Travel

เปิดแล้ว Samui Plus Model เชื่อมั่นฟื้นเศรษฐกิจคืนร้อยยิ้มให้คนไทย

นายกรัฐมนตรี ชี้วางมาตรการเข้ม   เชื่อมั่นฟื้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว และบริการของประเทศไทยให้กลับมาเร็วที่สุด พร้อมคืนรอยยิ้ม – ความสุขให้คนไทย ขณะที่ ททท.คาดการณ์ ภายใน 1 เดือน ทำเงินให้หมู่เกาะทะเลใต้ ไม่ต่ำกว่า 180 ล้านบาท

เปิดแล้วอย่างเป็นทางการสำหรับ โครงการ Samui Plus Model เปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เข้ามาที่หมู่เกาะทะเลใต้ เกาะสมุย-เกาะพะงัน-เกาะเต่า ตามที่รัฐบาล โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกี่ฬา และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย วางแผนไว้ต่อเนื่องจากโครงการ Phuket Sandbox ที่เปิดไปเมื่อวันที่ 1 ก.ค.2564

วันที่ 15 ก.ค.64 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานเปิดงานSamui Plus Mode ผ่านระบบ Video Conference ไปยัง SEEN BEACH CLUB SAMUI อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมร่วมชมการแสดง 3D Mapping Performance ชุด Samui+ Top of Mind ซึ่งการเปิดกิจกรรมครั้งนี้จะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของหมู่เกาะทะเลใต้ทั้งเกาะสมุย เกาะพงันและเกาะเต่า รวมถึงพื้นที่อื่นๆ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยด้านสาธารณสุขของนักท่องเที่ยวและประชาชนในพื้นที่เป็นสำคัญ

นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ถือเป็นโครงการต่อเนื่องจากโครงการภูเก็ต sandbox เพื่อเปิดรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ได้รับวัคซีนครบแล้ว เข้ามายังประเทศไทย โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการฟื้นฟูเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของหมู่เกาะทะเลใต้ เกาะเต่า เกาะสมุย พะงัน เกาะเต่าตลอดจนพื้นที่อื่นๆที่กำหนด โดยคำนึงถึงความปลอดภัยด้านสาธารณสุขของนักท่องเที่ยวและประชาชนในพื้นที่เป็นหลัก ซึ่งที่ผ่านมาจังหวัดสุราษฎร์ธานี รักษาสถานะผู้ติดเชื้อรายใหม่ได้เป็นอย่างดี สะท้อนถึงการบริหารจัดการทางการแพทย์และสาธารณสุขที่เป็นไปตามมาตรการอย่างเคร่งครัด 

สำหรับการเปิดรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสิ่งสำคัญคือ การสื่อสารให้นักท่องเที่ยวเข้าใจในเงื่อนไขการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดสมุย เนื่องจากมีหลายประเด็นที่แตกต่างจากการเปิดภูเก็ต sandbox เช่นการกำหนดให้นักท่องเที่ยวอยู่ในบริเวณโรงแรมที่พักในช่วง 3 วันแรก ภายใต้การดูแลร่วมกับโรงพยาบาลในพื้นที่ การสร้างความเข้าใจในเรื่องการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ของบุคลากรที่เป็นพนักงาน ด่านหน้าเพื่อ คลายความกังวลต่อนักท่องเที่ยวตลอดจนการสร้างความมั่นใจเรื่องความปลอดภัยที่จะมาประเทศไทย ด้วยการส่งเสริมประชาสัมพันธ์ เครื่องหมายมาตรฐานSha plas ชาพลัส เพื่อการันตีความสะอาดปลอดภัยให้กับผู้ประกอบการแหล่งท่องเที่ยว

โดยนายกรัฐมนตรี ยังระบุอีกว่า ตนมีความเชื่อมั่นว่าประชาชนผู้ประกอบการชาวเกาะสมุย เกาะพงัน เกาะเต่า จะสามารถผ่านผ่านไปด้วยกัน ด้วยความมุ่งมั่นทุ่มเทของเจ้าหน้าที่ทุกคน ทุกภาคส่วนทั้งฝ่ายปกครองสาธารณสุขอำเภออสม. ผู้ประกอบการท่องเที่ยวโดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่ ซึ่งถือเป็นความสำคัญที่จะช่วยสื่อสารสร้างความเข้าใจและเน้นย้ำความพร้อมในพื้นที่ ให้นักท่องเที่ยวมีความเชื่อมั่นและเดินทางมาท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น เพื่อฟื้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว และบริการของประเทศไทยให้กลับมาเร็วที่สุด เมื่อคืนรอยยิ้มคืนความสุข

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า  จากนโยบายของนายกรัฐมนตรีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ต้องการให้เปิดประเทศให้ได้ภายใน 120 วัน โดยทยอยเปิดในพื้นที่ที่มีความพร้อมก่อนและได้เริ่มดำเนินการที่จังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดแรก ภายใต้โครงการเปิดพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตหรือ Phuket Sandbox เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 ที่ผ่านมา ทั้งนี้ พื้นที่เป็นเป้าหมายลำดับถัดไป คือ จังหวัด   สุราษฎร์ธานี เฉพาะเกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า ซึ่งเริ่มเปิดอย่างเป็นทางการในวันนี้  ในชื่อโครงการสมุย พลัสหรือ SAMUI Plus โดยวางมาตรการทั้งด้านสาธารณสุข การเดินทาง และการตลาดไว้อย่างรัดกุม เพื่อให้การเปิดพื้นที่ในครั้งนี้ สามารถสร้างความประทับใจและดึงดูดความสนใจนักท่องเที่ยวให้เดินทาง อีกทั้ง สร้างความเชื่อมั่นด้านสาธารณสุขให้กับชาวเกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่าได้อีกด้วย

นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า หลังจากที่ ศบค.และ ครม.เห็นชอบจังหวัดร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ประชุมหารือกันมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมของระบบ Samui Plus Model       มีการเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับ SOP (Standard Operation Procedures) เช่น พนักงานขับเรือ/รถร้านอาหาร บริษัทนำเที่ยว กิจการ Wellness พนักงานโรงแรมส่วนหน้า SHA Plus Manager อาสาสมัครโรงแรมเป็นต้น จังหวัดได้สนับสนุนงบพัฒนาจังหวัดให้วิทยาลัยนานาชาติ เพื่อการท่องเที่ยวเกาะสมุย จัดอบรมให้ความรู้ในการดูแลความปลอดภัยด้านสาธารณสุข การต้อนรับ ดูแลนักท่องเที่ยวและการให้บริการที่ดีด้วย และได้มีคำสั่งจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติ Command Center จำนวน 4 ศูนย์ โดยมีทั้งศูนย์ปฏิบัติการระดับจังหวัดและอำเภอ มีการกำหนดมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรค สำหรับผู้ได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรในพื้นที่อำเภอเกาะสมุย อำเภอเกาะพะงัน และเกาะเต่า โดยออกคำสั่งจังหวัดเพื่อควบคุม กำกับ ได้แก่ มาตรการก่อนเดินทางเข้าไปในพื้นที่ รวมถึงการเดินทางในพื้นที่ต้องเป็นไปตามรูปแบบ Samui Plus Model มีการกำหนดท่าเทียบเรือ เพื่อมิให้ใช้ร่วมกับเรือสาธารณะ จำนวน 3 ท่าเทียบเรือ คือ ท่าเทียบเรือหน้าพระลาน ท่าเทียบเรือท้องศาลา และท่าเทียบเรือบ้านแม่หาด และได้มีแผนเผชิญเหตุไว้ 3 ระดับ คือ รุนแรงน้อย กรณีพบประชาชนในพื้นที่ติดเชื้อมากกว่า 20 ราย รุนแรงปานกลาง กรณีพบกระจายเชื้อ 3 คลัสเตอร์ ที่เกี่ยวเนื่องภายใน 2 สัปดาห์ และรุนแรงสูงสุด กรณีนักท่องท่องเที่ยวติดเชื้อจากโครงการมากกว่า 40 คน ภายใน 2 สัปดาห์ และมีการระบาดวงกว้างยากต่อการควบคุมให้กลับสู่สภาวการณ์ปกติ และได้ขอความร่วมมือประชาชน ผู้ประกอบการเป็นเจ้าบ้านที่ดีในการต้อนรับนักท่องเที่ยวและให้ทุกคนปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนด 

นายแพทย์มนู ศุกลสกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า เนื่องจากพื้นที่เกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า เป็นพื้นที่ขนาดเล็ก มีบุคคลากรและสถานพยาบาลที่จำกัด จึงต้องวางมาตรการทางสาธารณสุขอย่างรัดกุมโดยแยกเป็น 5 ส่วนการดำเนินการได้แก่ 

ขั้นตอนที่ 1. การคัดกรอง ได้เตรียมความพร้อมของทีมคัดกรองสนามบินประกอบด้วย ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ โรงพยาบาลเกาะสมุย  สสอ.เกาะสมุย  สนามบินสมุยและสายการบินบางกอกแอร์เวย์ มีการบูรณาการร่วมกันในการคัดกรองนักท่องเที่ยวก่อนเดินทางเข้าพื้นที่ และดำเนินการคัดกรองตามขั้นตอน ได้แก่ การตรวจวัดอุณหภูมิโดยเจ้าหน้าที่ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ พร้อมทั้งตรวจสอบความครบถ้วนและความถูกต้องของเอกสาร  เจ้าหน้าที่สาธารณสุขออกคำสั่งการกักกันตัวในโรงแรม Samui Extra plus ภายใต้ Samui Plus Model เป็นเวลา 14 วัน และหากเอกสารไม่ถูกต้องจะถูกปฏิเสธการเข้าราชอาณาจักร

ขั้นตอนที่ 2. AQ การเตรียมความพร้อม โดยนายอำเภอเกาะสมุยได้จัดตั้งคณะกรรมการตรวจประเมินสถานที่กักกันโรคแห่งรัฐทางเลือกอำเภอเกาะ สมุย ซึ่งประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง รพ.เกาะสมุย สสอ.เกาะสมุย ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ สำนักงานขนส่งจังหวัดสุราษฎร์ธานี สาขาเกาะสมุย เทศบาลนครเกาะสมุย สมาคมท่องเที่ยว สมาคมโรงแรม คณะกรรมการชุมชนและตัวแทนภาคประชาชน  สื่อสารมวลชน 

โดย 1. มีการเปิดรับสมัครโรงแรมและวิลล่า Samui Extra plus  2. แล้วลงพื้นที่ โรงแรมและวิลล่า Samui Extra plus ที่ผ่านเกณฑ์โดยคณะกรรมการตรวจประเมิน 3. มีการจัดอบรมให้ความรู้ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง เรื่องการปฏิบัติตัวขณะปฏิบัติงานในSamui Extra plus  ซึ่งประกอบไปด้วย COVID MANAGER  อาสาสมัครสาธารณสุขประจำโรงแรม (อสร.)  และพนักงานขับรถ 4. มีการซักซ้อม COVID MANAGER และ อสร. เพื่อความปลอดภัยในขณะปฏิบัติงานต่างๆ  โดยมีโรงพยาบาลเกาะสมุยเป็นพี่เลี้ยงคอยดูแล และ 5  รพ.เกาะสมุย สสอ.เกาะสมุย และขนส่ง จ.สฎ. สาขาเกาะสมุย จัดอบรมพนักงานขับรถ ของแต่ละโรงแรมในเรื่องการป้องกันตนเองและการทำความสะอาดรถหลังจากให้บริการนักท่องเที่ยว 

ขั้นตอนที่ 3. การเฝ้าระวัง และป้องกัน ด้วยทางกระทรวงสาธารณสุข กรมควบคุมโรค ร่วมกับกระทรวงดิจิทัล ได้มีการนำแอปพลิเคชั่น หมอชนะ และ COSTE เข้ามาใช้ในโรงแรมและวิลล่า Samui Extra plus  ทำให้ทางผู้ปฏิบัติงานมีความสะดวกในการติดตามเฝ้าระวังอาการของนักท่องเที่ยวได้อย่างรวดเร็ว และในกรณีนักท่องเที่ยวไม่ส่งผลการตรวจวัดอุณหภูมิตามที่กำหนด ทาง COVID MANAGER และ อสร. ประจำโรงแรมจะเป็นผู้ติดตามการส่งข้อมูลต่อไป

ขั้นตอนที่ 4. การสอบสวนโรค กรณีพบเชื้อในนักท่องเที่ยวการสอบสวนโรคในกรณีนี้จะใช้การติดตามผ่าน QR code หมอชนะประจำตัวนักท่องเที่ยว ซึ่งสามารถดูการเดินทางย้อนหลังได้ และสามารถทราบถึงผู้สัมผัสเสี่ยงสูงในแต่ละจุดได้อย่างรวดเร็ว  ซึ่งเป็นผลดีสำหรับการสอบสวนโรคและการควบคุมโรค และ 

ขั้นตอนที่ 5. การรักษากรณีพบเชื้อเมื่อผลการ swab เป็นบวก ทาง COVID MANAGER จะโทรแจ้งนักท่องเที่ยวให้เตรียมอุปกรณ์เครื่องใช้ส่วนตัว และรอรถ รพ.เกาะสมุย มารับเข้าทำการทำการรักษา ส่วนในกรณีที่มีผู้สัมผัสเสี่ยงสูงทางเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจะให้ทำการกักตัวพร้อมส่งตรวจตัวอย่างเชื้อต่อไป

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า  โครงการ SAMUI Plus เริ่มดำเนินการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติในวันที่ 15 กรกฎาคม 2564 เป็นพื้นที่ที่ 2 ถัดจากจังหวัดภูเก็ต โดยดำเนินการใน   3 เกาะได้แก่ เกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า ซึ่งมีความสวยงาม ทั้งนี้ ททท. ประสานกับภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องในการวางแผนและดำเนินการดำเนินการอย่างเป็นขั้นตอน 10 ขั้นตอน ซึ่งได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเป็นอย่างดียิ่งทำให้การดำเนินโครงการราบรื่นและเข้มแข็ง ได้แก่ แผนการทำความเข้าใจถึงมาตรการรองรับและฝึกอบรมผู้ประกอบการ แผนการรองรับสถานพยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ ยาและเวชภัณฑ์ แผนประชาสัมพันธ์และการสื่อสาร แผนการ      คัดกรองเกี่ยวกับขาเข้า ทางเครื่องบิน ทางเรือ และทางบก แผนการควบคุม ดูแลความปลอดถัยภายในและภายนอกสถานประกอบการ แผนการขนส่ง ลำเลียงการเดินทางนักท่องเที่ยวและผู้ป่วยทางเครื่องบิน ทางเรือ และทางบก แผนการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น แผนการติดตามและประเมินผล แผนบริหารจัดการขยะ และแผนการส่งเสริมการตลาด  ซึ่งมั่นใจว่าแผนดำเนินการดังกล่าว จะสามารถทำให้โครงการ SAMUI Plus ประสบผลสำเร็จทั้งเชิงรายได้ ความมั่นใจด้านสาธารณสุข และการจัดการสิ่งแวดล้อม โดยคาดการณ์ว่าเมื่อผ่านไป 1 เดือน คือ ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม – 15 สิงหาคม 2564 จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาประมาณ 1,000 คน สร้างรายได้ประมาณ180,000,000 บาท 

ททท. ได้มีแผนการประชาสัมพันธ์โดยได้เชิญสื่อมวลชน เซเลบริตี้ และอินฟลูเอ็นเซอร์ จากทั่วโลกให้ได้สัมผัสประสบการณ์ที่น่าประทับใจ พร้อมทั้งทดสอบสินค้าทางการท่องเที่ยว แล้วถ่ายทอดไปยังผู้ชม ผู้ติดตาม แฟนเพจ  รวมทั้ง เชิญนักธุรกิจจากบริษัทชั้นนำ เพื่อมาเจรจาธุรกิจหรือลงทุนในเกาะสมุย สำหรับวันแรกของการเปิดโครงการฯ              (15 กรกฎาคม 2564) มีผู้โดยสารที่เดินทางเข้ามาจำนวนรวม 9 คน ล้วนเป็นสื่อมวลชนที่ ททท. ได้เชิญเพื่อให้สัมผัสการบริหารจัดการของโครงการ SAMUI Plus โดยเที่ยวบินปฐมฤกษ์ของบางกอกแอร์เวย์สเที่ยวบิน PG 5125 กรุงเทพฯ – สมุย เวลา 11.10 น. จำนวน 5 คน จากสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และเยอรมนี เที่ยวบินที่ 2 PG 5171 ถึงสมุย เวลา 18.15 น. จำนวน 4 คนจากสิงคโปร์และฮ่องกง

สำหรับเกณฑ์การรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวต่างชาติที่เดินทางจากต่างประเทศเพื่อเข้าโครงการ  SAMUI Plus       คือต้องมาจากประเทศหรือพื้นที่ที่ได้รับอนุมัติจาก ศบค. ซึ่งพิจารณาจากหลักเกณฑ์ประกาศของกระทรวงสาธารณสุข       ซึ่งผ่านการเสนอจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาและ ททท. โดยมีหนังสือรับรองว่าเป็นบุคคลที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรได้ (COE)  มีใบรับรองแพทย์ยืนยันว่าปลอดเชื้อโควิด-19 โดยวิธี RT-PCR ไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง มีกรมธรรม์ประกันภัยที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพและรักษาพยาบาล หรือหลักประกันอื่นใด ซึ่งรวมถึงกรณีโรคโควิด-19 ในวงเงินไม่น้อยกว่า 100,000 เหรียญสหรัฐฯ รวมทั้ง มีเอกสารหรือหลักฐานรับรองการรับวัคซีนครบตามเกณฑ์ที่ผู้ผลิตวัคซีนกำหนด ไม่น้อยกว่า 14 วันก่อนเดินทาง สำหรับผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ที่ไม่อยู่ในเกณฑ์การได้รับวัคซีนต้องเดินทางมาพร้อมกับผู้ปกครองหรือผู้ดูแลและให้มีใบรับรองแพทย์  เมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางมาถึงประเทศไทยจะต้องถูกตรวจคัดกรองโดยวิธี RT-PCR อีก 3 ครั้ง ครั้งแรก ในวันที่เดินทางมาถึง ครั้งที่ 2 ในวันที่ 6 – 7 และครั้งที่ 3 ในวันที่    12 – 13 โดยเมื่ออยู่ครบ 14 วัน จึงจะเดินทางไปพื้นที่อื่นของประเทศไทยได้ ส่วนนักท่องเที่ยวที่ต้องการออกจากประเทศไทยก่อนอยู่ครบ 14 วัน จะต้องเดินทางออกนอกราชอาณาจักรเท่านั้น 

ในส่วนการพำนักภายในโครงการ SAMUI Plus นั้น นักท่องเที่ยวต้องเข้าพักในโรงแรมที่ Samui Extra Plus Hotels ซึ่งเป็นโรงแรมระดับมาตรฐาน AQ บนเกาะสมุยเท่านั้น หากผลการตรวจครั้งแรกเป็นลบ จึงสามารถออกจากห้องพักและทำกิจกรรมภายในบริเวณของโรงแรมได้ (Chill at Hotel)  ในวันที่ 4 – 7 สามารถเดินทางท่องเที่ยวในเส้นทางตามโปรแกรมท่องเที่ยวโดยบริษัทนำเที่ยวที่ผ่านการอบรม ในเส้นทางที่กำหนดเป็นการเฉพาะ หรือ Sealed Route         มี 3 เส้นทาง ได้แก่ หาดถ้ำร้าง อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง การล่องเรือ กิจกรรมเชิงสุขภาพ ( Wellness and Spa )   ในวันที่ 8 – 14  นักท่องเที่ยวสามารถเปลี่ยนโรงแรมได้ แต่เป็นโรงแรมได้รับเครื่องหมาย SHA Plus ทั้งบนเกาะสมุย    เกาะพะงัน และเกาะเต่า

นอกจากนี้ ยังมีมาตรการดูแลนักท่องเที่ยวเพิ่มเติมที่นักท่องเที่ยวต้องปฏิบัติ อาทิ การให้นักท่องเที่ยวติดตั้งแอปพลิเคชั่น Thailand Plus แอปพลิเคชั่น หมอชนะ และลงทะเบียนเพื่อเข้าพื้นที่ อำเภอเกาะสมุย ผ่านทางhealthpass.smartsamui.com รวมไปถึงการนำระบบ SHA Manager มาใช้ เพื่อให้มีผู้สามารถตอบคำถามและคอยดูแลนักท่องเที่ยว พร้อมรายงานปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น  เพื่อให้สามารถให้การช่วยเหลือและแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ทันท่วงทีรวมไปถึงชาวเกาะสมุย ผู้ประกอบการ

บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส เปิดเส้นทางมาถึงสมุยต้อนรับโครงการนี้ โดยนายนิจพัฒน์ ปิยะพันธ์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ฝ่ายสนามบิน เปิดเผยว่า นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเข้ามาพักผ่อนท่องเที่ยวในพื้นที่  เกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า โดยต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดและมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ของจังหวัดสุราษฏร์ธานี อย่างเคร่งครัด

สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ได้เปิดให้บริการเที่ยวบินพิเศษ รับเฉพาะผู้โดยสารที่ต่อเครื่องมาจากต่างประเทศ ในเส้นทางกรุงเทพฯ – สมุย (ไป-กลับ) วันละ 3 เที่ยวบิน เริ่มตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป

ตารางบินของเที่ยวบินพิเศษที่ออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ มีดังนี้
– เที่ยวบิน PG5125 ออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ เวลา 10.05 น. ถึงสนามบินสมุย เวลา 11.35 น.
– เที่ยวบินที่ PG5151 ออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ เวลา 14.35 น. ถึงสนามบินสมุย เวลา 16.05 น.
– เที่ยวบินที่ PG5171 ออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ เวลา 17.10 น. ถึงสนามบินสมุย เวลา 18.40 น.
 
ตารางบินของเที่ยวบินพิเศษที่ออกจากสนามบินสมุย มีดังนี้
– เที่ยวบินที่ PG5126 ออกจากสนามบินสมุย เวลา 12.15 น. ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ เวลา 13.45 น.
– เที่ยวบินที่ PG5152 ออกจากสนามบินสมุย เวลา 16.45 น. ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ เวลา 18.15 น.
– เที่ยวบินที่ PG5172 ออกจากสนามบินสมุย เวลา 19.20 น. ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ เวลา 20.50 น.

นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในโครงการสมุย พลัส โมเดล ต้องปฏิบัติตามคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่ 7/2564 ลงวันที่ 24 มิถุนายน 2564 กำหนดมาตรการป้องกันโรคสำหรับผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร อาทิ  มีหนังสือรับรองว่าเป็นบุคคลที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร ได้หรือ Certificate of Entry (COE), ใบรับรองแพทย์ยืนยันว่าผู้เดินทางไม่มีเชื้อโรคโควิด-19 โดยวิธี RT-PCR ระยะเวลาไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง, เอกสารรับรองการได้รับวัคซีน ครบตามเกณฑ์ที่กำหนด และผ่านการคัดกรองตรวจวัดอุณหภูมิ ตั้งแต่การเดินทางเข้าประเทศ และระหว่างการพำนักอยู่ในประเทศไทย ตามระยะเวลาที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด เป็นต้น  
 

Related Posts

Send this to a friend