‘ทูตอิสราเอล’ แถลงข่าวครั้งแรก เปิดเหตุผลที่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน
‘ทูตอิสราเอล’ แถลงข่าวครั้งแรก เปิดเหตุผลที่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน เพราะเป็นภัยคุกคามจากอาวุธนิวเคลียร์-ขีปนาวุธ-ก่อการร้าย และระบอบการปกครองที่เป็นภัยต่ออิสราเอล และภูมิภาค ยืนยันดูแลแรงงานไทยในอิสราเอลอย่างปลอดภัย
วันนี้ (10 มิ.ค. 69) เวลา 11.00 น. นางอโลนา ฟิชเชอร์-คัมม์ เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย แถลงข่าวที่โรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร
นางอโลนา กล่าวว่า จากการที่สหรัฐอเมริกาและอิสราเอล ปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา เป็นความจำเป็นที่ต้องกำจัดภัยคุกคามของอิหร่าน โดยขอเน้นย้ำว่า อิหร่านเป็นภัยคุกคามของอิสราเอลใน 3 มิติ ทั้งอาวุธนิวเคลียร์ ขีปนาวุธวิสัยไกล และภัยก่อการร้าย ไม่ว่าจะมาจากอิหร่านโดยตรงหรือตัวแทนก็ตามแต่
- เปิดที่มาความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับอิหร่าน
เอกอัครราชทูตอิสราเอล กล่าวว่า ความขัดแย้งเริ่มขึ้น 47 ปีที่แล้ว หลังอิหร่านมีการระบอบการปกครองในรัฐบาลปัจจุบัน เราไม่ได้เป็นเพื่อนบ้านติดกัน แต่เคยเป็นพันธมิตรที่ดีต่อกัน จนมาถึงการปฏิวัติการปกครองในปี 1979
“เราไม่เคยมีปัญหากับอิหร่านแต่มีปัญหากับการปกครอง ภายใต้การนำของปัจจุบัน เป็นภัยคุกคามจากระบอบปกครองที่มีต่ออิสราเอล นี่ไม่ใช่เป็นอุดมการณ์หรือแนวคิดที่เราเห็นจาก 2 ปีที่ผ่านมาตั้งแต่ 7 ก.พ. 2023 เราเห็นว่านี่คือมีความตั้งใจของอิหร่านที่จะทำลายล้างอิสราเอลให้ได้ เราคาดการณ์ว่า อิหร่านมาถึงจุดที่อ่อนแอในหลายมิติ ทั้งตัวแทนที่อ่อนแอ ไม่ว่าจะเป็นฮามาส และฮิสบอลเลาะห์ในเลบานอน”
- เป็นเวลาที่เหมาะสมที่จะโจมตีอิหร่าน
นางอโลนา ชี้ให้เห็นว่า นี่คือตัวแทนของอิหร่าน เป็นกลยุทธ์ของอิหร่านในการใช้ตัวแทน เช่น การที่ฮามาสโจมตีอิสราเอล และอิหร่านไม่เคยต้องจ่าย จนกระทั่ง 7 ต.ค. 2023 ฮามาส ฮิสบอลเลาะห์ รัฐบาลในซีเรีย อ่อนแอลง ทำให้อิหร่านต้องชดใช้ หลังจากการโจมตีอิสราเอล จึงเป็นราคาที่อิหร่านต้องจ่าย
“เรื่องที่ทำให้อิหร่านอ่อนแอลงคือการไร้ความชอบธรรมของระบอบของอิหร่าน เช่นการฆ่าพลเมืองของตัวเอง 35,000 คน สะท้อนการไร้ความชอบธรรมของอิหร่าน และมิถุนายนปีที่แล้วในการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล ทำให้โครงสร้างพื้นฐานของอาวุธนิวเคลียร์อ่อนแอลง จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราเลือกช่วงเวลานี้ในการเปิดฉากโจมตี เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์”
นางอโลนา ย้ำว่า ในช่วงปีที่ผ่านมาตั้งแต่ความขัดแย้งมิถุนายนปีที่แล้ว อิหร่านมีศักยภาพในการทำลายล้างอิสราเอล และสามารถนำอาวุธนิวเคลียร์ไปไว้ใต้ดินหมดแล้ว และเพิ่มศักยภาพในการสร้างจรวดวิสัยไกล เรามีช่วงเวลาน้อยมาก หากต้องการปกป้องตัวเองจากภัยคุกคาม
“สิ่งที่แปลกใจมากคือเราได้เห็นประเทศที่แทบจะล้มละลายและไม่สามารถส่งอาหารหรือน้ำมัน หรือปัจจัยพื้นฐานกับพลเรือน แต่กลับใช้ทรัพยากรทั้งหมดใช้ในการโจมตีอิสราเอล นี่จึงเป็นช่องอันน้อยนิดในการโจมตีอิหร่าน”
- เหตุผลที่ต้องปฏิบัติการให้เร็วที่สุด
อีกปัจจัย คือมีเหตุผลว่าทำไมต้องปฏิบัติการให้เร็วที่สุด เพราะเราไม่ทราบว่าสงครามนี้จะยาวนานแค่ไหน เราหวังว่าจะเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองในอิหร่าน เพราะเราเชื่อว่าระบอบนี้จะทำลายอิสราเอล เราเชื่อว่าการลงมือโจมตีภัยคุกคามของอิสราเอล เราจะสนับสนุนกระบวนการเปลี่ยนแปลงการปกครองในอิหร่าน เป็นเวลาที่คนอิหร่านจะได้กำหนดชะตากรรมของตัวเอง
เอกอัครราชทูตอิสราเอล กล่าวว่า ภัยคุกคามที่เราเห็นตอนนี้คือการแต่งตั้งลูกชายของอดีตผู้นำสูงสุด ‘คาเมเนอี’ เป็นการยืนยันว่าแม้ไม่มีความชอบธรรม แต่อิหร่านยืนยันในทิศทางเดิม เดินหน้าในการทำลายล้างอิสราเอล เราต้องเข้าใจว่าลูกชายของ ‘คาเมเนอี’ จะสานต่อความโหดร้ายและความรุนแรงของพ่อมาสานต่อ เป็นสัญลักษณ์ที่ชัดเจนว่า ทิศทางของอิหร่านจะไม่เปลี่ยนแปลง
- อิหร่านไม่ใช่แค่ภัยคุกคามของอิสราเอลแต่เป็นภัยของภูมิภาค
“การปฏิบัติร่วมครั้งนี้ ชัดเจนมากเป็นการปฏิบัติต่ออิหร่าน มุ่งเป้าไปที่ระบอบปกครอง ไม่ใช่คนอิหร่าน แต่กลับกันเราเห็นว่าอิหร่านขยายความรุนแรงเป็นระดับภูมิภาค โดยการโจมตี 12 ประเทศเป็นอย่างน้อยนี่ไม่ใช่เป็นการตอบโต้อิสราเอลหรือสหรัฐฯ แต่การที่อิหร่านเลือกโจมตีเป้าหมายเศรษฐกิจและประเทศโดยรอบ สะท้อนถึงความตั้งใจที่จะคุกคามภูมิภาค เราจึงไม่อยากเห็นสงครามที่โจมตีอย่างไม่มีเหตุผล เพราะระบอบปกครองของอิหร่าน สะท้อนให้เห็นว่าอิหร่านไม่ใช่ภัยคุกคามต่ออิสราเอล แต่ต่อภูมิภาค ฉันอยากจะเตือนว่า เขาจะโจมตีตุรกีและไซปรัส อิหร่านมีศักยภาพต่อยุโรปด้วย”
นางอโลนา กล่าวย้ำว่า อิหร่านจึงเป็นภัยคุกคามไม่ใช่แค่อิสราเอล และอิสราเอลไม่ได้มีปัญหากับรัฐอิหร่าน แต่มีปัญหากับระบอบการปกครอง และระบอบที่ทำลายอิสราเอล และการโจมตีประเทศเพื่อนบ้าน อาจจะหมายถึงการโจมตียุโรปด้วยนั้น
“เมื่อพูดถึงตัวแทนของระบอบการปกครองอิหร่าน คือ ฮิสบอลเลาะห์ ซึ่งทำให้เราต้องจัดการ และมีการตอบโต้กันในประเทศเลบานอน ที่มีการโจมตีมาอย่างต่อเนื่อง เราไม่ได้พูดถึงการตอบโต้ แต่เป็นภัยคุกคาม”
เอกอัครราชทูตอิสราเอล กล่าวย้ำว่า สิ่งที่อิสราเอลทำอยู่เป็นการป้องกันพลเรือน ด้วยการโจมตีไปที่ ฮิสบอลเลาะห์ อย่างที่คุณเห็นเรามีภัยคุกคามที่อยู่บนพื้นฐานที่ซับซ้อน ไม่ว่าจะเป็น ขีปนาวุธวิสัยไกล ตัวแทน และการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ เป็นภัยคุกคามต่อเศรษฐกิจ รวมถึงภัยคุกคามที่กระทบไปทั่วโลก
- สงครามนี้เป็นช่องทางสู่สันติภาพ ไม่ใช่สงครามที่ไม่มีวันจบ
นางอโลนา กล่าวย้ำว่า เราเห็นปฏิบัติการครั้งนี้จะไปแค่ไหน เราบอกได้เพียงว่า มันยาวนานจนกว่าจะทำการจำกัดภัยคุกคามของอิหร่าน ซึ่งเราไม่สามารถตอบได้ แต่ปฏิบัติการครั้งนี้ เป็นช่องทางเปิดฉากสู่สันติภาพ ไม่ใช่สงครามที่ไม่มีวันจบ แต่เป็นโอกาสกำจัดภัยคุกคามของอิสราเอล และเป็นภัยคุกคามของภูมิภาค ทำให้ตะวันออกกลางปลอดภัย โลกปลอดภัยมากขึ้น
“เรารู้ว่าเรารับความเสี่ยง เราเสี่ยงมากในการปฏิบัติการครั้งนี้ แต่เชื่อว่า ภายในเงื่อนไขทั้งหมด การไม่ทำอะไรจะทำให้เกิดอันตรายมากกว่า นี่เป็นพื้นฐานเบื้องหลังในการโจมตีครั้งนี้”
- รัฐบาลอิสราเอลยืนยันคุ้มครองความปลอดภัยให้แรงงานไทย
สำหรับคนไทยในตะวันออกกลาง ที่สื่อสาธารณะ รัฐบาลหรือญาติที่ทำงานในอิสราเอล นางอโลนา กล่าวยืนยันว่า รัฐบาลอิสราเอลตั้งมั่นจะปกป้องผู้คนในอิสราเอล ที่หมายความถึงชาวต่างชาติและคนไทย อย่างคนไทยไม่ต่ำกว่า 50,000 คน พวกเขาจะได้รับความคุ้มครองจากรัฐบาลอิสราเอล เหมือนคนอิสราเอลได้รับ ทั้ง 3 อย่าง ไม่ว่าจะเป็นการแจ้งเตือน มีบังเกอร์ที่พักพิงไปหลบภัย และระบบการป้องกันอาวุธที่ถูกโจมตี โดยเฉพาะพื้นที่เขตเมือง ซึ่งชาวต่างชาติต้องได้รับความคุ้มครองที่ดีเช่นกัน คนที่อยู่ในอิสราเอลอาจมีประสบการณ์ไม่เหมือนกัน เราพยายามให้ข้อมูล และข้อความอธิบายแบบวิดีโอ การชี้ว่าหลุมหลบภัยที่ปลอดภัยอยู่ที่ไหน มีฮอตไลน์เป็นภาษาไทย ที่สามารถถามข้อมูลได้ และทำงานประสานงานกับสถานทูตไทยในเทลอาวีฟตลอดเวลา ถึงมาตรการที่จะคุ้มครองคนที่อยู่ในอิสราเอล














