอะไรเลย ต่อจากนี้จะดำเนินการอย่างไรเพื่อให้ควบคุมอย่างเหมาะสม”
นายศุภณัฐ ถามอีกว่าตนเองไม่อยากได้รัฐบาลแบบแมวไล่จับหนู วัวหายล้อมคอก ที่ไปปิดโรงงาน แต่ไม่เน้นการวางโครงสร้างกฎหมายการกำกับระเบียบที่เหมาะสม และท่านเองเคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมที่กำกับ พ.ร.บ. โรงงาน สิ่งที่ตนเองคาดหวังคือจะมีการออกระเบียบเมื่อไร แล้วเสร็จเมื่อไร ทำไมรับข้อเสนอไปแล้วแต่กลับเพิกเฉย ละเลย ไม่ใส่ใจอะไรเลย เพราะไม่มีกฎหมายอะไรออกมาเลยตั้งแต่วันนั้น
ขณะที่ฐานข้อมูลอาคารและโครงการก่อสร้างต่าง ๆ ซึ่งประชาชนเข้าไม่ถึงข้อมูลเลย ทั้งปัจจุบันมีกี่แห่งอยู่ระหว่างการก่อสร้างจำนวนเท่าไร และที่ได้รับใบอนุญาตไปแล้วเท่าไร รวมไปถึงดาต้าเซ็นเตอร์ของหน่วยงานรัฐก็มีจำนวนมาก เพราะการก่อสร้างไม่จำเป็นต้องขออนุญาตกับหน่วยงานท้องถิ่น เป็นข้อมูลที่ถูกปกปิดไว้หมด ดังนั้นจึงควรจะจัดทำแผนข้อมูลอาคารที่สร้างเสร็จแล้ว หรืออยู่ระหว่างการก่อสร้าง ไม่ว่าจะเป็นของรัฐและเอกชน และเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับอาคารเหล่านั้นให้เป็นสาธารณะ ทั้งข้อมูลเบื้องต้น การติดเซ็นเซอร์เสียง เซ็นเซอร์ฝุ่น กล้อง CCTV การเคลื่อนตัวของดิน และอื่น ๆ ซึ่งตนเองเสนอมาเป็นปีแล้ว แต่ก็ยังไม่คืบหน้า พร้อมถามว่าโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ที่มีใบอนุญาตก่อสร้างไปแล้ว และสามารถสร้างที่ไหนก็ได้บนผังเมือง โดยที่ไม่ต้องการจัดทำ EIA แต่ออกใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย จะจัดการและกำกับโครงการเหล่านี้อย่างไร ในเมื่อได้ใบอนุญาตก่อสร้างไปแล้ว และเห็นด้วยหรือไม่กับการจัดทำฐานข้อมูลอาคาร หากเห็นด้วยจะดำเนินการเมื่อไร และจะแล้วเสร็จตอนไหน
“หลายท่านอยู่ใน ครม. ตั้งแต่ปี 2562 ผ่านมาแล้ว 6-7 ปี เพิ่งตื่น แต่ขอบคุณมากครับ ที่ท่านตื่นแล้วขอบคุณ” นายศุภณัฐ กล่าว
นายศุภณัฐ ยังถามถึงการอุดหนุนดาต้าเซ็นเตอร์ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI หรือ Board of Investment) และแผนการจัดการด้านพลังงาน หากมีการดำเนินการก่อสร้างมาแล้ว ก็จะมีการใช้ไฟมากขึ้น ซึ่งเป็นการบีบรัฐบาลให้สร้างโรงไฟฟ้าเพื่อมารองรับการใช้ไฟของดาต้าเซ็นเตอร์ และในระยะยาวปัญหานี้จะเกิดขึ้น เพราะดาต้าเซ็นเตอร์เมื่อเริ่มอยู่ตัว จะปรับตัวเองไปใช้การซื้อไฟโดยตรง เพราะราคาถูกกว่า หรือผลักดันโรงไฟฟ้าของตัวเอง ซึ่งหมายความว่ารัฐบาลจะเกิดปัญหาที่ถูกทิ้งไว้พร้อมกับโรงไฟฟ้าจำนวนมากแต่ไม่มีคนใช้ ทำให้รัฐบาลต้องส่งผ่านค่าไฟให้กับประชาชน
นอกจากนี้ BOI ไม่ได้กำหนดให้ใช้สินค้าที่มาจากในพื้นที่ในการก่อสร้าง ซึ่งบางกรณีก็ขนสินค้า แม้กระทั่งโถสุขภัณฑ์มาจากประเทศจีน มองว่าจะเป็นโรงงานศูนย์เหรียญ ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นได้ จึงอยากรู้ว่าจะแก้ปัญหาการใช้พลังงานของดาต้าเซ็นเตอร์อย่างไร สัญญาได้หรือไม่ว่าจะไม่ดำเนินการก่อสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่ม แต่จะบีบให้ดาต้าเซ็นเตอร์ต้องไปใช้การซื้อไฟโดยตรงทั้งหมด และสามารถกำหนดให้ดาต้าเซ็นเตอร์เหล่านี้ต้องใช้สินค้าจากในพื้นที่หรือไม่ และจะทำเมื่อไร
นายศุภณัฐ ฝากทิ้งท้ายว่ารัฐบาลต้องสัญญาให้ได้ว่าจะไม่สร้างโรงไฟฟ้าเพิ่ม และที่ผ่านมามีการอนุญาตให้สร้างดาต้าเซ็นเตอร์เป็นจำนวนมาก จะมีการประสานนายกรัฐมนตรีเพื่อยกเลิกการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์เหล่านี้ และไปใช้คลาวด์กลางหรือไม่ หรือปล่อยให้หน่วยงานรัฐสร้างดาต้าเซ็นเตอร์กระจัดกระจายทั่ว กทม.
ด้านนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ตอบว่าตนเองก็มีความเป็นห่วงเช่นเดียวกัน ทั้งเรื่องการใช้ทรัพยากร จึงเป็นที่มาให้ไปจัดเกณฑ์ใช้ไฟใหม่ มติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เมื่อวันที่ 15 ก.ค. ที่ผ่านมา ว่าหากมีดาต้าเซ็นเตอร์ต้องแยกประเภทผู้ใช้ไฟ เพื่อไม่ให้เป็นภาระกับบุคคลที่ใช้ไฟประเภทอื่น
อย่างไรก็ตาม ยังมีปัญหาอีกหลายเรื่อง เพราะตอนเข้ามาในไทยก็มีการโฆษณาชวนเชื่อหลายเรื่อง ในความเป็นจริงเราเจอกับดาต้าเซ็นเตอร์ที่กลายพันธุ์ ที่บอกว่าไฟสะอาด ตอนนี้เป็นไฟอะไรก็ได้ ขอแค่ให้มี ที่บอกว่าเป็นเพียงที่เก็บอุปกรณ์ ก็ไม่ใช่แบบนั้น เพราะสิ่งที่เราไปเจอ อย่างที่เข้าไปตรวจดาต้าเซ็นเตอร์ที่พระราม 9 ก็เจอว่ากักเก็บน้ำมันโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีการแจ้งความดำเนินคดี ซึ่งจะมีการปูพรมตรวจทั่วกรุงเทพมหานคร หากมีการเก็บน้ำมันเกินปริมาณ ต้องขออนุญาต ถ้าไม่ได้รับอนุญาตต้องมีความผิดโทษจำคุก 2 ปี
นายเอกนัฏ ย้ำว่ารัฐบาลชุดนี้ให้ความสำคัญ เราเห็นปัญหาที่มันบานปลาย เราก็ตั้งเกณฑ์ด้วยทั้งเรื่องน้ำ ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เรื่องประโยชน์เศรษฐกิจ ที่ผ่านมาเราเคยดูหรือไม่ว่าประโยชน์ของมันคืออะไร ได้ผูกเงื่อนไขไว้หรือไม่ว่าสร้างบุคลากรในประเทศอย่างไร สุดท้ายนี้จึงมีมติ ครม. เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 ซึ่งที่สำคัญที่สุดคือความปลอดภัยของประชาชน จึงออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ตั้งคณะกรรมการดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เป็นประธานการจัดระเบียบดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วประเทศ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ ต้องบริหารจัดการผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและเกณฑ์การใช้น้ำใช้ไฟ
นายเอกนัฏ กล่าวอีกว่าเมื่อวานนี้ได้คุยกับนายชัชชาติ สิทธิ์พันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. แล้วว่าระหว่างนี้ให้สั่งระงับทั้งหมด และใบอนุญาตทั้งหมดด้วย เช่นเดียวกับกรมธุรกิจพลังงาน หากจะไปขอต่อ ตามความเห็นส่วนตัวนั้น จะเอาน้ำมันสำรอง และไปปั่นไฟสำรองใกล้พื้นที่ชุมชนใน กทม. มันทำแบบนี้ไม่ได้ ย้ำว่าขณะนี้ต้องจัดระเบียบกันใหม่ และระหว่างนี้ ห้ามเปิด ไม่ให้จ่ายไฟ จนกว่าจะจัดระเบียบเรียบร้อย จนมั่นใจว่าดาต้าเซ็นเตอร์เป็นประโยชน์กับเศรษฐกิจของประเทศ ไม่มีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชน
นายเอกนัฏ กล่าวอีกว่ารัฐบาลชุดนี้เป็นชุดแรกที่จริงจังกับการจัดระเบียบดาต้าเซ็นเตอร์ จึงจำเป็นต้องนำทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมานิยามใหม่ การแก้ไขกฎกระทรวง และหลายเจ้าแค่บังคับใช้กฎหมายก็พอ ก็สามารถจัดการได้แล้ว ย้ำว่าเราให้ความสำคัญจึงมีมติให้ตั้งคณะกรรมการจัดการดาต้าเซ็นเตอร์
ส่วนจะทำเสร็จเมื่อไรนั้น อะไรที่มีกฎหมายอยู่แล้วตอนนี้ก็นำทุกกฎหมายมาบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด และจะดำเนินการพิจารณาทั้งเรื่องการทำ EIA และกฎหมายผังเมือง วันนี้ก็ดำเนินการมาแล้วการแก้ไขกฎกระทรวง หลักเดือนก็น่าจะแล้วเสร็จ
นายเอกนัฏ ย้ำว่าตนเองกล้าทำแน่นอน และทำแล้ว ซึ่งบางส่วนก็มีกฎหมายบังคับใช้อยู่แล้ว หากดาต้าเซ็นเตอร์จะผลิตไฟเพิ่ม ก็ต้องรับต้นทุนค่าแก๊สที่เพิ่ม ยืนยันว่าดาต้าเซ็นเตอร์จะไม่ทำให้ค่าไฟประชาชน หรือค่าไฟของผู้ใช้ไฟประเภทอื่นแพงขึ้นอย่างแน่นอน รวมไปถึงการเปิดตลาดรับซื้อไฟสะอาดโดยตรงเป็นตลาดเสรีให้การแข่งขัน เปิดกว้างสำหรับทุกอุตสาหกรรมที่ต้องการใช้ไฟสะอาด และเรื่องค่าไฟจัดการเรียบร้อยแน่นอน ถ้าไม่เกิดประโยชน์ก็ไม่ต้องมา













