POLITICS

นายกฯ เตรียมลงพื้นที่พระราม 2 บ่ายนี้

ย้ำ สั่งการในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ส่วน ‘คมนาคม‘ เป็นฝ่ายปฏิบัติ เผย ยังไม่ได้รับเสียงสะท้อนกลับมาจากเอกชน หลังมีคำสั่งบอกเลิกสัญญา 2 โครงการ ไม่หวั่นหากถูกฟ้องกลับ ถือเป็นสิทธิ์ ขอดูแลความปลอดภัย – ชีวิตประชาชน เมิน คนโพส ‘ภูมิใจไทย’ คุม คมนาคม 10 ปี หวังดิสเครดิต บอก “ไม่กังวลแต่รำคาญ” ทำได้แค่แผ่เมตตาให้

วันนี้ (16 ม.ค. 69) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเครนก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูง หล่นทับขบวนรถไฟ และเหตุเครนสร้างทางด่วนบนถนนพระราม 2 ถล่ม ว่า ช่วงบ่ายวันนี้ ตนจะลงพื้นที่พระราม 2 ซึ่งนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมผู้บริหารกระทรวง กำลังประชุมเพื่อรับข้อสั่งการของรัฐบาลไปดำเนินการ

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หลังจากการประชุมวานนี้ (15 ม.ค.) บริษัทเอกชนมีการสะท้อนความเห็นอย่างไรกลับมาหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่มีการสะท้อนกลับมาที่ตนเลย ตนไม่ได้เป็นคู่กรณีหรือคู่สัญญา แต่ในฐานะที่เป็นหัวหน้ารัฐบาลได้สั่งการไป เนื่องจากเกิดเหตุซ้ำซาก และที่สำคัญเกิดเหตุสองครั้งติดกัน มีผู้เสียชีวิตที่เป็นประชาชนทั่วไปที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับงานก่อสร้าง ดังนั้น คงคุยมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว เราต้องใช้อำนาจทางปกครอง ในการสั่งให้หน่วยงานที่เป็นคู่สัญญาไปบอกเลิกสัญญา และขอย้ำว่า ใช้คำว่าบอกเลิกสัญญา ไม่ใช่ยกเลิกสัญญา เพราะคำว่ายกเลิกสัญญาต้องมาดูว่าใครผิดใครถูก แต่ถ้าบอกเลิกสัญญา คือรัฐเห็นว่าหากกระทำเช่นนี้ต่อไปจะเข้าข่ายเป็นอันตรายต่อสาธารณะ จึงต้องใช้สิทธิ์บอกเลิกสัญญา

ส่วนเรื่องดังกล่าวจะไม่เงียบหายไปใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ได้สั่งการกระทรวงคมนาคมแล้ว ตนไม่ใช่ผู้ปฏิบัติ

สำหรับบริษัทเอกชนจะมีช่องทางฟ้องกลับรัฐบาลได้หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทุกคนมีสิทธิ์ฟ้องได้หมด รัฐบาล และหน่วยงาน ต้องมีความมั่นใจ ซึ่งการประชุมเมื่อวานนี้ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา และอัยการสูงสุด ได้ร่วมหารือด้วย ทุกอย่างความเรียบร้อย และมีความเห็นตรงกัน หากทำเพื่อประโยชน์ และความปลอดภัยของประชาชน และคนที่กระทำผิดจะฟ้องกลับ เราก็ต้องต่อสู้ในฐานะรัฐ

ส่วนเมื่อบอกเลิกสัญญาแล้วได้ผู้รับเหมารายใหม่ มั่นใจว่า จะไม่มีปัญหาใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป็นเรื่องของหน่วยงานเจ้าของโครงการ นี่คือรัฐเป็นอันตราย ตนเห็นว่าประชาชนของรัฐเป็นอันตราย รัฐก็แจ้งให้เจ้าของโครงการดำเนินการเพื่อหยุดความเป็นอันตราย

ผู้สื่อข่าวถามว่า การขึ้นบัญชีดำจะมีระยะเวลานานเท่าไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เมื่อบอกเลิกสัญญาแล้วก็มีขั้นตอนดำเนินการ เรื่องนี้เป็นหมวดคำว่าทิ้งงาน ซึ่งมีคำจำกัดความอยู่ เป็นเรื่องที่กรมบัญชีกลางรับไว้แล้ว และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก็รับทราบ และดำเนินการ

ส่วนโครงการอื่นๆ ของบริษัทผู้รับเหมารายนี้ จะต้องมีการมารายงานอย่างไรบ้างนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่ต้อง ตนไม่ใช่เจ้าของงาน แต่สั่งในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ที่เห็นสิ่งที่เป็นภัยอันตรายต่อประชาชน เมื่อสั่งแล้วก็ต้องไปปฏิบัติ

ส่วนกรณีที่ในโซเชียลมีเดียมีการโพสต์ว่าพรรคภูมิใจไทย ดูแลกระทรวงคมนาคมมาเป็น 10 ปี หากจะเลือกกลับมาอีก ประชาชนก็ต้องยอมรับความเสี่ยง นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องดูว่าใครโพสต์ และเจตนารมณ์เป็นอย่างไร ขออย่าถามเอาข่าว ถามให้โต้เถียงกันไปมา ผู้สื่อข่าวรู้คำตอบดี รู้ว่าใครโพสต์ การทำสิ่งเหล่านี้เป็นการทำเพื่อให้เกิดความขัดแย้ง ด้อยค่า ซึ่งการใช้ชีวิตของตน และการทำงานไม่เชื่อเรื่องแบบนี้

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ในช่วงการเลือกตั้งอาจจะถูกหยิบโยงไปดิสเครดิตทางการเมือง นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มีปัญหา การจะดิสเครดิตได้หรือไม่ได้ อยู่ที่น้องประชาชนจะตัดสินใจ

ส่วนไม่ได้กังวลใช่หรือไม่ นายอนุทิน ตอบกลับว่า “รำคาญมากกว่า ไม่ได้กังวล และทำไม่ได้ รำคาญไปก็หายใจลึกๆ 2-3 ครั้ง และแผ่เมตตาไปเท่านั้น“

ส่วนจะทนได้หรือไม่ นายกรัฐมนตรี ”ร้องโอ้โห“ แล้วบอกว่า “เรื่องของความทนก็มาวัดกันสิ” พร้อมกล่าวต่อว่า ไม่มีอะไรหรอก แผ่เมตตา และแนะนำให้ผู้สื่อข่าวใช้วิธีนี้ด้วยเวลาอารมณ์ไม่ดี แค่หายใจเข้าออกลึกๆ พุธโธ ๆ รับรองว่าไม่เกิน 10 ครั้ง ถ้าไม่หลับก็หายโกรธ สำหรับตนส่วนใหญ่จะหลับ พุทโธครั้งที่ 6 ก็หลับแล้ว

Related Posts

Send this to a friend