POLITICS

‘สิริพงศ์’ เผยนายกฯ สั่งการ ‘คมนาคม’ เร่งคลายทุกข้อสงสัยแก่ประชาชนปมรถไฟชนรถเมล์

ย้ำไม่มีใบอนุญาตจากกรมรางไม่ใช่ประเด็นเอาผิดคนขับรถไฟ เหตุเป็นกฎหมายใหม่อยู่ระหว่างดำเนินการยืนยันตน ขณะที่เงินเยียวยาไม่ต้องเข้า ครม. เคาะผู้เสียชีวิต 2.39 ล้าน คนเจ็บ 1 ล้าน

วันนี้ (19 พ.ค. 69) เวลา 15.35 น. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันนี้ว่าส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงคมนาคมคือกรณีเหตุการณ์รถไฟชนรถเมล์เมื่อวันที่ 16 พ.ค. ที่ผ่านมานั้น นายกรัฐมนตรีพูดในที่ประชุมว่าเป็นเรื่องที่สะเทือนใจมาก ขอให้กระทรวงคมนาคมเร่งดำเนินการให้ประชาชนสิ้นข้อสงสัย เนื่องจากแต่ละวันจะมีพยานหลักฐานใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และมีคำถามจากภาคสังคมเข้ามา จึงสั่งการให้กระทรวงคมนาคมรีบสรุปประเด็นต่าง ๆ เช่น พนักงานขับรถไฟอยู่ในห้องขับหรือไม่ การที่พนักงานขับรถไฟเสพยาเกิดความบกพร่องส่วนใดบ้าง เพราะรัฐบาลให้ความสำคัญกับการปราบปรามยาเสพติด ทั้งหมดนี้ขอให้ดำเนินการตรวจสอบให้ครบถ้วน

ทั้งนี้ในส่วนของเงินเยียวยาไม่ต้องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพราะเป็นส่วนของกระทรวงคมนาคมที่จะดำเนินการ ซึ่งมีส่วนขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ที่จะนำมาจากกองทุนต่าง ๆ โดยคดีนี้กรณีผู้เสียชีวิตจะอยู่ที่ประมาณ 2,390,000 บาท ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บวงเงินสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านบาท

อย่างไรก็ตามกระทรวงคมนาคมได้รายงานนายกรัฐมนตรีว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว น่าจะสรุปผลได้ในวันนี้และนำรายงานได้ไม่เกินวันพรุ่งนี้ (20 พ.ค.)

ส่วนประเด็นเรื่องใบอนุญาตขับรถไฟ นายสิริพงศ์กล่าวว่าไม่ใช่ว่ากรมรางไม่ออกใบอนุญาต แต่พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การขนส่งทางรางเป็นกฎหมายใหม่ที่ต้องมีการดำเนินการซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 27 มีนาคมที่ผ่านมา และมีเวลา 120 วัน ซึ่งจะทยอยทำเรื่อย ๆ แต่หากเอาเฉพาะกรณีนี้ยังไม่มีการยืนยันตัวเองกับกรมรางและมีบางส่วนที่ทยอยทำ แต่ในทางปฏิบัติบุคคลนี้มีใบขับขี่ของการรถไฟที่ออกให้

อย่างไรก็ตามใบอนุญาตที่ออกจากกรมรางจะไม่ใช้เป็นส่วนในการพิจารณาโทษของกรณีนี้ หมายความว่าความผิดฐานไหนก็ดำเนินการในฐานนั้น แต่เรื่องที่กรมรางยังไม่ออกใบอนุญาตเพราะกฎหมายยังมีเวลาอีก 60 วัน จึงจะไม่นำเรื่องนี้มาร่วมพิจารณาด้วย

ส่วนกรณีตรวจพบสารเสพติดของพนักงานขับรถไฟดังกล่าว นายสิริพงศ์กล่าวว่าที่ผ่านมาอาจจะพูดเรื่องทักษะเป็นหลัก แต่ในอนาคตจะต้องมีการพูดคุยเรื่องสารเสพติดด้วย

เมื่อถามว่าสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทยบอกว่าอัตรากำลังน้อยจะต้องเพิ่มอัตรากำลังอย่างไรหรือไม่ นายสิริพงศ์กล่าวว่าต้องดูเรื่องโครงสร้าง เพราะน่าจะปี 2540 กว่า ๆ ที่เป็นไปตาม พ.ร.บ. การลดขนาดของภาครัฐ มีการกำหนดอัตราเกษียณและอัตราทดแทน ซึ่งในอดีตอาจมองว่ามีอัตรามากเกินไปต่อภาระหน้าที่ หากดูในข้อเท็จจริงจะมีการตั้งคำถามเยอะแยะ แต่ถ้าดูว่าตรงไหนมีปัญหาหรือขาดอะไรค่อยไปดูตรงนั้น ซึ่งผู้ว่าการ รฟท. มีการเสนอปรับโครงสร้างเข้ามาแล้ว ส่วนจะปรับปรุงหรือเพิ่มอัตราได้หรือไม่ต้องดูก่อน และต้องคุยกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ด้วย เพราะงบประมาณมีค่อนข้างจำกัด จึงต้องดูว่าจะใช้เป็นอัตรากำลัง อัตราจ้างเหมา หรือลักษณะของการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยซึ่งมีหลายวิธี

นายสิริพงศ์กล่าวอีกว่าวันนี้การรถไฟแห่งประเทศไทยได้ทาสีใหม่แล้วตามจุดตัดทางเชื่อมต่าง ๆ โดยเฉพาะจุดตัดที่มีความเสี่ยงสูงอย่างจุดเกิดเหตุก็ทาสีเรียบร้อย การเช็กสภาพจราจรก็เรียบร้อยดี

นายสิริพงศ์ยังขยายความถึงกรณีที่ให้คำจำกัดความว่ารางรถไฟไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัยจากกรณีว่ามีชายคนหนึ่งไปยืนปัสสาวะบนรางรถไฟจนถูกชนบาดเจ็บว่ารถไฟยังเป็นพื้นที่ปลอดภัย แต่รางรถไฟไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัย

“ไม่ใช่ปวดปัสสาวะแล้วจะสามารถเข้าไปปัสสาวะบนรางรถไฟได้ ไม่ใช่ว่าอยากเดินเล่นก็เข้าไปเดินเล่นบนรางรถไฟ แบบนั้นไม่สามารถทำได้ โดยเฉพาะตรงที่ไม่ใช่ทางเชื่อมซึ่งเป็นจุดที่รถไฟวิ่งตามปกติ จึงขอฝากประชาชนไว้ด้วย คำที่บอกว่ารางรถไฟไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัยไม่ได้หมายความว่าไม่ปลอดภัยกับผู้โดยสาร แต่หมายความว่าไม่ปลอดภัยสำหรับผู้ที่จะเข้าไปเหมือนกับการข้ามถนน เพราะถนนก็ไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัยสำหรับคนที่เดินข้ามแบบไม่ระวัง” นายสิริพงศ์กล่าว

ส่วนการประสานงานกับตำรวจจราจรเรื่องการให้สัญญาณไฟจราจรบริเวณจุดตัดทางรถไฟที่ใกล้กับแยกจะต้องมีการหารือถึงการบริหารจัดการร่วมกันหรือไม่ นายสิริพงศ์กล่าวว่าตอนนี้ตำรวจก็มีความเข้มข้นเรื่องนี้อยู่แล้ว พร้อมยอมรับว่าความเข้มข้นอาจลดน้อยลงบ้าง เพราะฉะนั้นสิ่งที่ต้องทำเป็นปกติคือช่วงที่การจราจรแออัดจะต้องทำให้เข้มข้นเป็นปกติ

นายสิริพงศ์ระบุอีกว่าล่าสุดทราบว่าบริเวณจุดตัดทางรถไฟหลายจุด รวมถึงบริเวณจุดเกิดเหตุได้มีการทาสีสัญลักษณ์บนถนนใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณจุดตัดที่มีความเสี่ยงสูง

เมื่อถามว่าจะต้องมีการเพิ่มขนาดของไม้กั้นและเสริมความแข็งแรง นายสิริพงศ์กล่าวว่าขณะนี้มีการพิจารณาอยู่ รวมทั้งจะมีการนำเทคโนโลยีมาใช้ประกอบแต่อาจจะยังไม่ใช่ในระยะเวลาอันใกล้ เพราะเป็นขั้นตอนตามระบบราชการ แต่ตอนนี้สิ่งที่ทำได้คือการบริหารจัดการบุคคล ซึ่งระหว่างที่กำลังรองบประมาณก็ยังมีสถาบันนวัตกรรมรางที่ก่อนหน้านี้มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดเชื่อมโยงกับ AI และสิ่งที่ต้องทำต่อไปคือการเชื่อมโยงกับสัญญาณไฟจราจร ส่วนเรื่องรางรถไฟที่จะต้องเป็นระบบอัตโนมัติจะเป็นขั้นตอนการดำเนินการระยะกลาง อาจต้องใช้เวลา 1-2 ปี

Related Posts

Send this to a friend