BANGKOK

‘ชัชชาติ’ เปิดสาเหตุฝุ่นหนักช่วงเช้า เกิดจากการเผาของประเทศเพื่อนบ้าน

‘ชัชชาติ’ เปิดสาเหตุฝุ่นหนักช่วงเช้า เกิดจากการเผาของประเทศเพื่อนบ้าน-ลมใต้เปลี่ยนทิศ ส่งผลความชื้นสูง แนะกลุ่มเปราะบางสวมหน้ากากอนามัย หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง

วันนี้ (16 ม.ค. 69) นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ุ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 โดยระบุว่า วันนี้มาอัปเดตสถานการณ์ถือว่าดีขึ้นเล็กน้อย เช้านี้ค่าความเข้มข้นฝุ่นไม่มีสีแดงก็เริ่มลงไป แต่ว่าเมื่อวานมีค่าความเข้มข้นฝุ่นระดับสีแดงเพิ่มขึ้น เข้ามาทางตะวันออกโซนลาดกระบัง แต่วันนี้เริ่มลงแล้วสถานการณ์ก็ยังคงมีระดับสีส้มอยู่บ้าง ถ้าเป็นสีส้มค่อนข้างเข้มก็จะมีอยู่ที่เขตบางรัก เขตปทุมวันเขตจตุจักร ซึ่งเป็นพื้นที่ในเมือง ส่งนเมื่อวานโซนลาดกระบังค่าฝุ่นเป็นสีแดง ตอนนี้ลดลงมาเป็นสีส้มก็คาดว่าจะค่อยๆทยอยลด

สถานการณ์อาจจะดีขึ้นช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ เบื้องต้นคาดการณ์ไว้ว่าเมื่อวานอากาศถ่ายเทดีขึ้น ความเข้มข้นของฝุ่นน่าจะลงเร็ว แต่มีการเผาเติมขึ้นมาจากจุดต่าง ๆ รอบ กทม.ช่วงวันจันทร์และอังคารจะเน้นเป็นเรื่องของฝุ่นรถยนต์เพราะเกิดขึ้นในเขตบางรักและเขตปทุมวัน ซึ่งเป็นจุดที่มีรถยนต์หนาแน่น แต่เมื่อวานมีค่าฝุ่นระดับสีแดงเพิ่มขึ้นแถวโซนตะวันออก ซึ่งการจราจรไม่หนาแน่น จึงคาดการณ์ว่าน่าจะเป็นการเผาชีวมวล การเผาพืชไร่เกษตรที่ลอยมาจากพื้นที่ข้างเคียง

เมื่อเรามาดูก็พบว่ามีหลายจุดในประเทศที่มีค่าฝุ่นอยู่ในระดับสีส้มรอบ กทม.ทั้งนี้ในช่วง 2 วันที่ผ่านมาก็มีจุดเผาเพิ่มขึ้นในพื้นที่ของจังหวัดปราจีนบุรีและนครนายก เมื่อลมพัดมากรุงเทพฯก็ทำให้มีควันลอยเข้าในกรุงเทพฯและระบายไม่ทัน และประเทศที่อยู่ติดกับเราก็มีการเผาค่อนข้างเยอะ

“เมื่อวานนี้ที่ปรึกษาฯ พรพรหมได้ประสานไปยังจังหวัดต่าง ๆ ที่มีการเผาโดยเฉพาะจังหวัดนครนายกช่วยเราดีมาก แต่เมื่อวานก็มีเผานิดหน่อย ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นการลักลอบเผาในพื้นที่เกษตร ซึ่งทางนายอำเภอได้ลงพื้นที่ไปดูก็สามารถหยุดการเผาจำนวน 1,000 ไร่ของนครนายกได้เมื่อวานนี้ ส่วนในกรุงเทพฯฃ พบว่ายังมีการลักลอบเผาขยะเผาหญ้าก็จัดส่งรถดับเพลิงไปดับทันที”

นายชัชชาติ กล่าวว่า สำหรับการถ่ายเทอากาศในวันนี้ จะเห็นได้ว่าอากาศวันนี้น่าจะถ่ายเทได้ดีขึ้นและฝุ่นก็น่าจะทยอยลดลงแล้วก็จะค่อย ๆ ดีขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์ เพราะฝุ่นที่สะสมไว้ก็จะต้องใช้เวลาในการระบาย ส่วนสาเหตุที่เมื่อเช้าทำไมถึงดูว่าฝุ่นหนาขึ้น นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้บริหารด้านความยั่งยืนกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า เกิดจากสาเหตุลมเปลี่ยนทิศตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมาโดยมีลมใต้พัดขึ้นมาและนำความชื้นเข้ามายังกรุงเทพฯ เมื่อดูมีค่าความชื้นสัมพัทธ์อยู่ที่ 95% เมื่อมีฝุ่นค้างอยู่จาก 3 วันก่อนประกอบกับมีความชื้นเข้ามา ทำให้ฝุ่นเล็กๆที่เราไม่ค่อยเห็นจะเกาะตัวกับไอน้ำมีขนาดใหญ่ขึ้น ก็จะทำให้เรามองเห็นได้ด้วยสายตา

ขออธิบายตามนี้ 1.เมื่อลมใต้พัดความชื้น ลมจากอ่าวไทยพาความชื้นสูงเข้ามาในพื้นที่ 2.อากาศอิ่มตัวความชื้นสัมพัทธ์สูงถึงระดับ 90% + ทำให้อากาศใกล้ถึงจุดอิ่มตัวด้วยไอน้ำ 3. อุณหภูมิลดลงในช่วงเช้าอากาศเย็นลดลงอย่างรวดเร็ว 4 .ไอน้ำควบแน่น เมื่ออากาศเย็นลงไอน้ำในอากาศจะควบแน่นกลายเป็นละอองน้ำขนาดเล็กซึ่งก็คือหมอก ทั้งนี้ อนุภาคของ PM 2.5 มีขนาดเล็กมองเห็นได้ยาก เมื่อผสมกับไอน้ำจึงกลายเป็นฝุ่นอ้วน ทำให้เรามองเห็นด้วยตาได้ เพราะอนุภาคดูดซับน้ำและมีขนาดใหญ่ขึ้นจึงทำให้เรามองเห็นอากาศขมุกขมัวได้ชัดเจนขึ้น เมื่อเช้าจึงเห็นเป็นสภาพหมอก และก็จะดีขึ้นเมื่อแดดออกและอากาศมีสภาพลอยตัว โดยเมื่อลมเริ่มพัดและการระบายอากาศดีขึ้นฝุ่นก็จะค่อย ๆ ลดลงตามลำดับ

นายชัชชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากการวัดค่าฝุ่นสิ่งที่เห็นได้ชัดเจน ระหว่างสวนสาธารณะกับพื้นที่ภายนอก เมื่อเปรียบเทียบกัน จะเห็นค่าฝุ่นมีความแตกต่างกัน โดยพื้นที่ที่มีสีเขียวจะมีฝุ่นลดลง จึงเห็นได้ว่าในพื้นที่สีเขียวที่มีต้นไม้ช่วยกรองฝุ่นช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นที่ผ่านมา กทม.จึงพยายามปลูกต้นไม้โดยปลูกไปแล้วราว 2 ล้านต้น ก็จะช่วยกรองฝุ่นในพื้นที่ต่าง ๆ

สถานการณ์โดยรวมปีนี้ดีขึ้นกว่าปีที่แล้ว และขอย้ำอีกครั้งวันนี้ ที่หมอกเยอะเนื่องจากไอน้ำที่มาจากลมใต้ ส่งผลความชื้นสูงกว่าเมื่อวาน เมื่อฝุ่นไปเกาะตัวกับไอน้ำทำให้เกิดฝุ่นอ้วน จึงทำให้เห็นชัดเจนขึ้น จึงดูเหมือนฝุ่นเยอะขึ้นแต่ความจริงแล้วฝุ่นไม่ได้เยอะไปกว่าเมื่อวานน้อยกว่าเมื่อวานด้วยซ้ำ แต่เมื่อไปจับไอน้ำจึงทำให้เห็นผลชัดเจนขึ้นแต่เมื่อแดดออกไอน้ำระเหยไป ฟ้าก็จะใสขึ้น ไอน้ำก็จะกลายเป็นเมฆอยู่ด้านบนไป ดังนั้นสถานการณ์อากาศก็จะค่อยๆโฟลว์ ดีขึ้นและค่อยๆระบายออกไป ขอให้ช่วยกัน โดยปัญหาหลักตอนนี้มี 2 เรื่องคือ การเผาซึ่งเมื่อวานก็มีการเผาเพิ่มเติมใกล้บ้านเรา และเรื่องการใช้รถยนต์ซึ่งในกรุงเทพฯ มีการใช้รถเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะรถขนาดใหญ่ที่ปล่อยควันดำ แต่ก็ยังไม่ถึงเกณฑ์ที่ กทม.จะห้ามรถบรรทุกเข้าพื้นที่ ทั้งนี้ เมื่อถึงเกณฑ์เราก็จะประกาศ ส่วนสถานการณ์วันนี้ก็จะค่อยๆคลี่คลายลง และถึงแม้ค่าฝุ่นจะเป็นสีส้มแล้ว กลุ่มเปราะบางต้องใส่หน้ากากเมื่อออกนอกพื้นที่และหลีกเลี่ยงการอยู่นอกพื้นที่

Related Posts

Send this to a friend