Travel

คิวชูในวันฝนพรำ: EP 1 หลงรัก Aso Boy!

ความตั้งใจแรกในการกลับมาเยือนญี่ปุ่นครั้งนี้ของเรา คือการมาทำความรู้จักกับ Aso Boy! และให้หนุ่มน้อยคนนี้พาเที่ยวภูเขาไฟอะโซะ ในเมืองอะโซะ (Aso) จังหวัดคุมาโมโตะ โดยเราวางแผนที่จะเดินทางมาที่นี่ด้วยรถไฟ แต่หลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ขนาด 7.0 แมกนิจูด ที่จังหวัดคุมาโมโตะเมื่อปี 2559 ทำให้รถไฟสายหลักเสียหาย และยังอยู่ระหว่างการซ่อมแซม จึงมีการเปลี่ยนแปลงเส้นทางเดินรถไฟ ต้องอ้อม และต่อรถหลายครั้ง จึงทำให้การเดินทางโดยรถไฟใช้เวลามากขึ้นกว่าเดิม

เราจึงปรับแผนเดินทางใหม่ทั้งหมด จากเดิมที่ตั้งใจจะเดินทางด้วยรถไฟเพียงอย่างเดียว มาเป็นการเลือกเดินทางมายังอะโซะด้วยรถยนต์ จะได้มีเวลาเที่ยวรอบอะโซะได้มากขึ้นด้วย แต่ทว่าในวันที่เราเดินทางไปยังอะโซะนั้น ฟ้าฝนช่างไม่เป็นใจ มีฝนตกบาง ๆ และท้องฟ้าปิด ทำให้ภาพของอะโซะต่างไปจากภาพในหัวที่คิดไว้ และเป็นที่มาของคิวชูในสายหมอก และการเดินทางไปทำความรู้จัก จนหลงรัก Aso Boy!

เส้นทาง Milk Road สู่ภูเขาไฟอะโซะ

เราเริ่มการการเดินทาง ด้วยการนั่งชิงคังเซนจากฮากาตะมายังคุมาโมโตะ ในเวลา 9.00 น. เพื่อมารับรถใกล้ ๆ กับสถานีคุมาโมโตะ และขับต่อมายังอะโซะโดยมี Google Map เป็นผู้นำทาง เราใช้เส้นทางมิลค์โรด (Milk Road) ที่สวยงาม สองข้างทางเป็นวิวเทือกเขาสลับกับทุ่งหญ้ากว้างสีทองอร่าม ตามข้างทางมีจุดแวะพักและจุดชมวิวเป็นระยะ การขับรถมาเองนั้นสะดวกตรงที่เราอยากแวะที่ไหนก็แวะได้ แต่เนื่องจากฝนตก และฟ้าปิดทำให้ความสวยงามของทิวทัศน์หายไปเกินครึ่ง 

สำหรับภูเขาไฟอะโซะ เป็นกลุ่มภูเขาไฟที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง มีความสูง 1,592 เมตร จากระดับน้ำทะเล ประกอบด้วยยอดเขา 5 ยอด คือ เนโกะดาเกะ (Nekodake), ทากะดาเกะ (Takadake), เอโบะชิดาเกะ (Eboshidake), คิจิมะดาเกะ (Kijimadake) และ นาคาดาเกะ (Nakadake) โดยมีปล่องภูเขาไฟนาคาดาเกะที่เป็นภูเขาไฟปล่องเดียวที่ยังมีควันคุกรุ่นอยู่ตลอดเวลา

บรรยากาศระหว่างการเดินทาง
จุดชมวิวในเส้นทาง Milk Road

การขับรถจากสถานีคุมาโมโตะ มายังอะโซะ ใช้เวลาค่อนข้างนาน เนื่องจากการขับรถในประเทศญี่ปุ่นนั้นจำกัดความเร็วอยู่ 60 กม./ชม. บนถนนทั่วไป และ 100 กม./ชม. บนทางด่วน ซึ่งเส้นทางที่เราใช้เป็นถนนเลนสวน และเป็นทางขึ้นลงเขา ทำให้ไม่สามารถใช้ความเร็วได้ เราใช้เวลากว่า 2  ชั่วโมง จึงถึงจุดหมายแรกที่ดาอิคันโบะ (Daikanbo) ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สวยงาม

วิวสวย ๆ ที่ Daikanbo

ต่อจากนั้นจึงขับผ่านภูเขาลูกใหญ่มายังเมืองอะโซะ และแวะถ่ายรูปภูเขาโคเมซูกะ (Komezuka) ที่เป็นรูปถ้วยคว่ำมีความสูงประมาณ 50 เมตร ที่มีเอกลักษณ์ สวยงามแปลกตา เป็นเสมือนอีกหนึ่งแลนด์มาร์คของที่นี่

ภูเขาโคเมซูกะ (Komezuka) ที่เป็นรูปถ้วยคว่ำ
เส้นทางที่วิ่งผ่านภูเขา Komezuka

ก่อนมุ่งหน้าไปยังทุ่งหญ้าคุซะเซนริ (Kusasenri) ที่เป็นทุ่งกว้างและเป็นเขตเลี้ยงสัตว์โดยมีฉากหลังเป็นภูเขาไฟนาคาดาเกะ ซึ่งตอนที่เราไปถึงนั้นมีควันที่เกิดจากการปะทุของภูเขาไฟค่อนข้างหนาเลยทีเดียว ในส่วนฝั่งตรงข้ามของทุ่งหญ้าคุซะเซนริ จะเป็น Aso Vocalno Museum พร้อมจุดแวะพัก มีร้านอาหาร และร้านขายของที่ระลึก

ทุ่งหญ้าคุซะเซนริ (Kusasenri)

เราแวะกินข้าวกลางวันตอน 13.30 น. กันอย่างรีบร้อน เพื่อเดินทางเข้าเมืองอะโซะ เพื่อให้ทันขึ้น Aso Boy! ในเวลา 15.11 น. ทำให้ไม่ได้เข้าไปดูที่พิพิธภัณฑ์ เมื่อกินข้าวเสร็จเราก็บ๊ายบายภูเขาไฟอะโซะ พร้อมกับบอกคนข้าง ๆ ว่า สงสัยต้องมาแก้ตัวใหม่แล้วล่ะ ครั้งเดียวไม่พอเสียแล้ว 

รถไฟ Aso Boy เริ่มต้นที่สถานีอะโซะ (Aso Station)

การท่องเที่ยวโดยรถไฟในคิวชู เป็นเป้าหมายหลักในการมาเที่ยวในภูมิภาคครั้งนี้  เนื่องจากขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดในญี่ปุ่น โดยมีรถไฟยอดนิยม คือ Yufuin no Mori และ Aso Boy! ที่เราจะมาโดยสารกันในวันนี้ ขบวน Aso Boy! นั้นจะวิ่งระหว่างสถานี Beppu ไปยังสถานี Aso วันละ 1 รอบ เฉพาะวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์เท่านั้น สามารถเข้าไปดูรายละเอียดกันได้ที่ http://www.jrkyushu.co.jp/english/train/asoboy.html

โฉมหน้า Aso Boy!

ความรู้สึกแรกที่ได้ทำความรู้จักกับ Aso Boy! คือความประทับใจ ตั้งแต่รูปลักษณ์ภายนอก และภายใน Aso Boy! เป็นรถไฟท่องเที่ยวของภูมิภาคคิวชู ที่ออกแบบโดย คุณเอจิ มิโตะโอกะ (Eiji Mitooka) ซึ่งเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญที่พัฒนาการรถไฟของภูมิภาคนี้ให้กลับมาคึกคักและดึงดูดนักท่องเที่ยว โดย Aso Boy! ถูกออกแบบมาสำหรับผู้โดยสารทั้งรุ่นเด็ก และรุ่นผู้ใหญ่ที่ Young at Heart (แบบเรา)

การตกแต่งภายนอกของ Aso Boy!

การตกแต่งภายใน และภายนอกขบวนรถไฟมีเจ้าหมาสีดำชื่อว่า Kuro ที่เป็น Mascot ประจำรถไฟ ถูกนำมาตกแต่งทั่วทั้งขบวน ในตู้ต่าง ๆ จะแบ่งเป็นโซนที่มีการออกแบบที่แตกต่างกัน อาทิ โซนที่นั่งปกติที่เบาะหุ้มด้วยผ้าสีสดใส โซน Kuro Cafe ที่ขายเครื่องดื่มและขนมต่าง ๆ โซนสำหรับเด็กที่มีสระลูกบอลไม้ ห้องสมุดหนังสือภาพ โซน White “Kuro” seat นั่งสำหรับพ่อหรือแม่กับลูกโดยเฉพาะ และ โซน Panorama ที่อยู่ด้านหน้าขบวนที่จะได้ชมธรรมชาติไปตลอดทาง

การตกแต่งภายในขบวน Aso Boy
การตกแต่งภายในขบวน Aso Boy
การตกแต่งภายในขบวน Aso Boy
การตกแต่งภายในขบวน Aso Boy
ที่นั่งแบบ Panorama View
โซนสำหรับเด็ก
โซนที่นั่งปกติที่เบาะหุ้มด้วยผ้าสีสดใส
โซน Kuro Cafe
โซนสำหรับเด็ก และสระลูกบอลไม้

เรามาถึงเปปปุ จุดหมายของเรา และถึงเวลาที่ต้องโบกมือบ๊ายบาย Aso Boy! ด้วยรอยยิ้ม และความอิ่มเอม ช่วงเวลา 2 ชั่วโมงที่ได้อยู่กับ Aso Boy! เป็น 2 ชั่วโมงแห่งความทรงจำ และมีแต่จุดที่ทำให้เราต้องหยิบกล้องขึ้นมาถ่าย ที่สำคัญ Aso Boy! ใช้คำว่าน่ารักเปลืองมาก

บอกเลยว่า Aso Boy! นี้ ยกให้เป็นรถไฟอันดับ 1 ในดวงใจ …
ตกหลุมรัก Aso Boy! เข้าเสียแล้ว

ติดตาม EP2 ได้เร็วๆ นี้ …

รุ่งรวี วงศ์สถิตเสถียร

รุ่งรวี วงศ์สถิตเสถียร

The Reporters

Related Posts