‘อนุทิน’ หารือทีมเศรษฐกิจชุดใหญ่ ติดตามมาตรการช่วยเหลือประชาชน
นายกฯ เรียกหน่วยงานเศรษฐกิจ หารือบนตึกไทยคู่ฟ้า คาด ถกภาพรวมเศรษฐกิจ-ติดตามความคืบหน้ากรณีไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุม IMF-World Bank ปี 2026 ด้าน ‘ภราดร’ เผย รอคุยนายกฯ ประชุม ครม. เศรษฐกิจ 4 พ.ค. นี้หรือไม่ คาด ผู้ได้รับประโยชน์เกิน 30 ล้านคน
วันนี้ (30 เม.ย. 69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 11.05 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางเข้ามายังทำเนียบรัฐบาล เพื่อปฏิบัติภารกิจตามปกติ ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ครั้งที่ 4/2569 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
นายกรัฐมนตรีได้เรียก นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วย นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และ นายอนันต์ แก้วกำเนิด ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ มาประชุมบนตึกไทยคู่ฟ้า ซึ่งคาดการณ์ว่าจะเป็นการหารือถึงภาพรวมเศรษฐกิจในปีนี้ ภายหลังจากที่หน่วยงานเศรษฐกิจ ประกอบด้วย กระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ปรับลด GDP ปีนี้ลงอยู่ที่ 1.5-1.6% จากเดิมประมาณ 2% เนื่องจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น
นอกจากนี้ จะมีการติดตามความคืบหน้ากรณีที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลก (World Bank) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปี 2026 (2026 Annual Meetings of the IMF–World Bank Group) ในช่วงเดือนตุลาคมนี้ รวมถึงรายละเอียดในการดำเนินโครงการไทยช่วยไทยพลัส และการเติมเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน
ต่อมา นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล พร้อมเปิดเผยถึงการประชุมร่วมกับนายกรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในวันนี้ ว่า จะมีการคุยแนวทางเรื่องโครงการไทยช่วยไทย ซึ่งคาดว่าในสัปดาห์หน้า น่าจะมีมติอย่างใดอย่างหนึ่งออกมา
ส่วนเรื่องแผนการประชุม ครม. เศรษฐกิจ นายภราดร กล่าวว่า จะหารือนายกรัฐมนตรีว่าในวันจันทร์ที่ 4 พ.ค. นี้ ซึ่งเป็นวันหยุด จะประชุม ครม. เศรษฐกิจหรือไม่
เมื่อถามว่านายกรัฐมนตรี อยากให้โครงการนี้ออกมาเร็วที่สุดหรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า ตามกำหนด วางไว้ 1 มิ.ย. ตามที่ได้ประกาศไปว่าจะเริ่มโครงการ
ส่วนความพร้อมของรัฐบาลในตอนนี้ มีเรื่องงบประมาณอย่างเดียว หรือต้องประสานงานหน่วยงานเศรษฐกิจอื่น ๆ ด้วย นายภราดร กล่าวว่า ต้องรอดูกระทรวงการคลังที่เป็นฝ่ายออกนโยบาย และแนวทางรวมถึงกระทรวงอื่น ๆ ว่ามีความเห็นกับเรื่องการเยียวยาอย่างไร เช่น กระทรวงแรงงาน กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่ามีความเห็นอย่างไร ก็ต้องถามดูด้วย ในส่วนของกระทรวงการคลัง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก็ได้บอกมาตรการมา 2-3 เรื่อง
ส่วนกลุ่มเป้าหมาย ที่จะครอบคลุมประมาณ 20-30 ล้านคน จะยังยึดจำนวนเท่านี้อยู่หรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า เบื้องต้นมี 2 ส่วน ส่วนแรก คือ ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13.2 ล้านคน ส่วนที่สอง คือการเข้าโครงการไทยช่วยไทย หรือคนละครึ่งเดิม กำลังดูตัวเลขว่าได้ประมาณเท่าไหร่ สองส่วนรวมกัน อย่างน้อยน่าจะต้องเกิน 30 ล้านคน ซึ่งในส่วนของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งเดิม 20 ล้านคน อาจจะมีเพิ่ม อาจเกิน 30 ล้านคน ที่ได้รับประโยชน์จากโครงการนี้













