‘ชัชชาติ’ ลุยหาเสียงเขตสายไหม เล็งขยายเส้นทางขนส่งสาธารณะ แก้ปัญหาขยะ
‘ชัชชาติ’ ลุยหาเสียงเขตสายไหม เล็งขยายเส้นทางขนส่งสาธารณะ แก้ปัญหาขยะมูลฝอย ตั้งเป้าดาวกระจายลงพื้นที่ให้ครบ 50 เขต ตอนนี้มีเพิ่มเป็น 253 นโยบาย
วันนี้ (30 พ.ค.69) เวลา 07.00 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เบอร์ 9 ลงพื้นที่หาเสียงพบปะพี่น้องประชาชนและพ่อค้าแม่ค้าที่ตลาดยิ่งเจริญ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร โดยตลอดการเดินหาเสียงนายชัชชาติได้นำแผ่นพับที่มีนโยบายทั้ง 250+ นโยบาย มอบให้กับประชาชนด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีประชาชนรายหนึ่งได้กล่าวกับนายชัชชาติว่า ในวันที่ 28 มิถุนายน 2569 ก็อยากจะไปเลือกนายชัชชาติแต่ติดธุระไม่ว่าง ทำให้นายชัชชาติตอบกลับทันทีว่า ไม่เป็นไรแค่วันนี้มาให้กำลังใจก็ดีแล้ว จากนั้นนายชัชชาติได้เดินทางไปยังชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญ และตลาดเอซี ซอยสายไหม 15 เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร
นายชัชชาติให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ตนเองได้ลงพื้นที่เขตสายไหม ซึ่งถือว่าเป็นพื้นที่พัฒนาใหม่ เป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ที่มีประชากรถึง 215,000 คน เป็นคนที่ย้ายออกจากในเมืองเข้ามาอาศัยอยู่ โดยปัญหาการจราจรในพื้นที่เขตสายไหม เขตนี้มีเส้นเลือดใหญ่มีรถไฟฟ้ามาถึงคูคต มีทางด่วนมาถึงสุขาภิบาล 5 และถนนจตุโชติ แต่จะต้องมีการพัฒนาเส้นเลือดฝอยที่กระจายไปยังจุดต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนได้เกิดความสะดวก อย่างไรก็ตามมีความจำเป็นที่จะต้องทำฟีดเดอร์และที่จอดรถที่เชื่อมกับรถไฟฟ้ามากขึ้น ซึ่งก็มีความเป็นไปได้ แต่ไม่อยากแย่งเอกชนในการจัดทำ จึงอาจจะหาเส้นทางที่ไม่มีคนทำ และหากมีลูกค้าเยอะก็จะส่งต่อให้กับเอกชน
ส่วนปัญหาการให้บริการประชาชน ได้มีการขยายบริการโดยสร้างโรงพยาบาลในเขตสายไหม ทำศูนย์ดับเพลิง พัฒนาถนนหนทาง รวมถึงพัฒนาจุดบริการด่วนมหานคร เพื่อให้ประชาชนไม่ต้องเดินทางไปยังสำนักงานเขต ขณะเดียวกันปัญหาเรื่องน้ำท่วมมีการปรับปรุงเขื่อนและระบบระบายน้ำอยู่ตลอด ซึ่งการเดินพบปะกับพี่น้องประชาชนวันนี้ก็ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี และเชื่อว่าประชาชนได้รับประโยชน์จากเส้นเลือดฝอย เพราะหากไม่ได้รับประโยชน์ก็คงไม่ดีใจที่เรามา ซึ่งนี่คือหัวใจที่ทำให้เห็นว่ามีการเปลี่ยนแปลง เป็นรูปแบบที่เราจะต้องทำต่อและทำเสริม
นายชัชชาติกล่าวถึงการลงพื้นที่ตลาดยิ่งเจริญเมื่อช่วงเช้าว่า แม่ค้าในตลาดได้บอกว่าอย่าประมาท ซึ่งตนเองยืนยันว่าการเลือกตั้งไม่มีอะไรแน่นอน ต้องทำงานให้หนักขึ้น คิดนโยบายตอบสนองพี่น้องประชาชน และจากการลงพื้นที่เมื่อวานนี้ ตนเองได้พบกับผู้สูงอายุนั่งเย็บผ้าอยู่ในบ้าน ซึ่งเป็นนโยบายที่เราจะรวบรวมสกิลของผู้สูงอายุ โดย กทม.จะเป็นตัวกลางหาตลาดและคาดว่าจะสามารถหางานให้กับผู้สูงอายุได้ 10,000 คน นอกจากนี้ยังจะมีศูนย์ศึกษาเด็กพิเศษและนโยบาย Care Giver ที่จะมีค่าตอบแทนในการดูแลผู้สูงอายุ โดยการลงพื้นที่ทำให้เราเห็นนโยบายที่จะทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ส่วนปัญหาเรื่องขยะในพื้นที่เขตสายไหม นายชัชชาติกล่าวว่า เป็นปัญหาที่ประชาชนชาวสายไหมร้องเรียนมากที่สุด ซึ่งในช่วงปีที่ผ่านมา มีการเก็บไม่ครอบคลุมถึง 20% จึงได้มีการพัฒนาใช้ GPS เข้ามา โดยสถานีขนถ่ายขยะมูลฝอยพื้นที่เขตสายไหม ปัญหาไม่ได้เยอะเท่ากับที่จุดอื่น มีเพียงปัญหาที่น้ำขยะไหลออกมาบนท้องถนนจนทำให้ถนนลื่น จึงต้องคอยดูแลไม่ให้มีน้ำขยะไหลออกมา เดิมทีมีโครงการที่จะจัดทำเตาเผาขยะในพื้นที่ แต่เนื่องจากมีประชากรเข้ามาอาศัยอยู่บริเวณโดยรอบจึงทำให้โครงการนี้ชะลอไปก่อน เหลือเพียงสถานีขนถ่ายขยะมูลฝอย
นายชัชชาติยังยืนยันว่าในการหาเสียงครั้งนี้จะลงพื้นที่ให้ครบทั้ง 50 เขต เพราะทุกเขตมีความหมายไม่น้อยกว่ากัน ซึ่งการลงพื้นที่ถือเป็นการคอนเฟิร์มนโยบาย ขณะนี้มีมากถึง 253 นโยบายแล้ว และการที่ให้อดีตรองผู้ว่าฯ กทม.ดาวกระจายกำลังลงพื้นที่พบปะกับประชาชนในหลากหลายเขต ก็เพื่อให้ไปรับฟังปัญหา อัปเดตนโยบาย ซึ่งนโยบายเริ่มแรกที่เราเริ่มไว้คือ 251 สุดท้ายอาจจะจบที่ 300 นโยบาย ก็ได้












