‘ทวี’ ถาม สว. แก้บัญชีแนบท้าย พ.ร.บ. สร้างเสริมสันติสุข จะนิรโทษกรรมคดีฮั้ว สว. ด้วยหรือไม่
‘พ.ต.อ.ทวี’ ถาม สว. แก้บัญชีแนบท้าย พ.ร.บ. สร้างเสริมสันติสุข จะนิรโทษกรรมคดีฮั้ว สว. ด้วยหรือไม่ ชี้ไม่อยากให้กฎหมายกำกวม – เป็นสมบัติของคนใดคนหนึ่ง
วันนี้ (8 ก.ค. 69) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสันติสุข พ.ศ. … หลังจากที่วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมและส่งคืนสภาผู้แทนราษฎร
พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ร่วมอภิปรายว่า กฎหมายนี้เป็นกฎหมายสำคัญและส่งผลต่อความสามัคคีของประเทศ หากกฎหมายมีความกำกวมจะกลายเป็นสมบัติส่วนตัวของคนบางคน ในการแก้ไขของวุฒิสภาได้มีบัญชีแนบท้ายเกี่ยวกับความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 (เฉพาะที่ไม่เกี่ยวกับการเลือกตั้งโดยทุจริต การเลือกตั้งที่ไม่เป็นธรรม และคุณสมบัติอันเป็นเท็จ) การเขียนลักษณะนี้หากถาม สส. ทั้งหมด จะเป็นการนิรโทษกรรมให้กับคดีฮั้ว สว. ด้วยหรือไม่ หากมีการตีความว่านิรโทษกรรมให้กับคดีดังกล่าวซึ่งเพิ่งเกิดขึ้นในการเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่ผ่านมา
ขณะนี้คดีเรื่องนี้แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนแรกอยู่ระหว่างการไต่สวนของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งมี 7 ข้อกล่าวหา ได้แก่:
ข้อที่ 1: ทั้งกรรมการบริหารพรรคการเมืองหรือ สส. ไปช่วยผู้สมัคร สว. ให้ได้รับการเลือกตั้ง
ข้อที่ 2: ให้พรรคการเมืองหรือ สส. ช่วยเหลือตามมาตรา 67 วรรคสอง
ข้อที่ 3: ข้อหาแนะนำตัวทำให้มีความผิดมาตรา 36 ประกอบมาตรา 70 ซึ่งเรื่องนี้ตนเองทราบว่ามีข่าวว่าทั้ง สว. และพรรคการเมืองถูกอนุกรรมการ กกต. ชุดที่ 26 ชี้มูลไป เพื่อให้คณะกรรมการการเลือกตั้งชุดใหญ่วินิจฉัย
ข้อที่ 4: จัดทำหรือให้คำมั่นสัญญาอันฝ่าฝืนมาตรา 77 วรรคหนึ่ง
ข้อที่ 5: การจัดเลี้ยง
ข้อที่ 6: การรับผลประโยชน์
ข้อที่ 7: เรียกรับหรือยอมรับทรัพย์สิน
หากจะเขียนกฎหมายไม่ให้กำกวม ก็ต้องเขียนให้ชัดเจนว่าให้นิรโทษกรรมความผิดเกี่ยวกับการได้มาซึ่ง สว. ปี 2567 ยกเว้นมาตราที่เท่าไร เป็นต้น และที่สำคัญอย่างยิ่งในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญยังมีอีกคดี คือคดีฟอกเงินและคดีอั้งยี่ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยแล้วว่าแม้จะแยกกัน แต่หากความผิดเกี่ยวเนื่องกัน ดีเอสไอ (DSI) ก็มีอำนาจสอบสวน ซึ่งจะมีผลให้เกิดการนิรโทษกรรมในเรื่องฟอกเงินและอั้งยี่ด้วยใช่หรือไม่ ถ้าสิ่งนี้ไม่ได้รับคำตอบ ตนเองเห็นว่าความผิดนี้เป็นความผิดที่เซาะกร่อนบ่อนทำลายการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ดังนั้นจึงอยากได้ความชัดเจนในประเด็นนี้ และเพื่อให้เกิดความรอบคอบ เราควรตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกัน เพราะภาษาไทยเป็นลายลักษณ์อักษร การเขียนกฎหมายที่แอบแฝงหรือกำกวม หากปล่อยไว้จะกลายเป็นสมบัติส่วนตัวของคณะกรรมการชุดนี้ ซึ่งจะกลายเป็นวิกฤตซ้อนวิกฤต













