กรมทรัพยากรน้ำบาดาลเปิดเวทีวิชาการ ผนึกทุกภาคส่วนเฝ้าระวังมลพิษ ปกป้องแหล่งน้ำใต้ดินอย่างยั่งยืน
กรมทรัพยากรน้ำบาดาลเปิดเวทีวิชาการ ผนึกทุกภาคส่วนเฝ้าระวังมลพิษ ปกป้องแหล่งน้ำใต้ดินอย่างยั่งยืน
วันนี้ (27 ส.ค.69) เวลา 09.00 น. นายภาดล ถาวรกฤชรัตน์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล มอบหมายให้ นางวาสนา สาทถาพร ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรน้ำบาดาล เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการด้านอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรน้ำบาดาลในพื้นที่เสี่ยงต่อการปนเปื้อน ณ โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ แอนด์ สวีท ศรีราชา แหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-28 สิงหาคม 2569 โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาสังคม เข้าร่วมจำนวน 100 คน เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับทรัพยากรน้ำบาดาล แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และกรณีศึกษาด้านผลกระทบจากมลพิษ ตลอดจนสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และจัดการปัญหาการปนเปื้อนในแหล่งน้ำบาดาลอย่างเป็นระบบ

กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของ “โครงการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบาดาลในพื้นที่ทิ้งขยะ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569” ซึ่งกรมทรัพยากรน้ำบาดาล โดยสำนักอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรน้ำบาดาล ดำเนินการติดตามการเปลี่ยนแปลงของคุณภาพน้ำบาดาลในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะบริเวณแหล่งขยะชุมชน แหล่งขยะอุตสาหกรรม สถานประกอบการกำจัดและรีไซเคิลกากอุตสาหกรรม รวมถึงพื้นที่ลักลอบทิ้งของเสีย ที่อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพของประชาชน และความมั่นคงด้านน้ำในระยะยาว หากของเสียไม่ได้รับการจัดการอย่างถูกต้องตามมาตรฐาน

นางวาสนา สาทถาพร ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรน้ำบาดาล เปิดเผยว่า โครงการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบาดาลในพื้นที่ทิ้งขยะ ให้ความสำคัญกับการเก็บข้อมูลระดับน้ำและคุณภาพน้ำบาดาลจากบ่อสังเกตการณ์ เพื่อนำมาประเมินระดับความเสี่ยงของแต่ละพื้นที่ และจัดทำฐานข้อมูลสำหรับกำหนดมาตรการป้องกัน เฝ้าระวัง และรับมือกับการแพร่กระจายของมลพิษลงสู่ชั้นน้ำบาดาลได้อย่างเหมาะสม
โดยกิจกรรมภายในงานมีทั้งการบรรยายและการเสวนาวิชาการเกี่ยวกับสถานการณ์การปนเปื้อนในน้ำใต้ดิน การแลกเปลี่ยนกรณีศึกษาและประสบการณ์จากพื้นที่ ตลอดจนการระดมความคิดเห็นเพื่อพัฒนาแนวทางจัดการปัญหาที่สอดคล้องกับบริบทของแต่ละท้องถิ่น ข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และเครือข่ายความร่วมมือที่เกิดขึ้นจากเวทีครั้งนี้ จะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบาดาล ลดความเสี่ยงจากมลพิษ และผลักดันการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรน้ำบาดาลของประเทศให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน














