AROUND THAILAND

ชาวบ้านเกาะพยาม ประกาศสู้ถึงที่สุด คัดค้านโครงการแลนด์บริดจ์

วันนี้ (26 ก.พ.69) เวลา 15.00 น.ที่ชายหาดอ่าวใหญ่ เกาะพยาม จ.ระนอง ในช่วงหนึ่งของเวทีพูดคุยเสวนาภายใต้ชื่อ “ร่วมกันปกป้องแผ่นดิน 2 ฝั่งทะเล” โดยมีตัวแทนจากเครือข่ายรักษ์พะโต๊ะ เครือข่ายรักษ์ระนอง ชาวมอแกน และชาวเกาะพยาม ร่วมสะท้อนความกังวลต่อโครงการแลนด์บริดจ์และท่าเรือน้ำลึก โดยยืนยันจุดยืนไม่เห็นด้วย พร้อมเรียกร้องให้รัฐรับฟังเสียงประชาชนในพื้นที่

ป้าศรี ตัวแทนชาวบ้านเกาะพยาม กล่าวว่า ตนเองอยู่เกาะพยามมา 30 ปี ทำมาหากินค้าขายที่นี่มาตลอด ช่วงแรกที่ได้ยินข่าวจะมีการสร้างแลนด์บริดจ์และท่าเรือน้ำลึก คนเฒ่าคนแก่ยังไม่ค่อยเข้าใจ แต่เมื่อทราบรายละเอียดก็รู้สึกกังวล เพราะเกรงว่าจะทำลายธรรมชาติที่เป็นฐานชีวิตของคนบนเกาะ และกระทบต่อลูกหลานที่จะสืบสานอาชีพต่อไป

“เรามีบ้านอยู่ที่นี่ที่เดียว ไม่ได้อยู่ที่ไหน ป้าชอบธรรมชาติและคิดว่าจะตายที่นี่ด้วย ถ้ามันไม่ใช่สิ่งที่คนบ้านเราต้องการ เราก็ต้องต่อต้านเพื่อลูกหลาน ป้าไม่กลัว ไม่กี่วันป้าก็ตายแล้ว แต่ลูกหลานป้ายังอยู่ เขายังหากินที่เกาะพยามกันอยู่ เราต้องการธรรมชาติ ต้องการความเป็นกันเอง อยู่กันแบบเกื้อกูล เราไม่เคยได้กินอาหารแช่แข็งค้างคืนเหมือนที่อื่น ถ้ามีโครงการแบบนี้ เกาะก็คงจะมีแต่เสียหายและพังอย่างเดียว เราเลยคิดว่าต้องสู้ให้ถึงที่สุด ถึงจะสู้ไม่ได้ก็ต้องสู้” ป้าศรี กล่าว

ด้านม๊ะทม ตัวแทนเครือข่ายรักษ์ระนอง กล่าวว่า ตนมาอยู่ที่ระนองหลายสิบปี กว่าจะได้บัตรประชาชนต้องผ่านความลำบากอย่างมาก

“กว่าจะได้บัตรมันแสนทรมาน ทำอะไรก็ไม่ได้ เราพยายามล้มลุกคุกคลาน เลยเดินขึ้นรถเพื่อไปขอ พ.ร.บ.สัญชาติ มีคนจำนวน 4,000 ถึง 5,000 คน เราก็ไปนอนรอ เราไม่ได้นอนโรงแรม เรามานอนวัด เพราะตอนแรกเราไปขอนอนเทศบาลเขายังไม่ให้นอนเลย เขาไล่ให้ไปนอนวัด ใจดำจริง ๆ”

ม๊ะทมกล่าวด้วยว่า ไม่ได้ด่าว่าผู้นำรัฐบาล แต่อยากให้เห็นปากท้องประชาชนก่อนจะประกาศสร้างท่าเรือน้ำลึก โดยตั้งคำถามว่าเหตุใดจึงไม่มีการถามชาวบ้านว่าเห็นด้วยหรือไม่

“เราสร้างมาด้วยน้ำเหงื่อและเรี่ยวแรง ไม่ได้ไปลักเล็กขโมยน้อยมา แล้วนายกฯ จะมาประกาศว่าจะเอาท่าเรือโดยไม่ได้ถามชาวบ้านสักคำว่าเห็นด้วยไหม ชอบหรือไม่ชอบ ตอนหาเสียงพอได้ก็มีอำนาจก็มาทำ แต่พวกเรามาสู้เพื่อลูกเพื่อหลาน อีกไม่กี่วันม๊ะทมก็คงจะรอดแล้วแหละ แต่ด้วยหัวใจนักสู้ ด้วยคนใต้ คนรักระนองจริง จงเห็นแก่ลูกหลานคนตาดำ ๆ เถอะ ช่วยเป็นกระบอกเสียง”

ครูเบนซ์ ตัวแทนเครือข่ายรักษ์พะโต๊ะ กล่าวว่า เราเดินทางมาด้วยความรู้สึกร้อนรุ่ม เพื่อสื่อสารให้คนเกาะพยามรับรู้สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น และมองว่าโครงการดังกล่าวไม่ได้สนองต่อประชาชนฐานราก “เราพยายามพูดให้รู้ว่าโครงการนี้มันไม่ถูกต้อง ไม่ได้สนองต่อประชาชน ไม่ได้สนองต่อคนรากหญ้า เรามาหลายครั้งเพื่อปฏิสัมพันธ์กับคนเกาะพยาม”

ทั้งนี้ ครูเบนซ์ยังอธิบายถึงลักษณะภูมิศาสตร์ของเกาะพยามว่า เป็นพื้นที่ที่มีภูเขาอยู่ตรงกลาง เมื่อน้ำไหลลงทั้งสองฝั่งคาบสมุทร ทั้งฝั่งอันดามันและอ่าวไทย จะพาอินทรีย์สารลงทะเล ก่อให้เกิดความหลากหลายทางชีวภาพ และเมื่อโครงการนี้เกิดขึ้น สิ่งที่กระทบไม่ใช่แค่ชุมพรกับระนอง แต่มันกระทบทั้งหมด คนทั้งประเทศอาจมองภาพไม่ออก และลืมนึกถึงว่าเรากำลังเผชิญภาวะโลกเดือด แต่ประเทศไทยกำลังจะเอาอุตสาหกรรมมาซ้ำเติมโลกเดือด

ตัวแทนชาวมอแกน กล่าวว่า หลายครอบครัวอยู่เกาะพยามมาตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายาย อาชีพหลักคือประมงและพึ่งพาทะเล

“ถ้าไม่มีทะเล ไม่มีปลา เราจะอยู่ยังไง เราเกิดกับธรรมชาติ ก็อยากเก็บธรรมชาติไว้ให้ลูกหลาน ถ้าทำแบบนี้ลูกหลานก็ไม่รู้จะยังไง อยากฝากเรื่องความยุติธรรมให้พี่น้องกลุ่มชาวมอแกน ให้เกียรติประชาชนบ้าง ทำอะไรก็ให้เกียรติพี่น้องชาวบ้านบ้าง อย่ามาตีตราว่าน้องไม่รู้เรื่องอะไรเลยครับ”

Related Posts

Send this to a friend