‘อภิสิทธิ์’ ย้ำ ค้านนิรโทษ ม.112 แต่ไม่ควรปิดช่องเยาวชนร้องขอบำบัด
วันนี้ (9 ก.ค.69) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคฯ ชี้แจงภายหลังการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติเสริมสร้างสังคมสันติสุข หรือ ร่างกฎหมายนิรโทษกรรม จนโซเชียลแห่ลงทัวร์บนโลกออนไลน์ว่า ตนเองสนับสนุนการนิรโทษกรรมเยาวชน ในคดีอาญามาตรา 112 ว่า จริง ๆ หากใครยังมีข้อสงสัย ตนเองก็อยากให้ไปฟังคำอภิปราย เพราะมีปัญหา 2 ส่วน ที่เห็นคือ บางคนไม่ได้ฟัง และฟังกับคนอื่น แต่เข้าใจผิด และจงใจให้เกิดความเข้าใจผิด
นายอภิสิทธิ์ ได้ย้ำเหตุผลถึงความจำเป็นในการตั้งกรรมาธิการร่วม 2 สภาว่า เพราะเป็นเรื่องของเยาวชน และไม่ใช่เรื่องของการนิรโทษกรรม ข้อถกเถียงที่เกิดขึ้นนั้น เดิมสภาผู้แทนราษฎร เคยเห็นชอบ กรณีที่เยาวชนไม่ได้นิรโทษกรรม ซึ่งไม่ได้รับอยู่แล้ว หากกระทำผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 มีสิทธิที่จะร้องขอ เพื่อทำแผนบำบัดฟื้นฟู ซึ่งเป็นหลักการเดียวกับกฎหมายที่ศาลเยาวชนมีอำนาจนี้ แต่ไม่ได้มีกระบวนการพิเศษ ที่จะร้องขอ จนนำไปสู่การให้กรรมการตามกฎหมายนิรโทษกรรมดำเนินการ ตนจึงมองว่า การไปปิดกั้นช่องทางนี้ ไม่ได้เป็นการเสริมความเข้มแข็งของสถาบันพระมหากษัตริย์ หรือส่งเสริมความสัมพันธ์อันดี ระหว่างเยาวชนที่เกี่ยวข้อง กับสถาบัน และเงื่อนไขที่ตนสนับสนุนนั้น เยาวชนจะต้องร้องขอ หากไม่ร้องขอ ก็ถือว่าดำเนินคดี และการร้องขอนั้น ถือว่าเป็นการส่งสัญญาณว่า อยากเข้ารับการบำบัดฟื้นฟู ตนจึงตั้งคำถามว่า ไปปิดช่องทางนี้ทำไม ซึ่งตนทราบดีว่า สภามีความเห็นที่หลากหลาย แต่การปิดช่องทางนี้ ไม่ได้ช่วยสร้างความเข้มแข็งของสถาบัน ในการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ หรือการส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดีของการแก้ปัญหา ของความสัมพันธ์ที่ไม่ดี จากผู้กระทำความผิดที่เป็นเยาวชน แล้วเขาร้องขอ เพราะต้องการบำบัดฟื้นฟู
ส่วนประเด็นการเพิ่มกฎหมายการได้มาซึ่ง สว.ไว้ในบัญชีแทบท้ายของกฎหมายนิรโทษกรรม และมีการระบุจะไม่เกี่ยวกับคดีฮั้ว สว.นั้น นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า ยังมีคำถามที่ยังไม่ได้รับคำตอบว่า มีคดีใดที่เกิดขึ้นตามกฎหมายนี้ และบางความผิดตามกฎหมายนี้ เช่น กรณีที่คนของพรรคการเมือง เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเลือก สว. แต่อาจถูกตีความว่า เป็นการกระทำผิดที่ไม่เกี่ยวกับการเลือกตั้งที่ทุจริต ซึ่งแปลว่า จะได้รับนิรโทษกรรมด้วย และเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง รวมถึงหากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ใครก็ตามที่อยู่ในพรรคการเมืองนั้น และมีส่วนลงมติ ก็ถือว่า กระทำผิดรัฐธรรมนูญด้วย เพราะถือว่า มีส่วนได้เสีย
สำหรับคนที่รอคอยประโยชน์การนิรโทษกรรมนั้น นายอภิสิทธิ์ ย้ำว่า พรรคประชาธิปัตย์ ก็เห็นใจ และไม่ได้คัดค้านกฎหมาย แต่เห็นว่า 2 ประเด็นดังกล่าวนั้น กรรมาธิการร่วม อาจพิจารณาคลี่คลายได้ในระยะสั้น และพรรคฯ ไม่มีแนวคิดเปลี่ยนแปลงหลักการการนิรโทษกรรม เพื่อสร้างสันติสุข ควรเกิดขึ้น แต่จะต้องไม่รวมคดีทุจริต, ม.112 และคดีร้ายแรง
ขณะที่ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้เปิดเผยสาเหตุที่ไม่ลงมติร่างกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับนี้ว่า ตนเองเป็นผู้มีส่วนได้เสีย จึงไม่ได้ลงมติ













