POLITICS

เดือดกลางสภา! สส. ฉะกันวุ่น ชิงถกญัตติชายแดนใต้ก่อนรายงาน กกต.

เดือดกลางสภา! สส. ฉะกันวุ่น ชิงถกญัตติชายแดนใต้ก่อนรายงาน กกต. ฝ่ายค้านดักทาง หวั่นรัฐบาลใช้เป็นแท็กติก “ปิดปาก” กรณีโกง สว. ด้าน ‘รักชนก’ แซะ ครม. “รักตัวกลัวตาย” ไม่กล้าลงพื้นที่ 3 จังหวัด เจอฝ่ายรัฐบาลรุมประท้วงถอนคำพูด ด้าน ‘ณัฐพงษ์’ แก้เกม เสนอญัตติซ้อนโหวตแข่ง ก่อน ‘มัลลิกา’ เบรกประชุม 20 นาที

วันนี้ (3 ก.ย. 69) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมี นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สอง ทำหน้าที่ประธานในการประชุม

นายซากิยา สะอิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดนราธิวาส พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นเสนอญัตติด่วนด้วยวาจาถึงปัญหาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ โดยความเดือดร้อนของคนในพื้นที่ก็เป็นเรื่องที่สำคัญ จึงอยากขอเสนอญัตติด่วนเรื่องนี้เข้ามาก่อน

ขณะที่ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ลุกขึ้นหารือว่าตนเองเห็นด้วยว่าปัญหาในพื้นที่ชายแดนใต้เป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งมีการประสานต่อเนื่องว่าจะใช้เวลาในสภาเต็มที่ในการพูดถึงเรื่องนี้ แต่ขอไล่เรียงลำดับในการพิจารณา หากดูตามระเบียบวาระที่มีการประสานกันล่วงหน้า จะเห็นว่าจะมีการพิจารณารายงาน 2 ฉบับ คือรายงานของ กกต. และรายงานของ กพฐ. และหลังจากนั้นจะพิจารณาญัตติเรื่องชายแดนใต้ ซึ่งเราต้องการให้มีการพิจารณาทั้ง 3 เรื่องอย่างเต็มที่ หากการประชุมจะลากไปถึงช่วงเย็นช่วงดึกก็ลากไป เราพร้อมอยู่ร่วมประชุมตลอดเวลา ซึ่งก็มีการประสานรัฐมนตรีมาฟังภายหลังการพิจารณารายงานของทั้ง 2 หน่วยงาน จึงอยากถามว่าเหตุผลที่เอาญัตติชายแดนใต้ขึ้นมาก่อนทั้ง 2 หน่วยงาน คิดอย่างอื่นไม่ได้ว่าเหตุผลที่แท้จริงมีความพยายามหรือไม่ที่ไม่ให้สัปดาห์นี้ได้พิจารณารับทราบรายงานของ กกต. เพราะการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. ในปี 2567 ซึ่งเป็นสาระสำคัญของรายงานที่จะเข้าสู่สภาในวันนี้ไปคาบเกี่ยวกับคดีการโกง สว. ที่อาจเกี่ยวข้องกับเพื่อนสมาชิกและรัฐมนตรีหลายคน จึงเห็นว่าควรพิจารณาทุกประเด็น

นายศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นท้วงว่าเรื่องชายแดนใต้เป็นเรื่องด่วนกว่าการพิจารณารายงานของทั้ง 2 หน่วยงาน เพราะเป็นเรื่องด่วน หากจัดลำดับความสำคัญเรื่องนี้ก็ควรขึ้นมาต่อเนื่อง เช่นเดียวกับ สส. อีกหลายคนของฝั่งรัฐบาลได้ลุกขึ้นมาแสดงความเห็นด้วยว่าควรเลื่อนญัตติเรื่องชายแดนใต้มาพิจารณาก่อน

ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าแม้ทุกคนเห็นความเร่งด่วนเรื่องอุทกภัย จ. น่าน ของสัปดาห์ที่แล้ว แต่ก็ไม่มีใครเลื่อนญัตตินั้นมาแสดงการรับทราบรายงานของ สตง. ซึ่งก็คงไม่ต่างจากรายงานของ กกต. วันนี้สิ่งที่ผิดปกติคือความพยายามที่จะบอกว่าเรื่องของ กกต. ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน จึงขอหารือว่าหากมีการเลื่อนญัตติจริง จะมีการรับทราบรายงานของ กกต. หรือไม่ เพราะเราพร้อมพิจารณาทุกเรื่อง และขณะนี้ไม่มีใครไม่เห็นด้วยในการเสนอญัตติเรื่องภาคใต้ เพราะมีการบอกไว้ล่วงหน้าแล้วว่าจะเสนอเรื่องนี้ ซึ่งประเด็นคือเสนอได้ แต่ต้องดำเนินการตามระเบียบวาระ

น.ส. รักชนก ศรีนอก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ระบุว่าหากวันนี้มีการโหวต ยังไงฝั่งรัฐบาลที่มีเสียงมากกว่าก็ชนะอยู่แล้ว แต่หากชนะด้วยความที่เห็นความทุกข์ร้อนของประชาชน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จริง ๆ ตนเองจะไม่ว่าอะไรเลย แต่วันนี้ที่เราเถียงกันอยู่คือทุกคนเห็นตรงกันว่าปัญหาในชายแดนใต้ต้องเอามาคุยกันที่สภา แต่ขอถามฝั่งรัฐบาลว่าวันนี้มีรัฐมนตรีมานั่งรอโหวตอยู่ด้วย หากท่านเห็นชีวิตของพี่น้อง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้สำคัญจริง ๆ ทำไมการลงพื้นที่ ครม. สัญจรลงใต้ ถึงไม่ไป 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำไมถึงไปแค่สงขลา และให้ส่วนราชการใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ขึ้นมารายงาน ถ้าเห็นความสำคัญจริง ๆ ทำไมท่านถึงไม่ลงไป

“สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ คือการเอาความเดือดร้อนของพ่อแม่พี่น้อง 3 จังหวัดชายแดนใต้มาอ้าง เพื่อปกป้อง กกต. เพราะฝั่งรัฐบาลไม่อยากให้มีการอภิปรายรายงานของ กกต. ในวันนี้” น.ส. รักชนก กล่าว ทำให้ที่ประชุมเกิดการประท้วงวุ่นจาก สส. ฝั่งรัฐบาล เพื่อให้ประธานควบคุมการประชุม และขอให้ น.ส. รักชนก ถอนคำพูด

นายซูการ์โน มะทา สส. ยะลา พรรคประชาชาติ ลุกขึ้นประท้วงโดยขอให้เพื่อนสมาชิกถอนที่ได้อภิปรายว่า สส. ชายแดนใต้เห็นแก่ชีวิตของประชาชนจริง ทำไมไม่อภิปรายเรื่องนี้ในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งถือเป็นการเสียดสีให้ร้ายและทำผิดข้อบังคับ ตนเองเป็น สส. ตั้งแต่ปี 2550 นำปัญหานี้มาพูดคุยในสภาฯ เกือบ 20 ปีมาแล้ว เมื่อเหตุการณ์ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น เชื่อว่าประชาชนอยากฟังว่าสภาฯ อันทรงเกียรติ มองชีวิตประชาชนชายแดนใต้เป็นคนเดียวกันทั้งประเทศหรือเป็นคนชั้นสอง

นางนันทนา สงฆ์ประชา สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่ น.ส. รักชนก พาดพิง ครม. สัญจรภาคใต้ว่ารัฐมนตรีไม่ได้ลงพื้นที่ไปยัง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ นั้นไม่จริง เพราะนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลงพื้นที่เข้าถึงชาวบ้าน แต่ไม่ได้เอิกเกริกหรือไปเป็นชุดใหญ่ กลับกันเที่ยงคืน ตีสองด้วยซ้ำไป จึงขอให้ถอนคำพูดว่ารัฐมนตรีไม่ได้ลงพื้นที่ไปยัง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

นายเลิศศักดิ์ ในฐานะประธานในที่ประชุม จึงขอให้ น.ส. รักชนก ระมัดระวังเรื่องการอภิปรายเสียดสี ก่อนที่ น.ส. รักชนก จะระบุว่าตนเองไม่สามารถถอนในสิ่งที่พูดได้ ขอบคุณสมาชิกที่ยืนยันว่า ครม. สัญจรไม่ได้ลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จริง ๆ เพราะคณะรัฐมนตรีรักตัวกลัวตาย ไม่กล้าลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งทำให้นายเลิศศักดิ์ขอให้ น.ส. รักชนก ถอนคำพูด “รักตัวกลัวตาย” เพราะเป็นการกล่าวหาใส่ร้ายเสียดสี

น.ส. รักชนก จึงถอนคำพูดคณะรัฐมนตรี รัฐบาลภูมิใจไทยรักตัวกลัวตาย ไม่ลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน สส. กาญจนบุรี พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่าประธานวินิจฉัยแล้ว แต่ผู้ชี้แจงเสียดสีเพิ่มเติม เพราะเดิมทีไม่มีคำว่า “พรรคภูมิใจไทย” ขอให้เกียรติสภาฯ และเพื่อนสมาชิก อย่าคิดว่าทุกคนมีมารยาทเหมือนท่าน นายเลิศศักดิ์จึงขอให้ น.ส. รักชนก ถอนคำพูดดังกล่าว

น.ส. รักชนก จึงถอนคำพูด ก่อนจะย้ำว่าความเดือดร้อนของประชาชน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ฟากฝั่งรัฐบาลเอามาเล่นการเมืองเพื่อทำให้ไม่เกิดการอภิปรายวาระของ กกต. ก่อนที่นายเลิศศักดิ์จะปรามว่าอย่าเพิ่งคาดเดา คิดว่าน่าจะอภิปรายครบถ้วนแล้ว ขอให้ น.ส. รักชนก นั่งลง

นายบูรฮันธ์ สะเม๊าะ สส. ปัตตานี พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นประท้วงโดยบอกว่าที่ผ่านมามีรัฐมนตรีลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จริง ๆ ถ้าไม่รู้ก็ให้ดูข่าวประชาสัมพันธ์ของกระทรวงมหาดไทย ด้านนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส. นราธิวาส พรรคประชาชาติ กล่าวประท้วงกรณีที่ น.ส. รักชนก อภิปรายว่าฝ่ายรัฐบาลเอาปัญหาพี่น้อง 3 จังหวัดมาเล่นการเมือง มาบังหน้า ซึ่งตนเองได้รับความเสียหายที่ได้รับการเสียดสีและไม่เป็นไปตามที่ถูกกล่าวหา ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ขัดแย้งในพื้นที่พอแล้ว ฝ่ายนิติบัญญัติของเรายังจะมาขัดแย้งอย่างนี้อีกหรือ แล้วเมื่อไรจะได้รับการแก้ไข จึงขอให้ถอนคำพูดดังกล่าว

น.ส. รักชนก กล่าวว่าเห็นใจนายกมลศักดิ์ สิ่งที่ได้พบเจอหรือคดีของท่าน รัฐบาลยังไม่สามารถอำนวยความยุติธรรมให้ท่านด้วยซ้ำ ตนเองถูกเพื่อนสมาชิกประท้วงหลายครั้ง การพูดของตนเองไม่เคยต่อเนื่อง ก่อนจะถอนคำพูดดังกล่าว โดยเปลี่ยนเป็นคำว่า “ฝ่ายบริหาร”

นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ใช้สิทธิ์พาดพิงว่าตนเองได้ลงพื้นที่ที่เกิดสถานการณ์รุนแรงเพื่อบอกว่าพวกเขาไม่ได้เดินอย่างเดียวดาย ตนเองลงพื้นที่ไปยัง จ. ปัตตานี ตั้งแต่หัวค่ำจน 02.00 น. ไม่ได้คาดหวังว่าสิ่งที่ตนเองทำคนอื่นจะเห็น แต่ประชาชนทั้งประเทศเห็น ดังนั้นการให้ข้อมูลต้องตรวจสอบให้ดี ที่บอกว่าการลงพื้นที่ประชุม ครม. สัญจรไม่ได้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ไม่มีการประชุม ครม. สัญจรครั้งไหนที่มีการเชิญตัวแทนประชาชน ผู้นำศาสนา ฝ่ายความมั่นคงมานั่งคุยกันว่าควรจะเดินไปในทิศทางไหน ฉะนั้นบางสิ่งบางอย่างถ้าไม่รู้ ไม่พูดบ้างก็จะเป็นประโยชน์

ทำให้นายพริษฐ์ ลุกขึ้นถามว่าลองดูว่าวิปรัฐบาลคนไหนมีใครลุกขึ้นมาในระหว่างที่มีการประท้วง และหากถามว่าทำไมเราถึงไม่ได้พูดเรื่องชายแดนใต้สักที หลังเกิดเหตุการณ์หากย้อนไป ในการพูดคุยกับรัฐบาล มีการอ้างว่าไม่สามารถเลิกดึกได้ขนาดนั้น ตนเองคิดว่าในสภาแห่งนี้ อะไรที่เห็นตรงกันก็ไม่ต้องลงมติ ซึ่งขณะนี้เราเห็นตรงกันว่าควรมีการพิจารณาเรื่องชายแดนใต้ ทุกฝ่ายต้องมีพื้นที่เต็มที่ในการสะท้อนถึงฝ่ายบริหาร ดังนั้น เรามีการเปิดอภิปรายต่อเรื่อง กกต. ด้วยหรือไม่ และหากจะนำญัตติเรื่องชายแดนใต้ขึ้นมาก่อน ตนเองไม่ขัดข้องใจ แต่ขอคำยืนยันจากประธานวิปรัฐบาลและประธานสภาว่าหลังจากพิจารณาญัตติชายแดนใต้เสร็จแล้ว จะอยู่ต่อในที่ประชุมเพื่อพิจารณารายงานของ กกต. หรือไม่

นายธนยศ ทิมสุวรรณ สส. จังหวัดเลย พรรคภูมิใจไทย ยอมรับว่ามีการพูดคุยกันจริง และหากมีการอภิปรายเสร็จแล้ว และยังเหลือเวลา ตนเองขอให้คำมั่นว่าจะดำเนินการตามระเบียบวาระการประชุมต่อไป

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่าเรื่อง กกต. ไม่ต้องลงมติ หากใครไม่ติดใจก็กลับบ้านไปได้ เพราะไม่ต้องลงมติ ดังนั้นหากยืนยันว่าจะมีการพิจารณา ก็จะไม่ต้องมาเถียงกันว่าจะต้องเลื่อนญัตติ แต่ถ้าไม่ชัดเจนจะต้องเถียงกันต่อไป ซึ่งตนมองว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปหลังจากนี้เป็นตัวพิสูจน์ว่าคำพูดที่เพื่อนสมาชิกถอนไปนั้นเป็นความจริงหรือไม่ หากหลังจากนี้ในที่สุดสภาไม่ให้พิจารณา

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน ลุกขึ้นอภิปรายว่าตนเองขอคำยืนยันว่าสภาแห่งนี้จะพิจารณา 2 เรื่องหลัก ที่สามารถใช้เวลาได้เต็มที่ คือญัตติชายแดนใต้ ที่หากไม่มีการเติมชื่อ น่าจะจบประมาณ 18.00 น. และรายงานของ กกต. จากจำนวนคนที่ประสงค์อภิปราย น่าจะจบประมาณ 21.00 น. ดังนั้น จึงอยากถามว่าทุกคนพร้อมให้ความสำคัญกับทั้ง 2 เรื่อง และอยู่ประชุมกันถึง 21.00 น. คุยกันให้จบเปิดพื้นที่ให้เต็มที่ หากสามารถให้คำยืนยันได้พร้อมกับทั้ง 2 ฝ่ายรับปากที่จะช่วยประสานประธานสภาที่เคยให้แนวทางไว้ว่าการประชุมสภาแห่งนี้ต้องเห็นตรงกันทั้ง 2 ฝ่าย หากตกลงกันแล้วประธานพร้อมทำหน้าที่เช่นเดียวกัน ตนเองไม่ติดใจ แต่หากไม่ชัดเจน ไม่สามารถรับปากได้ สิ่งที่พวกตนตั้งข้อสังเกตว่าพวกท่านกำลังใช้กลไกในสภา นอกจากที่ท่านปิดปากคนข้างนอก ไม่ให้มีการเปิดเผยพยานหลักฐาน ท่านอาจจะกำลังใช้กลไกในสภาปิดปากไม่ให้สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาเรื่องการทำหน้าที่ของ กกต. หากจะบอกว่าตนเองตั้งข้อสังเกตผิด ก็พิสูจน์ ดังนั้นตนเองขอเสนอญัตติให้มีการพิจารณาญัตติของจังหวัดชายแดนใต้ หลังจากมีการพิจารณารายงานของ กกต. แล้ว

จากนั้นนายเลิศศักดิ์ได้ตรวจสอบองค์ประชุมก่อนที่จะเปิดให้มีการลงมติในญัตติที่มีการเสนอมา

อย่างไรก็ตาม เครื่องลงมติมีปัญหา ทำให้เจ้าหน้าที่จะต้องมีการตรวจสอบก่อนที่จะมีสมาชิกเสนอว่าขอให้พักการประชุม ทำให้ น.ส. มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่หนึ่ง ในฐานะทำหน้าที่ประธานที่ประชุมขณะนั้น สั่งพักการประชุม 20 นาที

Related Posts

Send this to a friend