POLITICS

‘ภาวุธ’ แจง DSI ปม Forex ยันเส้นเงิน 28 ล้านมีที่มาชัด ไม่ใช่เงินผิดกฎหมาย ย้ำ เป็นเพียงผู้เทรด

‘ภาวุธ’ ใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง แจง DSI ปม Forex ยันเส้นเงิน 28 ล้านมีที่มาชัด ไม่ใช่เงินผิดกฎหมาย รับถูกถามเพิ่มปมบุคคลอื่น ย้ำ เป็นเพียงผู้เทรด-พยาน ไม่เกี่ยวแชร์ลูกโซ่-สแกมเมอร์ ปัดตอบเกมการเมืองบอกแล้วแต่คนมอง

วันนี้ (6 ก.ค. 69) เวลา 17.50 น. ที่กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ภายหลังใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง ภายหลังเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนคดีพิเศษเมื่อเวลา 14.40 น. ตามหมายเรียกของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงด้วยตนเอง กรณีถูกเชื่อมโยงกับธุรกรรมทางการเงินในเครือข่ายธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับคดี Forex

นายภาวุธกล่าวว่า วันนี้ได้เตรียมข้อมูลมาชี้แจงกับเจ้าหน้าที่ DSI หลายประเด็น โดยเฉพาะเรื่องมูลค่าเงินที่เข้าบัญชี ซึ่งสามารถชี้แจงได้ครบถ้วนว่าเงินทั้งหมดไม่ได้มาจากการกระทำผิดกฎหมาย และมีที่มาที่ไปชัดเจน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเป็นการเข้าพบครั้งแรก ทำให้ DSI มีคำถามเพิ่มเติมหลายประเด็น โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับบุคคลอื่น ซึ่งตนไม่ได้เตรียมข้อมูลมา จึงต้องกลับไปจัดเตรียมข้อมูลก่อนเข้ามาชี้แจงเพิ่มเติมอีกครั้ง พร้อมยืนยันว่า มีความบริสุทธิ์ใจ พร้อมให้ข้อมูลทุกอย่าง และดำเนินการอย่างโปร่งใสตรงไปตรงมา

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงเงินจำนวน 28 ล้านบาทที่ปรากฏในบัญชี นายภาวุธยืนยันว่า เงินจำนวนดังกล่าวไม่ได้มาจากการกระทำผิดกฎหมาย แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ว่าเป็นเงินจากรูปแบบใด เนื่องจากยังอยู่ในสำนวนการสอบสวน

สำหรับลักษณะการรับเงินจากการเทรด นายภาวุธกล่าวว่า ตนเทรดมาเป็นเวลาประมาณ 1-2 ปี มีทั้งช่วงที่เทรดมากและเทรดน้อย ทำให้รายได้เข้ามาแตกต่างกันในแต่ละช่วง พร้อมกล่าวติดตลกว่า สุดท้ายตนก็ขาดทุนจากการเทรด ไม่ได้มีกำไรจากการลงทุนดังกล่าว

กรณีมีรายชื่อปรากฏเป็นผู้ถือหุ้นในกลุ่มบริษัทที่เชื่อมโยงกับแผนผังที่ DSI เคยแถลงข่าว นายภาวุธกล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเกี่ยวข้องกับบริษัทที่ปัจจุบันตนไม่ได้เป็นผู้บริหารแล้ว จึงยังไม่สามารถให้รายละเอียดมากนัก เพราะอาจส่งผลกระทบต่อบริษัทเหล่านั้น อีกทั้งบางบริษัทที่มีข้อมูลเชื่อมโยงมายังตน ตนก็ไม่รู้จัก จึงต้องกลับไปตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมก่อน

เมื่อถูกถามถึงกรณีเดินทางไปประเทศฝรั่งเศสร่วมกับบุคคลที่ถูกกล่าวถึง นายภาวุธชี้แจงว่า การเดินทางดังกล่าวเกิดจากการนำคะแนนสะสมที่ได้รับจากการซื้อสินค้าตามร้านค้าต่างๆ ไปแลกเป็นรางวัลเดินทางต่างประเทศ โดยผู้ที่เดินทางร่วมกันเป็นทีมงานของโบรกเกอร์ที่ตนใช้เทรด ไม่ใช่บุคคลที่รู้จักกันเป็นการส่วนตัว และยังมีผู้ที่ได้รับรางวัลลักษณะเดียวกันเดินทางไปหลายคน จึงถือเป็นเรื่องปกติ

ส่วนกรณีมีคลิปที่ถูกมองว่าเป็นการชักชวนให้ผู้อื่นร่วมลงทุน นายภาวุธยืนยันว่า หากดูเนื้อหาในคลิปทั้งหมด จะเป็นเพียงการเล่าประสบการณ์การเทรดของตนเอง ไม่ได้มีการชักชวนหรือจูงใจให้ใครมาลงทุน และไม่ได้รับผลประโยชน์ใดๆ จากบริษัท QFS โดยตนเป็นเพียงผู้เทรดรายหนึ่งและเป็นผู้เข้าเรียนในหลักสูตรของบริษัทเท่านั้น รวมทั้งวันดังกล่าวมีผู้ถูกสัมภาษณ์หลายคน ไม่ใช่เฉพาะตน

สำหรับการเข้าชี้แจงเพิ่มเติม นายภาวุธกล่าวว่า หลังจากได้รับทราบขอบเขตคำถามของ DSI แล้ว จะกลับไปเตรียมข้อมูลเพิ่มเติม เนื่องจากมีรายละเอียดมากกว่าที่เตรียมมาในครั้งนี้ ก่อนประสานเจ้าหน้าที่ DSI เพื่อนัดหมายวันเข้าชี้แจงอีกครั้ง ซึ่งจะดำเนินการโดยเร็ว

นายภาวุธกล่าวว่า ภายหลังเข้าชี้แจงรู้สึกสบายใจมากขึ้น เพราะตั้งใจจะมาให้ข้อมูลตั้งแต่แรก เนื่องจากไม่มีอะไรต้องปิดบัง แต่ก่อนหน้านี้ติดภารกิจประชุมสภาและการประชุมกรรมาธิการ จึงไม่สามารถเดินทางมาตามกำหนดเดิมได้ พร้อมย้ำว่า ต้องการให้สังคมรับทราบว่าเงินที่เข้าบัญชีไม่ได้มาจากการกระทำผิดกฎหมาย และตนไม่ได้เกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์หรือแชร์ลูกโซ่ เป็นเพียงผู้เทรดรายหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับโบรกเกอร์เท่านั้น พร้อมระบุว่า ขณะนี้มีการพูดถึงการเทรดผ่านโบรกเกอร์ในรูปแบบ CFD หรือ Contract for Difference ซึ่งคงต้องติดตามการตีความกันต่อไป

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงการโอนหุ้นบริษัทสบายดิจิทัล นายภาวุธกล่าวว่า เรื่องดังกล่าวอยู่ในสำนวน และมีหลักฐานประกอบทุกอย่าง

นายภาวุธยอมรับว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้มีเวลาในการทำงานน้อยลง เพราะต้องใช้เวลาจำนวนมากในการรวบรวมและเตรียมข้อมูลเพื่อชี้แจง

ส่วนกรณีถูกถามว่ามองว่าเป็นเรื่องการเมืองหรือไม่ นายภาวุธกล่าวว่า แล้วแต่แต่ละคนจะมอง แต่สำหรับตนมีความบริสุทธิ์ใจ โดยย้ำว่า วันนี้ตนไม่ได้มีสถานะเป็นผู้ต้องหา แต่เป็นพยานที่เข้ามาให้ข้อมูลแก่ DSI จึงทำหน้าที่อย่างเต็มที่ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ และไม่มีอะไรต้องปิดบังหรือซ่อนเร้น

เมื่อถูกถามว่า มองหรือไม่ว่าการถูกตรวจสอบในครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาใกล้เคียงกับการออกมาเปิดเผยข้อมูลเรื่อง TH-AI PASSPORT นายภาวุธกล่าวว่า เป็นเรื่องที่แล้วแต่คนจะมอง ส่วนตัวเห็นว่าเป็นจังหวะของเหตุการณ์ เพราะช่วงนี้ก็มีหลายคดีเกิดขึ้นเช่นกัน พร้อมยืนยันว่า ตนทำหน้าที่ สส. อย่างเต็มที่ และขณะเดียวกันก็ทำหน้าที่ให้ข้อมูลกับ DSI โดยระบุว่า เจ้าหน้าที่ให้การดูแลเป็นอย่างดี ไม่มีการบีบคั้น และการสอบถามเป็นไปอย่างตรงไปตรงมา

Related Posts

Send this to a friend