Politics

เอกอัคราชทูตสหรัฐฯ พบรองนายกฯ ประวิตร กระชับความสัมพันธ์ เพื่อความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ที่เข้มแข็ง

วันนี้ (9 กรกฎาคม 2563) เวลา 09.30 น. นายไมเคิล จอร์จ ดีซอมบรี เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ณ ห้องรับรองรองนายกรัฐมนตรี (พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ) ชั้น 3 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล 

รองนายกรัฐมนตรีกล่าวต้อนรับเอกอัครราชทูตฯ ยินดีที่เอกอัครราชทูตฯ ได้รับตำแหน่งในประเทศไทย พร้อมย้ำว่ารัฐบาลไทยพร้อมสนับสนุนการทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศที่มีมายาวนานให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะด้านความมั่นคง และการทหารที่เป็นพื้นฐานความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐฯ โอกาสนี้ รองนายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณสหรัฐฯ ที่สนับสนุนอุปกรณ์ และเวชภัณฑ์แก่ไทย เพื่อใช้ในการรับมือกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 พร้อมหวังว่า ทั้งสองฝ่ายจะเพิ่มพูนความร่วมมือด้านสาธารณสุข รวมทั้งการพัฒนาวัคซีนให้มากยิ่งขึ้นเพื่อประโยชน์แก่ประชาชนทั้งสองประเทศ

รองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่าได้รับทราบการเผยแพร่รายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ประจำปี ค.ศ. 2020 ของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ โดยรองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ย้ำว่าการต่อต้านการค้ามนุษย์ถือเป็นวาระแห่งชาติที่ไทยมุ่งมั่นแก้ไขปัญหาร่วมกับภาคประชาสังคมและภาคส่วนอื่นๆ อย่างรอบด้านและใกล้ชิด ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยพร้อมทำงาน และร่วมมือกับสหรัฐฯ เพื่อการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษยที่เป็นรูปธรรมต่อไป

ด้านเอกอัครราชทูตฯ กล่าวขอบคุณรองนายกรัฐมนตรีที่ให้เข้าพบในวันนี้ และยินดีที่ความสัมพันธ์ระหว่างไทย-สหรัฐฯ แน่นแฟ้นมากขึ้นในทุกมิติ และในฐานะตัวแทนประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยืนยันความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างกัน และพร้อมทำงานอย่างใกล้ชิดเพื่อความสัมพันธ์และความร่วมมือที่ใกล้ชิดกันต่อไป โดยในโอกาสนี้ เอกอัครราชทูตฯ ย้ำว่า สหรัฐฯ พร้อมส่งเสริมและขยายการลงทุนในไทย ในเขต EEC ซึ่งรวมถึงด้านนวัตกรรมและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ที่ถือเป็นหัวใจและอนาคตของเศรษฐกิจไทย รวมทั้งพร้อมให้การสนับสนุนไทย เพื่อให้ไทยได้รับการจัดอันดับที่สูงขึ้นในรายงาน TIP Report

ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องและยินดีที่จะกระชับความสัมพันธ์ และความร่วมมือให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการทหาร ผ่านกลไกความร่วมมือ และกิจกรรมต่างๆ พร้อมหวังว่าทั้งสองประเทศจะสามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และพัฒนาความร่วมมือในสาขาที่มีศักยภาพระหว่างกันได้มากยิ่งขึ้นในอนาคต

Related Posts