POLITICS

‘สุดารัตน์’ จี้นายกฯ ขึ้นบัญชีดำบริษัทผู้รับเหมาเหตุโครงการก่อสร้างถล่มห้ามรับงานรัฐอีก

‘สุดารัตน์’ จี้นายกฯ ขึ้นบัญชีดำบริษัทผู้รับเหมาเหตุโครงการก่อสร้างถล่มห้ามรับงานรัฐอีกทุกกรณี ย้ำ อย่าหยุดแค่ยกเลิกสองสัญญา แฉ บริษัทได้งานจากรัฐกว่า 2 พันล้าน ทั้งโรงพยาบาล โรงเรียน สนามบิน แนะ ตรวจสอบความปลอดภัยด่วน อย่าปล่อยให้เกิดเหตุซ้ำรอย

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย กล่าวถึงกรณีเหตุโครงการก่อสร้างทางรถไฟฟ้าความเร็วสูง และสะพานยกระดับถนนพระราม 2 ถล่ม ว่าแม้นายกฯ จะมีคำสั่งให้ยกเลิกสัญญากับบริษัทผู้รับจ้างที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงทั้ง 2 กรณีแล้ว แต่ต้องไม่หยุดเพียงแค่สั่งการตามสถานการณ์ หรือทำหน้าที่เพียงกล่าวโทษหน่วยงานผู้รับผิดชอบเพียงอย่างเดียว

นายกฯ ต้องแสดงความจริงจังด้วยการนั่งประธานหัวโต๊ะเรียกบรรดารัฐมนตรีที่กำกับดูแลกระทรวงที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาสั่งการด้วยตัวเอง โดยเฉพาะการวางระบบลงโทษบริษัทผู้รับเหมาที่ขาดความรับผิดชอบ เพื่อไม่ให้แฝงตัวกลับมารับงาน หรือเข้าประมูลโครงการของราชการได้อีก

แม้บริษัทกลุ่มที่มีปัญหาร้ายแรงเหล่านี้จะเคยสร้างโศกนาฏกรรมไว้ แต่ที่ผ่านมากลับได้รับงานโครงการของภาครัฐต่อเนื่อง มูลค่ารวมกว่า 2,000 ล้านบาท โดยเฉพาะโครงการที่เป็นอาคารสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียน โรงพยาบาล หรือสนามบิน ซึ่งหากก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน ย่อมหมายถึงความเสี่ยงต่อชีวิตของประชาชนจำนวนมาก

บริษัทรับเหมากลุ่มเดียวกันนี้มีความเชื่อมโยงกับอุบัติเหตุร้ายแรงหลายแห่ง ตั้งแต่เหตุตึก สตง. ถล่ม จนถึงเหตุโครงสร้างรถไฟความเร็วสูงถล่ม ล้วนเป็นกลุ่มทุนหน้าเดิมที่วนเวียนรับงานรัฐ แม้กรณีตึก สตง. จะผ่านมานานเกือบปี แต่พบความล่าช้าในการเสนอชื่อบริษัทเหล่านี้ส่งไปยังกรมบัญชีกลางเพื่อทำแบล็กลิสต์อย่างเป็นทางการ

ตามกฎหมายมาตรา 109 ของระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างระบุว่า เมื่อหน่วยงานคู่สัญญารับทราบถึงความเสียหายที่เกิดจากผู้รับเหมา จะต้องรีบส่งเรื่องให้กรมบัญชีกลางดำเนินการแบล็กลิสต์ หรือสั่งลดชั้นทันทีเพื่อตัดสิทธิ์การประมูลงาน แต่ที่ผ่านมาผู้มีอำนาจกลับละเลยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มรูปแบบ จนทำให้เกิดคำถามถึงความบกพร่องของรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่สมัย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ จนถึง นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ที่ปล่อยให้เรื่องเงียบหายไป จนเป็นเหตุให้เกิดโศกนาฏกรรมซ้ำซ้อน

แม้นายกรัฐมนตรีจะเริ่มขยับสั่งฟันบริษัท แต่ต้องไม่หยุดแค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าแบบเกียร์ว่าง ในภาพรวม นายกฯ ต้องสั่งตรวจสอบสัญญาโครงการมูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาทที่บริษัทกลุ่มนี้ถืออยู่อย่างละเอียด เพื่อสร้างความมั่นใจในความปลอดภัย และต้องลากตัวคนผิดมาลงโทษตามกฎหมายให้ถึงที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียอีก

Related Posts

Send this to a friend