‘เพื่อไทย’ ประสานเสียง ติง สว. คว่ำมาตรการเยียวยาเยาวชนคดี ม.112 ส่อเลือกปฏิบัติ
‘เพื่อไทย’ ประสานเสียง ติง สว. คว่ำมาตรการเยียวยาเยาวชนคดี ม.112 ส่อเลือกปฏิบัติ ทิ้งปมขัดแย้ง
วันนี้ (8 ก.ค. 69) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ. สร้างเสริมสันติสุข พ.ศ. … หลังจากที่วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมและส่งคืนสภาผู้แทนราษฎร
นายจากตุรนต์ ฉายแสง สส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การนิรโทษกรรมประชาชนในการต่อสู้ทางการเมืองเคยเกิดขึ้นมาหลายครั้ง บางครั้งนิรโทษกรรมพร้อมกับเจ้าหน้าที่หรือฝ่ายรัฐที่ปราบประชาชน ทำให้ฝ่ายรัฐได้อานิสงส์ไปด้วย หรือบางทีฝ่ายประชาชนก็ได้อานิสงส์ รวมถึงผู้ที่กระทำการรัฐประหารหรือผู้ที่สังหารประชาชนบ้าง ซึ่งเป็นการนิรโทษกรรมตามการกระทำในเหตุการณ์ ไม่ได้พูดถึงบัญชีแนบท้ายร่าง พ.ร.บ. ไม่พูดถึงการกระทำความผิดฐานใด โดยนิรโทษกรรมไปหมดทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องในเหตุการณ์นั้น เช่น เหตุการณ์ 6 ตุลาคม ถ้าพูดเป็นภาษาปัจจุบันก็รวมคดีตามมาตรา 112 ด้วย เมื่อนิรโทษกรรมแล้วจะเป็นสัญญาณต่อสังคมว่ารัฐไม่ต้องการประหัตประหาร กระทำย่ำยีนักศึกษาและประชาชนที่ถูกดำเนินคดีในเหตุการณ์ ไม่ได้หมายความว่าเป็นการช่วยผู้กระทำผิด เพราะผู้ที่ถูกดำเนินคดีไม่ได้กระทำความผิดใด ๆ
นายจาตุรนต์ยังกล่าวถึงการนิรโทษกรรมผู้ถูกข้อหาการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ. การกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ ว่าเราเคยนิรโทษกรรมมาแล้ว ซึ่งการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ. นี้หมายถึงการบ่อนทำลายความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติ เมื่อนิรโทษกรรมเสร็จแล้วก็ยกเลิก พ.ร.บ. นั้น จากครั้งนั้นก็ส่งสัญญาณทำให้คลี่คลายความขัดแย้งในสังคม ที่จริงไม่ใช่การนิรโทษกรรมผู้กระทำผิด เพราะส่วนใหญ่แล้วเขาไม่ได้กระทำผิดแต่ถูกกล่าวหาแบบใส่ร้ายป้ายสี ดังนั้นประโยชน์ของการนิรโทษกรรมในอดีตก็มี ทำให้สังคมหันกลับมาอยู่ด้วยกันได้ ความขัดแย้งคลี่คลาย แต่มักจะทิ้งปัญหาไว้คือเรื่องรัฐประหาร
ดังนั้นการนิรโทษกรรมครั้งนี้จะล้างการกระทำความผิดที่เกิดจากการมีมูลเหตุจูงใจทางการเมือง การต่อสู้ทางการเมือง ล้างกระดานกันใหม่ แต่ก็อาจจะยังทิ้งปัญหาที่ยังไม่สามารถแก้กันได้ และ พ.ร.บ. นี้ไม่ได้นิรโทษกรรมฝ่ายรัฐ เพราะฝ่ายรัฐที่กระทำผิดหาวิธีนิรโทษกรรมตนเองไปบ้าง หรือไม่ก็หาวิธีทำให้ตนเองไม่ต้องถูกดำเนินคดีใด ๆ จึงไม่ต้องการการนิรโทษกรรม 20 ปีมานี้มีปัญหาที่ยังไม่แก้ เรานิรโทษกรรมครั้งนี้แล้วก็ยังมีปัญหาการกระทำผิดกฎหมายร้ายแรงอันเนื่องมาจากได้รับความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้บังคับใช้กฎหมาย ทำให้มีการกระทำผิดร้ายแรงในการล้มรัฐบาลและขัดขวางการเลือกตั้ง นำไปสู่การรัฐประหารและเรื่องที่ยังค้างคาอยู่ดี
สิ่งที่วุฒิสภาแก้มา บางคนพูดเหมือนกับว่าร่าง พ.ร.บ. นี้จะให้นิรโทษกรรมมาตรา 112 หรือบางคนอยากให้นิรโทษกรรมมาตรา 112 ความจริงเรื่องนี้อยู่ในร่างของสภาผู้แทนราษฎรที่วุฒิสภาไม่ได้แก้ จึงไม่มีประเด็นที่ต้องพูดกัน แต่ที่ตนเองยกตัวอย่างในอดีตเพราะอยากให้เห็นว่าเรื่องที่ร้ายแรงกว่ามาตรา 112 มีอีกมากเขายังนิรโทษกรรมกันมาแล้ว เรื่องการแก้มาตรา 11 ไม่เกี่ยวกับการนิรโทษกรรมแต่เป็นมาตรการพิเศษที่จะดำเนินการให้เป็นประโยชน์ต่อเยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ซึ่งอิงกับกฎหมายที่เกี่ยวกับเด็กและเยาวชนมาใช้เพื่อให้เกิดการฟื้นฟูบำบัด โดยให้ศาลพิจารณาว่าอาจจะไม่ต้องดำเนินคดีหรือตัดสินคดี ซึ่งย้ำว่าไม่ใช่การนิรโทษกรรม แต่นำไปสู่การฟื้นฟูบำบัดถ้าเขากระทำผิด แต่การยกเว้นอย่างนี้มันส่งสัญญาณว่าไม่มีหลักเกณฑ์ในทางกฎหมายทั่วไป ทำไมต้องยกเว้นเฉพาะกรณีที่เกี่ยวกับมาตรา 112 ในขณะที่เรานิรโทษกรรมการกระทำความผิดอย่างอื่นที่ร้ายแรงกว่า ถึงขั้นจำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิต ซึ่งร้ายแรงกว่ามาตรา 112 แต่ทำไมถึงยกเว้นกับเยาวชน อาจถูกมองว่าเป็นการเลือกปฏิบัติโดยดุลพินิจทางการเมือง คือการมีจุดมุ่งหมายทางการเมืองเฉพาะ ซึ่งเป็นสัญญาณตรงกันข้ามกับเหตุการณ์ในอดีตที่ส่งสัญญาณคลี่คลายความขัดแย้ง แต่เราแก้เพียงนิดหนึ่งแต่มีผลต่อคนไม่มาก มันส่งสัญญาณในทางสับสนว่าสภาผู้แทนราษฎรเห็นอย่างไรกับการแก้ไขความขัดแย้งของสังคม
การเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนที่มีอายุน้อยได้มีโอกาสฟื้นฟูบำบัด ปรับตัว และโดยส่วนตัวตนเองอยากให้แก้ไขกลับไปเป็นเหมือนร่างของสภาผู้แทนราษฎร แต่ก็เข้าใจว่าหลายคนคงกลัวเสียเวลายาวนาน ซึ่งตนเองเข้าใจแต่ต้องยืนยันในฐานะที่ผ่านเหตุการณ์ความขัดแย้งในสังคมมา และได้เห็นความพยายามในการที่จะส่งสัญญาณการคลี่คลายความขัดแย้งซึ่งตรงกันข้ามกับสิ่งที่วุฒิสภาแก้ไขมา จึงอยากฝากไว้ว่าสภาผู้แทนราษฎรและคณะรัฐมนตรีต้องช่วยกันคิดปัญหาสำคัญที่ยังคงทิ้งค้างอยู่ คือการไม่ทำตามกฎหมายได้ตามใจชอบไปจนถึงการส่งเสริมให้เกิดการรัฐประหาร และเราไม่มีมาตรการหรือวิธีการดูแลความขัดแย้งแห่งยุคสมัย ซึ่งใน 10 กว่าปีมานี้มีเรื่องที่เป็นลักษณะพิเศษกว่าในอดีต
นายชูศักดิ์ ศิรินิล สส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า ในอดีตเราเรียก พ.ร.บ. ฉบับนี้ว่ากฎหมายนิรโทษกรรม แต่การใช้คำว่า “เสริมสร้างสังคมสันติสุข” เพื่อพยายามเน้นให้เห็นว่าสังคมขัดแย้งมาช้านานควรเข้าสู่สังคมสันติสุขได้แล้ว เราขัดแย้งมา 20 กว่าปี ตั้งแต่ปี 2548 มีสีเสื้อ มีกลุ่มนั้นกลุ่มนี้ ซึ่งต้องยอมรับว่าเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศเป็นอย่างมาก บางคนอยู่ในเรือนจำ ถูกดำเนินคดี หรือต้องไปอยู่ต่างประเทศ
ในสภาฯ ชุดที่แล้ว ตนเองได้รับมอบหมายให้เป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาการออกกฎหมายนิรโทษกรรม ซึ่งศึกษาอยู่ประมาณ 3-4 เดือน เชิญผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อรับฟังความคิดเห็น โดยรวมเห็นตรงกันว่าประเทศนี้ควรจะมีการนิรโทษกรรมผู้ที่ร่วมชุมนุมทางการเมืองที่มีมูลเหตุจากความขัดแย้งหรือแรงจูงใจทางการเมือง
ส่วนที่เห็นไม่ตรงกันคือการนิรโทษกรรมในคดีมาตรา 112 ฝ่ายข้างมากจะเห็นว่าไม่ควร ซึ่งในคณะกรรมาธิการวิสามัญที่ตนเองรับผิดชอบได้คิดแนวทางการนิรโทษกรรมโดยมีเงื่อนไข ไม่ใช่การนิรโทษกรรมทันทีแต่ต้องอาศัยระยะเวลา การพูดคุย การสำนึกผิด และไม่มีการกระทำผิดซ้ำ แต่น่าเสียดายที่ข้อเสนอดังกล่าว สภาฯ ชุดที่แล้วรับทราบรายงานส่งเรื่องให้รัฐบาลพิจารณาต่อไป แต่ไม่รับทราบข้อสังเกตการนิรโทษกรรมโดยมีเงื่อนไข
นายชูศักดิ์กล่าวต่อว่า ร่าง พ.ร.บ. สร้างเสริมสันติสุขฯ มีหลักการชัดเจนว่าจะไม่นิรโทษกรรมให้กับการกระทำทุจริตและประพฤติมิชอบ ความผิดตามมาตรา 112 การกระทำที่เป็นการฆ่าคนตายหรือพยายามฆ่าคนตาย รวมถึงไม่นิรโทษกรรมต่อการกระทำที่เป็นความผิดต่อส่วนตัว โดยปัญหาใหญ่อยู่ที่ว่าคณะกรรมาธิการฯ สภาผู้แทนราษฎรมีการเพิ่มบทบัญญัติตามมาตรา 11 ซึ่งเป็นมาตรการที่กำหนดขึ้นเพื่อฟื้นฟูเยียวยาผู้กระทำความผิดที่ไม่ได้รับการนิรโทษกรรม
ในชั้นคณะกรรมาธิการฯ คิดถึงเด็กและเยาวชนที่กระทำความผิด โดยระบุว่าเด็กอายุยังน้อยมีวุฒิภาวะไม่มาก กระทำความผิดไปไม่ได้มีเจตนาร้าย โดยมีผู้พิพากษาคนหนึ่งได้อ้างอิง พ.ร.บ. ศาลเยาวชนและครอบครัว ซึ่งบัญญัติเรื่องนี้ไว้ว่าหากเยาวชนร้องขอ สามารถมีกระบวนการฟื้นฟูส่งให้อัยการก่อนจะรายงานศาล มีกระบวนการที่เรียกว่า “ไม่จำเป็นต้องฟ้อง แต่ใช้แผนฟื้นฟู” แต่ปัญหาใหญ่คือวุฒิสภาได้ไปเพิ่มความในมาตรา 11 วรรคสอง ไม่รวมคดีตามมาตรา 112 ซึ่งมีการตั้งคำถามในชั้นคณะกรรมาธิการฯ ว่าเป็นการเลือกปฏิบัติหรือไม่
การที่วุฒิสภามีการแก้ไขเพิ่มเติมเช่นนี้ ทางเลือกของสภาผู้แทนราษฎรมี 2 ทางคือ เห็นชอบกับวุฒิสภา กับไม่เห็นชอบ ซึ่งจะต้องมีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันระหว่าง สส. กับ สว. ซึ่งท้ายที่สุดก็ต้องรอ 180 วัน สภาผู้แทนราษฎรจึงต้องคิดไตร่ตรองในประเด็นนี้
นายชูศักดิ์กล่าวต่อว่า หากเห็นชอบกับที่วุฒิสภาแก้ไขก็จะไม่มีการเยียวยาตามมาตรา 11 ในคดีมาตรา 112 สิ่งสำคัญคือผู้ที่กระทำความผิดตามมาตรา 112 ยังมีความผิดอื่น ๆ เช่น ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐ ความผิดต่อเจ้าพนักงาน ความผิดต่อ พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ ซึ่งความผิดเหล่านี้อยู่ในบัญชีแนบท้ายของร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ให้ได้รับการนิรโทษกรรม ซึ่งต้องคิดว่าส่วนไหนเป็นประโยชน์ต่อการตรากฎหมาย
“มาตรา 112 เป็นเรื่องสำคัญ สภาฯ ชุดนี้คงต้องคิดไตร่ตรองในอนาคต เพื่อให้ประเทศเข้าสู่สังคมที่สันติสุขโดยแท้จริง”













