CRIME

โฆษก ตร. เผยผลสอบเบื้องต้น ผู้ก่อเหตุชอบเล่นเกมใช้อาวุธปืน-ค้นข้อมูลเหตุรุนแรงก่อนลงมือ

โฆษก ตร. เผยผลสอบเบื้องต้น ผู้ก่อเหตุยิงมักบ่นเครียดเรื่องการเรียน พบชอบเล่นเกมใช้อาวุธปืน-ค้นข้อมูลเหตุรุนแรงก่อนลงมือ เร่งตรวจคอมพิวเตอร์-มือถือ สอบปากคำเพื่อน-ผู้เกี่ยวข้อง หาความเชื่อมโยงสาเหตุการก่อเหตุทั้งหมด

วันนี้ (7 ส.ค. 69) พล.ต.ท. ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติและโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังลงพื้นที่เหตุกราดยิงโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี โดยเปิดเผยว่าผู้ก่อเหตุเดินทางมาโรงเรียนตามปกติและเข้าเรียน เมื่อเรียนไปได้ระยะหนึ่งได้ลุกขึ้นก่อเหตุภายในห้องเรียน ก่อนเดินออกจากห้องเรียนและใช้อาวุธปืนก่อเหตุต่อ

พล.ต.ท. ไตรรงค์กล่าวว่าขณะนี้ตำรวจได้ปิดกั้นพื้นที่เกิดเหตุทั้ง 2 จุด ได้แก่ บ้านของผู้ก่อเหตุ ซึ่งเบื้องต้นสันนิษฐานว่าผู้ก่อเหตุยิงปู่และย่าของตนเองเสียชีวิต และโรงเรียนที่เกิดเหตุ เพื่อให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบพยานหลักฐานอย่างละเอียด พร้อมประสานโรงพยาบาลเพื่อตรวจสอบข้อมูลผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต หลังช่วงเช้าที่ผ่านมาเกิดความสับสนเรื่องจำนวนผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ

ล่าสุดได้รับรายงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่ามีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 6 ราย เป็นบุคลากรทางการศึกษา 5 ราย ประกอบด้วยครูและเจ้าหน้าที่ของโรงเรียน ส่วนอีกรายคือผู้ก่อเหตุ ขณะที่ยังไม่พบว่านักเรียนเสียชีวิต ส่วนผู้บาดเจ็บมีประมาณ 30 กว่าราย โดยในจำนวนนี้มีผู้บาดเจ็บอาการวิกฤต 9 ราย และที่เหลือเป็นผู้บาดเจ็บเล็กน้อย

เมื่อถามถึงสาเหตุและแรงจูงใจ พล.ต.ท. ไตรรงค์กล่าวว่าเบื้องต้นตำรวจได้สอบปากคำพยานที่อยู่ในที่เกิดเหตุ รวมถึงบุคคลในครอบครัว โดยเฉพาะบิดาของผู้ก่อเหตุ แต่พนักงานสอบสวนจะต้องสอบปากคำโดยละเอียดเพิ่มเติมอีกครั้ง

กรณีมีข้อมูลว่าที่บ้านของผู้ก่อเหตุพบคอมพิวเตอร์เปิดอยู่และมีการเปิดดูคลิปเหตุการณ์กราดยิงผ่านยูทูบ เมื่อวันที่ 30 ก.ค. นั้น พล.ต.ท. ไตรรงค์กล่าวว่าตำรวจจะตรวจสอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเพื่อหาสาเหตุและแรงจูงใจ เบื้องต้นพบข้อมูลบางส่วนว่าผู้ก่อเหตุเล่นเกมที่มีลักษณะใช้อาวุธปืน และพบการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์หลายเหตุการณ์ที่เชื่อมโยงกับคดีครั้งนี้

ส่วนกรณีมีข้อมูลว่าผู้ก่อเหตุมีปัญหาทะเลาะกับครูหรือนักเรียนหรือไม่ พล.ต.ท. ไตรรงค์กล่าวว่ายังต้องสืบสวนสอบสวนโดยละเอียด แต่ข้อมูลเบื้องต้นพบว่าผู้ก่อเหตุเคยเล่าให้เพื่อนฟังว่าผู้ปกครองเข้มงวดเรื่องการเรียน และโรงเรียนก็มีความกังวลเกี่ยวกับผลการศึกษา ทำให้ตัวผู้ก่อเหตุอาจมีความกังวลในเรื่องดังกล่าว

เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่าผู้ก่อเหตุเคยมีปัญหากับครูรายหนึ่ง พล.ต.ท. ไตรรงค์กล่าวว่าขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลยืนยัน โดยจากข้อมูลที่ได้รับเบื้องต้น ผู้ก่อเหตุเคยบ่นกับเพื่อนสนิทว่ามีความเครียดทั้งจากครอบครัวและโรงเรียน โดยมีสาเหตุหลักมาจากเรื่องการศึกษา ส่วนประเด็นที่เกี่ยวข้องกับครูรายใดยังไม่ได้ลงลึกถึงรายละเอียด และจะต้องตรวจสอบเชิงลึกต่อไป ทั้งนี้ พยานที่เป็นเพื่อนสนิทยืนยันเพียงว่าผู้ก่อเหตุเคยพูดถึงความกังวลในภาพรวม ไม่ได้ระบุเฉพาะเจาะจงวิชาใด

สำหรับข้อมูลว่าก่อนเกิดเหตุผู้ก่อเหตุถูกเพื่อนแกล้งนั้น พล.ต.ท. ไตรรงค์กล่าวว่าจากการสอบปากคำเพื่อนสนิทเบื้องต้นยังไม่พบข้อมูลดังกล่าว แต่จะตรวจสอบโดยละเอียดอีกครั้ง

เมื่อถามว่าผู้ก่อเหตุมีประวัติปัญหาสุขภาพจิตหรือไม่ พล.ต.ท. ไตรรงค์กล่าวว่าเป็นประเด็นที่พนักงานสอบสวนต้องตรวจสอบเพื่อให้ทราบถึงแรงจูงใจและนำไปเป็นแนวทางในการสืบสวน รวมถึงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปศึกษาเพื่อกำหนดมาตรการป้องกันในอนาคต

ส่วนประเด็นความแม่นยำในการใช้อาวุธปืนของผู้ก่อเหตุ พล.ต.ท. ไตรรงค์กล่าวว่าจะต้องตรวจสอบว่าผ่านการฝึกหรือมีผู้สอนหรือไม่ แต่เบื้องต้นพบว่าผู้ก่อเหตุมีพฤติกรรมเล่นเกมที่มีการต่อสู้และใช้อาวุธปืน แสดงให้เห็นถึงความสนใจในเรื่องดังกล่าว อีกทั้งในปัจจุบันสามารถศึกษาข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ได้ด้วยตนเอง อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบเพิ่มเติมว่าผู้ก่อเหตุได้รับความรู้หรือการฝึกจากแหล่งอื่นด้วยหรือไม่

สำหรับไทม์ไลน์ของเหตุการณ์ พล.ต.ท. ไตรรงค์กล่าวว่าเชื่อว่าเหตุเริ่มต้นจากที่บ้านก่อน จากนั้นผู้ก่อเหตุจึงเดินทางมายังโรงเรียนและก่อเหตุ โดยตำรวจได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. ซึ่งเป็นช่วงใกล้หมดคาบเรียนที่ 1 และเริ่มคาบเรียนที่ 2 ผู้ก่อเหตุเริ่มยิงภายในห้องเรียนก่อน จากนั้นเดินออกไปยังอาคารอื่น และมาถึงอาคารสุดท้าย ซึ่งเป็นจุดที่เจ้าหน้าที่เริ่มปิดล้อมพื้นที่ ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะใช้อาวุธปืนปลิดชีพตนเอง

พล.ต.ท. ไตรรงค์กล่าวอีกว่าผู้บาดเจ็บมีทั้งผู้ที่ถูกอาวุธปืนและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากการวิ่งหลบหนีจนสะดุดหกล้ม โดยมีนักเรียนได้รับบาดเจ็บจากอาวุธปืนด้วย ส่วนมาตรการตรวจค้นกระเป๋าก่อนเข้าโรงเรียนนั้น จะต้องสอบถามข้อเท็จจริงจากโรงเรียนอีกครั้ง แต่ยืนยันว่าผู้ก่อเหตุหยิบอาวุธปืนออกจากกระเป๋าของตนเองภายในห้องเรียนก่อนลงมือก่อเหตุ

นอกจากนี้ จากการตรวจสอบลักษณะการก่อเหตุพบว่าผู้ก่อเหตุยิงกระสุนจนหมดแม็กกาซีนแรก ก่อนเปลี่ยนแม็กกาซีนที่สองและยิงต่อเนื่อง เบื้องต้นพบว่าใช้กระสุนไปประมาณ 20 กว่านัด และยังเหลือกระสุนอีกประมาณ 30-40 นัด ส่วนกรณีการตรวจหาสารเสพติดหรือสารอื่นในร่างกายของผู้ก่อเหตุ ขณะนี้ยังต้องรอผลการตรวจพิสูจน์ต่อไป

Related Posts

Send this to a friend