’อธิบดีกรมการปกครอง‘ คิกออฟการจัดทำบัตรประจำตัวผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา
หลังหลบหนีเข้าไทยตั้งแต่ปี 2527 มอบบัตรให้แรงงาน กว่า 300 คน ชี้ เพื่อประโยชน์ของ จนท. รัฐ – ดูแลความมั่นคงในประเทศ
วันนี้ (17 มิ.ย. 69) นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปครอง เป็นประธานจัดกิจกรรม kick off การจัดทำบัตรประจำตัวของคนต่างด้าวซึ่งพำนักอยู่ในเขตพื้นที่ควบคุมที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ (ผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา) ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี โดยมี นางสาวฐิติลักษณ์ คำพา ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี, ผู้บริหารกรมการปกครอง, ปลัดจังหวัดราชบุรี, นายอำเภอสวนผึ้ง และแทมมี่ ชาร์ป ผู้แทนข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย เข้าร่วมด้วย
นายนฤชา กล่าวว่า ตนเองมีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้มาเป็นประธานเปิดกิจกรรมในวันนี้ นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2527 มีผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา หลบหนี เข้ามาอยู่ในประเทศไทยบริเวณชายแดนด้านตะวันตก โดยมีสถานะเป็นเพียงผู้หลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย ซึ่งรัฐบาลไทยในขณะนั้น ได้ผ่อนปรนให้อาศัยอยู่ในเขตประเทศไทยได้เป็นการชั่วคราว ด้วยเหตุผลทางด้านมนุษยธรรม ต่อมาในปี พ.ศ. 2568 กรมการปกครองได้กำหนดแนวทางการขออนุญาตออกนอกเขตพื้นที่ควบคุมฯ ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าวซึ่งพำนักอยู่ในเขตพื้นที่ควบคุม อยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 เพื่อให้การบริหารจัดการผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมามีประสิทธิภาพ สามารถจัดเก็บข้อมูล ตรวจพิสูจน์ตัวบุคคล และครอบคลุมคนต่างด้าวซึ่งพำนักอยู่ในพื้นที่พักพิงชั่วคราว สำหรับผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา สำนักทะเบียนกลาง จึงได้ออก “ระเบียบว่าด้วยการจัดทำทะเบียนและบัตรประจำตัวของคนต่างด้าว ซึ่งพำนักอยู่ในเขตพื้นที่ควบคุมที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ พ.ศ. 2569” โดยจะดำเนินการจัดทำบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยให้กับผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา ที่ได้ทำทะเบียนไว้และมีหลักฐานแสดงตนแล้ว ซึ่งบัตรประจำตัวนี้สามารถใช้ติดต่อกับสำนักทะเบียน ส่วนราชการ หรือหน่วยงานของรัฐ ควบคู่กับเอกสารการอนุญาตที่ทางราชการออกให้ ส่งผลให้เกิดประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบ ควบคุม ติดตาม และบังคับใช้กฎหมาย นอกจากนี้ จะส่งเสริมให้คนกลุ่มนี้ขออนุญาตออกนอกเขตพื้นที่ควบคุม เพื่อทำงานหารายได้ พึ่งพาตนเองและบรรเทาภาระของรัฐ ซึ่งเป็นไปตามมาตรการบริหารจัดการ การทำงานของคนต่างด้าวที่พำนักอยู่ในพื้นที่พักพิงชั่วคราวฯ ของรัฐบาล
นายนฤชา กล่าวอีกว่า ตนเองขอชื่นชม และขอบคุณจังหวัดราชบุรี ภายใต้การนำของผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ที่ร่วมมือกันขับเคลื่อนนโยบายนี้ และขอขอบคุณสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ หรือ UNHCR ที่ได้ให้การสนับสนุนงบประมาณ ในการจัดทำบัตรประจำตัวผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา ตลอดจนขอบคุณหน่วยงานภาคีเครือข่าย ที่ร่วมกันดำเนินการให้สอดคล้องกับหลักมนุษยธรรม ควบคู่กับการรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของประเทศ อันจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืนต่อไป
นายซามูแอล ทู ตัวแทนผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา กล่าวขอบคุณว่า เราอยู่ในแคมป์ และฝันมานานแล้วว่าจะไปทำงานข้างนอก ดังนั้น ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ผลักดันให้เราได้มีวันนี้
ผู้แทนข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย กล่าวว่า งานในวันนี้ เป็นเรื่องสำคัญของพี่น้องทุกคน เป็นเรื่องของชีวิต ความเข้มแข็งอดทน ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และอนาคต ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา กลุ่มประชากรจากเมียนมาได้อาศัยอยู่ในพื้นที่พักพิงชั่วคราวตามแนวชายแดนแห่งนี้ บางท่านอยู่ที่นี่มาตั้งแต่ช่วงกลางทศวรรษ 1980 และหลายท่านเกิดและเติบโตที่นี่ โดยแท้จริงแล้วเกือบครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งหมดเกิดในพื้นที่แห่งนี้ ทุกคนได้สร้างครอบครัว สร้างชุมชน และสร้างชีวิตของตนเอง แม้จะต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนข้อจำกัดต่าง ๆ และการอยู่ห่างไกลจากบ้านเกิดเมืองนอน วันนี้ เราร่วมกันยอมรับประวัติศาสตร์เหล่านั้นแต่ที่สำคัญยิ่งกว่า คือเรายอมรับและให้คุณค่าแก่ทุกคน
“การได้รับบัตรประจำตัวบุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทยอย่างเป็นทางการ ซึ่งรับรองสถานะของท่านในฐานะ บุคคล ผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา (Myanmar Displaced Persons) ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของเอกสารเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของการได้รับการยอมรับ เป็นเรื่องของการได้รับการมองเห็น เป็นเรื่องของการมีตัวตนที่ได้รับการรับรอง ได้รับการคุ้มครอง และได้รับความเคารพ เป็นครั้งแรกที่ทุกท่านได้รับเอกสารแสดงตัวตนที่ออกโดยภาครัฐอย่างเป็นทางการ สิ่งที่หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องปกติแต่สำหรับทุกคนแล้ว สิ่งนี้มีความหมายอย่างลึกซึ้ง เอกสารฉบับนี้ช่วยเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ ๆช่วยยืนยันการมีอยู่ของท่านในระบบ และเสริมสร้างศักยภาพให้ท่านสามารถก้าวเดินต่อไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง“ ผู้แทนข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย กล่าว
ผู้แทนข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย กล่าวอีกว่า ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ผู้ลี้ภัยมากกว่า 5,500 คนได้เข้าสู่ตลาดแรงงาน เบื้องหลังตัวเลขดังกล่าว คือผู้คนจำนวนมาก ที่ได้ทุ่มเทและทุกคนก็ได้อยู่ที่นี่ในวันนี้ครบทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พี่น้องซึ่งจากนี้ท่านคือผู้ที่จะกำลังใช้ความรู้ ความสามารถ ทักษะ และความมุ่งมั่นในการทำงาน เพื่อสร้างคุณูปการแก่สังคมไทย ท่านไม่ได้ถูกกำหนดคุณค่าด้วยการพลัดถิ่น หลายท่านคือครู เกษตรกร ช่างฝีมือ แรงงาน พ่อแม่ผู้ปกครอง และคนรุ่นใหม่ที่เต็มไปด้วยความฝันและความมุ่งหวัง ท่านกำลังมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนที่เปิดรับและต้อนรับท่าน และวันนี้ยิ่งตอกย้ำสิ่งที่เราเชื่อมั่นมาโดยตลอดว่า เมื่อผู้ลี้ภัยได้รับโอกาส พวกเขาไม่ได้เพียงสร้างชีวิตของตนเองขึ้นใหม่เท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างสังคมที่เข้มแข็งยิ่งขึ้นให้กับทุกคน
“สิ่งนี้คือ กุญแจสู่การเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุข สู่บริการทางการเงิน สู่การสื่อสาร การประกอบอาชีพ และโอกาสในชีวิต ระบบนี้ไม่ได้สนับสนุนเพียงความปลอดภัยของท่านเท่านั้น แต่ยังช่วยเสริมสร้างความเป็นอิสระในการดำเนินชีวิต เสรีภาพในการตัดสินใจ และความสามารถในการวางแผนอนาคตของตนเอง”
ทั้งนี้ กิจกรรมในวันนี้ ได้มีการจัดแสดงบูธรถโมบายเคลื่อนที่ การทำบัตรประจำตัว พร้อมเปิดให้บริการให้แรงงานเข้ามาทำบัตรประจำตัว ซึ่งได้มีการมอบบัตรประจำตัวให้กับแรงงานกว่า 300 คน ที่มาจากศูนย์พักพิงชั่วคราวบ้านถ้ำหินจังหวัดราชบุรี เพื่อให้ได้ออกไปทำงานในจังหวัดที่กรมการปกครองกำหนดด้วย โดยบัตรสีชมพู จะเป็นบัตรประจำตัว ซึ่งจะมีคิวอาร์โคดอยู่ด้านหลังบัตร เพื่อให้สามารถสแกนดูใบอนุญาตการทำงานได้ โดยใบอนุญาตการทำงาน จะมีอายุ 1 ปี และแรงงานจะต้องมาต่อ ซึ่งต้องอยู่ภายในพื้นที่ที่อนุญาต หากจะเดินทางออกนอกพื้นที่จะต้องมีการขออนุญาตกับทางอำเภอนั้น ๆ ก่อน

















