‘ชัชชาติ’ เผยหลังได้เบอร์ 9 ชูนโยบาย “ก้าวเดิน ก้าวต่อไป ก้าวหน้า”
‘ชัชชาติ’ เผยหลังได้เบอร์ 9 ชูนโยบาย “ก้าวเดิน ก้าวต่อไป ก้าวหน้า” ยึดหลัก “ทำงานสนุก ทำเพื่อความหวัง ไม่ทะเลาะกับใคร” ยัน เดินหน้าปราบคอร์รัปชัน อย่างหนักแน่น และต่อเนื่อง เชื่อ กทม. หลังจากนี้จะดีขึ้น ไม่ว่าใครจะได้เป็น ขอให้แข่งขันอย่างโปร่งใส นำเสนอสิ่งที่ดีที่สุด พร้อมน้อมรับการตัดสินใจของ ปชช.
วันนี้ (28 พ.ค. 69) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์ภายหลังการจับหมายเลขผู้สมัคร โดยกล่าวติดตลกว่า มีพัฒนาจากเดิมได้หมายเลข 8 แต่วันนี้ได้หมายเลข 9 ซึ่งเบอร์ไหนก็ดีหมด เพราะเชื่อว่าคนไม่ได้เลือกเราที่เบอร์ แต่เลือกที่ตัวเรา และในอุดมคติคิดคำว่าเก้า คือก้าวหน้า แต่ตอนนี้ยังไม่คิดว่าจะทำท่าอะไรเพื่อแทนหมายเลขในการหาเสียง ให้เป็นหน้าที่ของทีมงานนำไปคิดกันต่อ
ส่วนพอใจหรือไม่ ที่ได้หมายเลข 9 นายชัชชาติ กล่าวว่า เบอร์ไหนก็ได้ ส่วนจะทำให้หาเสียงง่ายหรือไม่ ก็ถือว่าดี นโยบายต่อไปก็ “ก้าวเดิน ก้าวต่อไป ก้าวหน้า” ก่อนนักข่าวถามแซวว่า ต้องเตรียมรองเท้าเพิ่มหรือไม่ ในการเดินตามนายชัชชาติหาเสียง นายชัชชาติหัวเราะ พร้อมพยักหน้า ก่อนตอบว่า วิ่งทุกเช้าเลย ไปตรวจสวนสาธารณะ
ส่วนหลังจากนี้จะไปหาเสียงในพื้นที่ไหน นายชัชชาติ ระบุว่า ทีมงานมีการวางแผนไว้แล้ว ก็จะมีการกระจายไปหลาย ๆ ที่ ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนี้ก็จะพยายามใช้ป้ายหาเสียงให้น้อยที่สุด
เมื่อถามต่อว่า พื้นที่โซนกรุงเทพฯ ตะวันออกที่ยังมีปัญหาอยู่ จะมีการแก้ปัญหาเพิ่มเติมอย่างไร นายชัชชาติ กล่าวว่า พื้นที่ฝั่งตะวันออกมีพื้นที่เยอะ และมีประชาชนย้ายเข้าไปอยู่เยอะ ซึ่งมีปัญหาเรื่องถนน รวมถึงท่อระบายน้ำไปตามทุ่งนา เมื่อมีสิ่งปลูกสร้างก็ทำให้เกิดน้ำท่วมขัง เป็นสิ่งที่เราต้องไปทำให้เยอะขึ้น รวมถึงยังมีปัญหาเรื่องไฟส่องสว่างซึ่งจะแตกต่างกับในเมืองที่มีปัญหาหาบเร่แผงลอย ซึ่งระบบ Traffy Fondue จะทำให้เราเห็นปัญหาได้ชัดเจนมากขึ้น
ทั้งนี้ ระหว่างที่นายชัชชาติกำลังให้สัมภาษณ์กับสื่อ นายชัชชาติได้หันไปจับมือกับนายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมพูดคุยกับนายอนุชาเกี่ยวกับการลงทะเบียน โดยนายชัชชาติแซวว่าระดับมืออาชีพ ซึ่งนายอนุชาตอบว่า สมัครระดับชาติมาหลายรอบแล้ว และขอให้นายชัชชาติยั้งมือบ้าง ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่น
โดยนายชัชชาติตอบว่า ตามสบายเลย เพราะนี่ไม่ใช่การต่อสู้กัน แต่เป็นการเสนอสิ่งที่ดีให้ประชาชน และบอกว่านี่ไม่ใช่การต่อยมวย ก่อนทำท่าชกไปที่ท้องของนายอนุชา ผู้สื่อข่าวถามนายอนุชาว่า คิดท่าหาเสียงได้หรือยัง ซึ่งนายชัชชาติได้ชูมือขึ้นมา 5 นิ้ว ก่อนบอกว่า เบอร์ 5 สบายอยู่แล้ว ซึ่งนายอนุชาบอกว่า ถ้าชูสองคนเดี๋ยวจะกลายเป็นเบอร์ 10 ไป
ผู้สื่อข่าวถามนายชัชชาติว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ดูสนุก นายชัชชาติ กล่าวว่า ธีมแรกที่เราบอกกับอาสาสมัครคือต้องสนุก เพราะทุกคนก็มาด้วยความสนุกไม่มีอะไร และเพื่อความหวัง ซึ่งในแคมเปญที่ผ่านมาเรายึดคำนี้เป็นหลัก หากไม่สนุกแปลว่าเราทำอะไรผิดอยู่ ตนก็ไม่ขอทะเลาะกับใคร ขอทำในสิ่งที่สนุก เป็นแนวคิดที่มีมาเสมอ เพราะเมื่อ 4 ปีที่แล้ว คำแรกที่เขียนบนกระดานคือคำว่า “สนุก”
เมื่อถามว่า เมื่อสักครู่นี้มีภาพนั่งคุยกับนายอนุชา และนายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครจากพรรคประชาชน มีการพูดคุยเรื่องอะไรบ้าง นายชัชชาติตอบว่า ไม่มีอะไร กับนายอนุชาก็เจอกันบ่อย
ส่วนผู้สมัครในครั้งนี้ เรียนจบวิศวะค่อนข้างเยอะ จะช่วยพัฒนาเมืองกรุงอย่างไร นายชัชชาติตอบว่า ทุกวิชาชีพดีหมด และเราก็ไม่ได้อาศัยหรือผูกขาดสายวิศวะ ซึ่งประสบการณ์และการทำงานต้องมีหลากหลาย ซึ่งรอบนี้อาจเป็นแค่เรื่องบังเอิญที่มีผู้สมัครเป็นสายวิศวะเยอะ แต่ทุกสาขาก็ช่วยประเทศชาติได้หมด
นอกจากนี้ นายชัชชาติ ยังกล่าวถึงนโยบายในการปราบปรามคอร์รัปชันว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราพูดมาตลอด ซึ่งเป็นเรื่องแรกที่เราพูดตั้งแต่เข้ามาวันแรก ยืนยันว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องทำให้หนักแน่นและต่อเนื่อง เพราะที่ผ่านมาเราก็ไล่คนออกไปถึง 41 คน และมีการเปลี่ยนระบบโดยใช้ดาต้าเข้ามา รวมถึงร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งตนขอยืนยันว่าเรื่องทุจริตเป็นเรื่องใหญ่ ไม่ใช่แค่กรุงเทพฯ แต่รวมถึงทั้งประเทศ ซึ่งเราต้องร่วมมือร่วมใจกัน ไม่เช่นนั้นเราจะไปต่อยาก เป็นสิ่งที่เราต้องช่วยกัน
นายชัชชาติ ยังเชื่อว่า กรุงเทพฯ ยังมีความหวัง หากดูจากดุสิตโพลครั้งล่าสุด ที่ 78% เชื่อว่าหลังการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. กรุงเทพฯ จะดีขึ้น ไม่ว่าใครจะมาเป็นผู้ว่าฯ ก็ตาม ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเรามีความหวังว่าเมืองจะดีขึ้นในระบอบประชาธิปไตย ตนก็ขอให้การเลือกตั้งครั้งนี้โปร่งใส เพื่อนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้กับประชาชน ซึ่งตนเชื่อว่าเมืองของเราอนาคตไกล และมีศักยภาพแข่งกับเมืองอื่นทั่วโลกได้ ซึ่งตนขอทำให้ดีที่สุด และพร้อมน้อมรับคำตัดสินจากประชาชน
ทั้งนี้ นายชัชชาติ ยอมรับว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีระยะเวลาค่อนข้างสั้น ส่วนผู้สมัครรอบนี้มีคนไหนทำให้รู้สึกว่าเป็นคู่แข่งที่ลำบากหรือไม่ นายชัชชาติ ระบุว่า ไม่หรอก พร้อมย้ำว่าอย่างที่เคยบอกไปว่าไม่ใช่การต่อสู้ แต่เป็นเรื่องการนำเสนอสิ่งที่ดี ซึ่งเราก็ไม่ได้มองคนอื่นเป็นคู่ต่อสู้ และคิดว่าเรื่องนี้อยู่ที่ประชาชนเป็นคนตัดสินใจ หากได้ก็ได้ หากไม่ได้ก็ไปทำอย่างอื่น และหากคนอื่นได้ตนก็ยินดี เพราะเป็นสิ่งที่ดีทั้งหมด
“เวลาไหว้พระ ก็ขอให้เป็นสิ่งที่ดีกับประเทศชาติ ถ้าได้ก็ดีเนอะ ถ้าได้แล้วไม่ดีก็อย่าเป็น” นายชัชชาติ กล่าว
เมื่อถามว่า น้องแสนดี บุตรชาย จะมาช่วยหาเสียงหรือไม่ นายชัชชาติ ระบุว่า รอบนี้น้องแสนดีอยู่ต่างประเทศ ครั้งที่แล้วก็ไม่ได้มา อย่ายุ่งเลยทางใครทางมัน พร้อมกับหัวเราะ แต่ก็ขอกำลังใจจากลูกชาย แต่ตอนแรกเจ้าตัวไม่ตอบข้อความ แต่มาตอบอีกทีหลังจับเบอร์เสร็จว่ายินดีด้วย












