POLITICS

‘นภินทร’ แจงยิบ ไม่ได้โดดตอบกระทู้สภา แต่ติดภารกิจประชุมน้ำท่วม 5 จังหวัด

‘นภินทร’ แจงยิบ ไม่ได้โดดตอบกระทู้สภา แต่ติดภารกิจประชุมน้ำท่วม 5 จังหวัด ย้ำมีจิตสำนึกทำงานให้ ปชช. แต่ ‘พริษฐ์’ มีวุฒิภาวะหรือไม่ กางหลักฐาน 4-5 ก.ค. 67 ไม่ได้อยู่ รร.พูลแมน หลังถูกกล่าวหา พร้อมโชว์พาสปอร์ต – เอกสารลา ก่อนแจกเบอร์กลางวง ท้า ‘ไอติม – เป๋า’ โทรมาถามได้เลย ชี้อย่าเปิดหลักฐานซีกเดียว มองเป็นการทำการเมืองสกปรก รับมีผู้สมัคร สว.ขอให้ช่วยจริง แต่ปฏิเสธ เพราะคุยแค่เรื่องไก่งวง

วันนี้ (28 ส.ค. 69) เวลา 13.30 น. ณ บริเวณห้องโถง ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์สื่อชี้แจงประเด็นไม่ได้ตอบกระทู้สดปมเอี่ยวฮั้ว สว. ของนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.พรรคประชาชน

นายนภินทร ชี้แจงว่า นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.พรรคประชาชน บอกว่าตนเองขาดจิตสำนึก ขอชี้แจงว่า เมื่อวานนี้ตนเองไปราชการที่จังหวัดราชบุรี ได้รับคำสั่งแต่งตั้งจากนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้เป็นประธานคณะอนุกรรมการป้องกันแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง ตามแม่น้ำภาคกลาง เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ ให้หารือ และจะมีการประชุมเร่งด่วนในวันที่ 27 สิงหาคม และมีหนังสือแจ้งไปเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ถึงคณะกรรมการทุกคน ซึ่งวันอังคารที่ผ่านมา ได้รับแจ้งจากวิปรัฐบาลว่าจะมีกระทู้ถามสดถึงตนเอง จึงถามว่าเรื่องใด แต่ก็ไม่ทราบ ตนเองได้ให้หน้าห้องประสานไปว่าวาระงานของรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 27 สิงหาคม มีการตรวจราชการการบริหารจัดการน้ำ

นายนภินทร ระบุว่า จิตสำนึก คือ ปัญหาของประชาชนต้องมาก่อน แต่เมื่อเวลามันซ้อนกันจึงเลือกปัญหาของประชาชน ที่สำคัญประชุมคณะอนุกรรมการฯ ที่ว่านั้น เป็นคณะกรรมการฯ มาจาก 5 จังหวัด หากจะเลื่อนจึงเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม หากเลื่อนแล้ว โอกาสที่จะประชุมก็คาดว่ากลางเดือนกันยายน เพราะติดภารกิจไปต่างประเทศ ซึ่งเดือนกันยายน พายุฝนเข้าสู่ภาคกลางตอนล่างแล้ว

“ผมมีจิตสำนึกครับ คนที่กล่าวหาว่าผมไม่มีจิตสำนึกนั้น คุณมีวุฒิภาวะแค่ไหน มากล่าวหาว่าผมไม่มีจิตสำนึก” นายนภินทร กล่าว

จากนั้น นายนภินทร ได้ชูโทรศัพท์มือถือ และกล่าวว่า ในระหว่างแถลงหากนายพริษฐ์ และ นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ต้องการถาม ให้โทรมาเลยจะเปิดลำโพง ในระหว่างแถลง พร้อมแจ้งเบอร์โทรทันที

ส่วนประเด็นที่กล่าวหาในกระทู้ ว่าวันที่ 24 มิถุนายน มีผู้สมัคร สว. ชื่อนายเอ ที่เชิญมาพบเพื่อมาดูตัวในห้องทำงาน ขณะที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยกระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2567 และวันที่ 25 มิถุนายน นายเอถูกเรียกกลับมาให้พบตนเอง และให้เซ็นใบลาออกนั้น

นายนภินทร ยอมรับว่า ได้รับการประสานประมาณวันที่ 20 ปลาย ๆ ของเดือนมิถุนายน ว่าขอพบตนเอง เพราะมีปัญหาเรื่องเกษตรกรเรื่องเลี้ยงไก่งวง สินค้าในตลาด จึงขอเข้าพบ และนัดวันที่ 24 มิ.ย. 67 ช่วงบ่าย เมื่อมาถึงมีผู้ตรวจราชการสภาเกษตรแห่งชาติ มาด้วย ตนเองได้เชิญเจ้าหน้าที่ของตนที่เป็นอดีตข้าราชการระดับ 10 กระทรวงพาณิชย์ และอีกหลาย ๆ ท่านมาด้วย เพื่อหารือปัญหาไก่งวง ก่อนที่นายเอ จะบอกว่าเป็นผู้สมัคร สว. คนหนึ่ง ตนเองเป็นรัฐมนตรี รู้จักคนเยอะมาก ขอให้ช่วยส่งเสริมกัน ซึ่งตนเองทำไม่ได้ เพราะกฎหมายระบุว่าห้ามผู้นำดำรงตำแหน่งทางการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้อง จึงตอบปฏิเสธไป ก่อนจะพูดคุยเรื่องไก่งวง ขณะที่วันที่ 25 มิ.ย. 67 ก็มีการนัดประชุมกันต่อเนื่องอีกครั้งจากกลุ่มไก่งวงเดิม ซึ่งนายเอ ก็มาด้วย และขอร้องให้ตนเองช่วย เรื่องสมัคร สว. อีกครั้ง ซึ่งตนเองได้บอกไปแล้วว่าพูดไปแล้วเมื่อวานนี้ ช่วยไม่ได้ ถ้าจะพูดเรื่องนี้ก็เชิญออกไปนอกห้อง เพราะจะคุยกันเรื่องไก่งวง จากนั้น นายเอ ได้เดินออกจากห้องทันทีโดยไม่ได้ร่ำลา และตนเองได้หารือเรื่องไก่งวงต่อ โดยนายนภินทร ได้โชว์ภาพงานไก่งวง ให้สื่อมวลชนดูด้วย

นายนภินทร ระบุว่า ภาพถ่าย ไม่มีบันทึกเสียง ไม่มีหนังสือที่เซ็น ซึ่งข้าราชการ 5 คนชั้นผู้ใหญ่ของกระทรวงพาณิชย์ และสภาเกษตร ให้การสอดคล้องเหมือน ๆ กับตนเอง เรื่องนี้ควรฟังใคร ตนเองเป็นมนุษย์ปุถุชนกินข้าว ตนไม่โง่ ถ้าลาออกจะให้เซ็นต่อหน้าคน 8 – 9 คน ได้อย่างไร และนี่คือคนที่ตนเองนำส่ง ไม่ว่าจะเป็นนายยิ่งชีพ หรือนายพริษฐ์ ได้นำหลักฐานเหล่านี้มาเปิดให้สังคมได้เห็นหรือไม่

ส่วนมีสัญญาณโทรศัพท์ของ สว. 100 กว่าคน และนักการเมืองจากพรรคภูมิใจไทยอยู่ที่โรงแรมพูลแมนนั้น นายนภินทร กล่าวว่า โรงแรมดังกล่าว เป็นพื้นที่สาธารณะ ใครก็เคยไป มีเรื่องอะไรสำคัญก็จะมีห้องประชุมเล็ก ๆ นั่งได้ไม่เกิน 4 คน การที่จะรวมกันเป็น 100 คน หากมีอยู่จริง ก็ต้องใช้ห้องประชุมใหญ่ ดังนั้น การมีสัญญาณโทรศัพท์ของ สว. เป็นหลักฐานเพียงพอแล้วหรือไม่

นายนภินทร ยังโชว์หลักฐาน ยืนยันว่า ในวันที่ 4 – 5 กรกฎาคม 2567 ตนเองไม่ได้อยู่โรงแรมพูลแมน แต่ไปราชการที่ประเทศเยอรมนี โดยมีหลักฐานการลา และโชว์พาสปอร์ตที่เดินทางออกวันที่ 28 มิถุนายน 67 ถึงแฟรงก์เฟิร์ต 29 มิถุนายน 67 และกลับสู่ไทยวันที่ 8 กรกฎาคม 67 ซึ่งหลักฐานชัดเจน ดังนั้น ตั้งข้อกล่าวหาตนเองได้อย่างไร คณะอนุกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 ของ กกต. ตั้งข้อหาแบบสุ่ม 229 คน ตนเองเชื่อว่าหลายคนมีหลักฐานข้อมูลชี้แจง เมื่อคุณเปิดหลักฐานฝั่งเดียว แต่คนที่ถูกร้อง คุณไม่เปิด แต่เปิดเฉพาะหลักฐานที่เป็นผลร้ายกับผู้ถูกร้อง มองว่าการทำการเมืองแบบนี้ถือเป็นการเมืองที่สกปรก พร้อมย้ำว่า หากสงสัยให้มาถามพร้อมตอบทุกคำถาม

นายนภินทร ระบุว่า ตอนนี้แจ้งความนายยิ่งชีพ ที่ สน.ทองหล่อ ไว้แล้ว เพราะสิ่งที่นายยิ่งชีพ พูดว่า นายเอ มาเจอ และมีข้าราชการ 2 คนมาเจอ มีการปรับข้อความบางส่วนมาพูดกับสังคม เป็นคำพูดแสดงเชิงอคติใส่ร้าย การเมืองสกปรก ซึ่งที่อ้างว่ามีหลักฐาน 90,000 กว่าหน้า ก็ต้องเปิดหลักฐานมาทุกมุม อย่าเปิดหลักฐานซีกเดียว และก็พบกันที่ศาล ก่อนที่จะย้ำว่า ตนเองมีจิตสำนึกของการทำงานให้กับบ้านเมือง

ส่วนที่นายพริษฐ์ ไม่มาวันนี้ เพราะติดสัมมนา และบอกว่าไม่จำเป็นต้องมานั้น นายนภินทร กล่าวว่า อยู่ที่สังคมจะมอง วันนี้ที่ไม่มาก็ขึ้นอยู่กับจิตสำนึก ว่ามองเรื่องไหนสำคัญกว่า

Related Posts

Send this to a friend