Politics

“จุรินทร์” บุกตลาดขายสินค้าเกษตรกับจีน พร้อมยกจีนเป็นต้นแบบแก้ความยากจนในไทย

วันนี้ (28 ต.ค.62) นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดงานสัมมนา “7 ทศวรรษจีนใหม่  ก้าวต่อไปที่โลกเฝ้ามอง” ร่วมปาฐกถาพิเศษ การพัฒนาจีน แบบอย่างที่โลกเรียนรู้ ตอนหนึ่งว่า จีนมีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดในทุกๆด้าน ในระดับที่สามารถเรียกได้ว่าเป็นความมหัศจรรย์ โดยเฉพาะความมหัศจรรย์ทางเศรษฐกิจ ที่จีนได้แสดงให้ชาวโลกเห็น ในช่วง 70 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ชาวจีนมีรายได้เฉลี่ยสูงขึ้นราว 60 เท่า การเติบโตอย่างมั่นคงของรายได้ส่งผลให้อัตราการใช้จ่ายเติบโตขึ้นตามไปด้วย ซึ่งหมายถึงกำลังซื้อและการลงทุนอันมหาศาล ที่ช่วยสร้างการขยายตัวทางเศรษฐกิจไปทั่วโลก

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

ที่สำคัญ จีนประสบความสำเร็จในเรื่องของการลดความยากจน โดยขณะนี้ จีนมีคนจนต่ำกว่าร้อยละ 1 ของประชากรทั้งหมด คนจีนประมาณ 700 ล้านคนได้ถูกยกออกจากความยากจน ประเทศจีนในวันนี้ จึงเป็นขุมพลังทางอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดของโลก จีนได้กลายเป็นผู้นำทางเทคโนโลยีสมัยใหม่ของโลก ทั้งด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ทำให้จีนจะยังคงรักษาบทบาทการเป็นผู้นำทางเศรษฐกิจของโลกต่อไปในอนาคต

นายจุรินทร์บอกว่า สำหรับประเทศไทย เราสามารถเรียนรู้ประสบการณ์การพัฒนาประเทศของจีน ก้าวและเติบโตไปพร้อมกับจีนได้ เพราะเราเป็นเอเชียด้วยกัน ดังนั้นกระทรวงพาณิชย์จึงให้ความสำคัญกับตลาดจีนซึ่งถือเป็นประเทศคู่ค้าลำดับ 1 ของไทย โดยในช่วงสิบปีที่ผ่านมา มูลค่าการค้าระหว่างไทยและจีนขยายตัวสูงมาก ถึงร้อยละ 10.3 โดยเฉลี่ยต่อปี ครองสัดส่วนการค้าร้อยละ 16 ของการค้าระหว่างประเทศทั้งหมดของไทย และไทยเป็นคู่ค้าอันดับที่ 14 ของจีน ครองสัดส่วนการค้าราวร้อยละ 2.1 โดยที่ผ่านมาความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างไทยกับจีน ดำเนินการผ่านกลไก JC หรือคณะกรรมการร่วมว่าด้วยการค้า การลงทุน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทย-จีน ,ยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ อิรวดี – เจ้าพระยา – แม่โขง และกรอบ FTA อาเซียน-จีน

ทั้งนี้กระทรวงพาณิชย์ยังให้ความสำคัญกับการใช้กลไกทูตพาณิชย์ทั่วโลก ทำหน้าที่เซลล์แมนประเทศ ขายสินค้า โดยเฉพาะสินค้าเกษตรและอาหารแปรรูป ทูตพาณิชย์ไทยต้องทำงานหนักเพื่อให้เกิดความร่วมมือในแต่ละมณฑลเพื่อส่งสินค้าไปจีนมากขึ้น ลดการขาดดุลการค้าให้แคบลง และให้ความสำคัญของการทำงานร่วมกันระหว่างรัฐกับเอกชน

Related Posts