POLITICS

กมธ.ความมั่นคงฯ มอง 22 ปีสันติภาพชายแดนใต้ล้มเหลว ข่าวกรองใช้ไม่ได้-งบดับไฟสูญเปล่า

กมธ.ความมั่นคงฯ มอง 22 ปีสันติภาพชายแดนใต้ล้มเหลว ข่าวกรองใช้ไม่ได้-งบดับไฟสูญเปล่า ตร.ภูธรภาค 9 ขอ 3 วัน สรุปข้อเท็จจริง ฮ.ยิงประชาชน ด้าน ‘ณัฏฐ์ชนน’ ชี้ รบ.ควรเร่งจับตัวผู้ต้องหา-แจง ปชช. หลังพบกระสุนปืนที่ใช้กับอาวุธสงครามในจักรยานยนต์คนเจ็บ ย้ำ จัด ครม.สัญจร ต้องอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย เหตุคาบเกี่ยวจังหวัดมีการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์

วันนี้ (27 ส.ค.69) เวลา 14.00 น. นายมณเฑียร สงฆ์ประชา สส. ชัยนาท พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร แถลงข่าวภายหลังการประชุมติดตามสถานการณ์และการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ปัญหาสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้

นายมณเฑียรกล่าวว่า จากการประชุมนัดพิเศษปัญหาชายแดนใต้ 4 จังหวัด ถือเป็นประวัติศาสตร์ที่ สส. ใน 4 จังหวัดภาคใต้ได้เข้าร่วมประชุมกับ กมธ. ด้วย เพราะการทำงานของ กมธ. ไม่มีฝ่ายค้าน ไม่มีฝ่ายรัฐบาล หากเป็นความเดือดร้อนของประชาชนแล้ว พวกเราทุกคนจะร่วมมือกันแก้ไขปัญหาในทุกเรื่อง เพื่อให้ประชาชนมีความมั่นใจอยู่เย็นเป็นสุขให้ได้

สำหรับวันนี้ได้เชิญ 6 หน่วยงาน แต่ กอ.รมน. ไม่มา โดยระบุว่าติดภารกิจ กมธ. ได้สอบถามว่าปล่อยให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นเป็นร้อย ๆ จุด ระหว่างวันที่ 21-24 ส.ค.69 ได้อย่างไร นอกจากนี้ กมธ. ยังสอบถามเรื่องเฮลิคอปเตอร์ (ฮ.) ที่บินตรวจการหลังเกิดเหตุ ซึ่งประชาชนเข้าใจว่ามีการยิงมาจากเฮลิคอปเตอร์ รวมถึงเหตุการณ์เกิดขึ้น 3 วัน แต่หน่วยปฏิบัติการในพื้นที่ไม่มีการปะทะกับผู้ก่อเหตุ จึงตั้งคำถามว่าเล็ดรอดด่านตรวจมาได้อย่างไร เป็นเพราะไม่มีการบูรณาการหน่วยงานในพื้นที่ต่างคนต่างทำ

“คนที่รู้ดีที่สุดคือ ตัวแทนพี่น้องประชาชน สส. ในพื้นที่ ตั้งแต่เกิดเหตุมา 22 ปี ไม่เคยเชิญผู้แทนราษฎรสักคนเดียวไปให้ข้อมูล หรือมีการประชุมความมั่นคงแห่งชาติในพื้นที่ หน่วยงานที่รับผิดชอบก็ไม่เคยเชิญ บางทีเราอยากไปให้ข้อมูลโต๊ะนั่งยังไม่มี”

นายมณเฑียรกล่าวว่า จากการให้ข้อมูลของ สส. 14 คนในชายแดนใต้เรื่องข่าวกรองใช้ไม่ได้ เพราะประชาชนให้ความร่วมมือ ข่าวกรองจึงล้มเหลว จึงกำชับไปว่าขณะนี้ต้องทบทวนว่าตลอดการทำงาน 22 ปีล้มเหลว ใช้งบประมาณไป 520,000 ล้านบาท แต่ไม่ได้อะไรเลย ถ้าเรามาฆ่าฟันไม่มีจบ ขอให้มาเจรจาทุกเรื่องจะจบได้

สำหรับเหตุใน 4 จังหวัดชายแดนใต้ มีหลายเรื่องซับซ้อน แต่เรื่องการแบ่งแยกดินแดนจะต้องมีการพูดคุยเจรจา หากฆ่าฟันก่อเหตุอีกร้อยปีก็ไม่จบ วันนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงมาดูเอง เพราะเราไม่มีรองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง จึงให้นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ช่วยเรื่องการต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ที่นายกฯ ไปเยือนมาเลเซียหรืออินโดนีเซียก็หยิบยกเรื่องนี้ไปเจรจาว่า จะต้องร่วมมือกันเพื่อให้ปัญหาจบ

นายมณเฑียรกล่าวต่อ การยิงประชาชนจากเฮลิคอปเตอร์ได้ถามตำรวจภูธรภาค 9 ซึ่งได้มีการเก็บหลักฐานมา 1 ครั้ง และวันนี้จะเข้าไปเก็บหลักฐานเพิ่มเติม สส. ในพื้นที่จึงทำจะสรุปเหตุการณ์ว่ายิงมาจาก ฮ. ปืนลั่นหรือยิงมาจากอะไร เจ้าหน้าที่บอกว่าขอใช้เวลา 3 วัน ซึ่ง กมธ. จะลงไปพื้นที่ในเร็ววันนี้ เพื่อดูว่าสถานการณ์สงบแล้วหน่วยงานต่าง ๆ มีการดำเนินการป้องกันอย่างไร

นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สส. สงขลา พรรคภูมิใจไทย ระบุว่า คณะกรรมาธิการมีความเห็นร่วมกัน ว่างานข่าวกรองของสามจังหวัดชายแดน และ 4 อำเภอ มีความล้มเหลว เพราะงบประมาณปี 2569 หน่วยข่าวกรองไม่ได้ถูกตัดงบประมาณ เช่นเดียวกับปีงบประมาณ 2570 ดังนั้น จึงถือว่าการข่าวล้มเหลว

ส่วนการตรวจที่เกิดเหตุมีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย ซึ่งไม่ได้เกิดจากการต่อสู้ และไม่ได้เกิดจากการทำร้ายของผู้ไม่ประสงค์ดี ขณะการจับกุมผู้ต้องหาที่ก่อเหตุ จำนวน 2 ราย

ส่วนการเก็บหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งในที่เกิดเหตุมีผู้ก่อการร้ายหลายคนลงไปในแต่ละพื้นที่เพื่อควบคุมตัวยาม และเก็บโทรศัพท์มือถือ หรือทิ้งร่องรอยไว้ในวัตถุอื่น จึงมีการตั้งคำถามจากคณะกรรมาธิการ ว่าหน่วยงานของรัฐ ได้ดำเนินการจัดเก็บวัตถุในเชิงวิทยาศาสตร์หรือไม่ ซึ่งก็มีการจัดเก็บแล้ว

นายณัฏฐ์ชนนระบุว่า เรื่องเฮลิคอปเตอร์ มีหลักฐานว่ามีกระสุนหนึ่งนัดติดอยู่ในรถจักรยานยนต์ ซึ่งกระสุนดังกล่าวสามารถใส่ได้ใน M16 หรือ HK ได้ ซึ่งจะให้เจ้าหน้าที่เป็นผู้แถลงรายละเอียดอีกครั้ง โดยมองว่ากระสุนดังกล่าวใช้กับปืนที่เป็นอาวุธสงคราม จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ชี้แจงว่าเป็นปืนที่มาจากที่ไหน

นายณัฏฐ์ชนนกล่าวอีกว่า ตนเองเป็น สส. มาเกือบ 8 ปี ยังไม่เคยได้รับเชิญจากหน่วยงาน ทั้งแม่ทัพภาค 4 กอ.รมน. ศอ.บต. ผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งได้สอบถามไปยัง สส. ทุกคน ก็ยืนยันว่า ไม่เคยได้รับการเชิญไปแสดงข้อคิดเห็นในประเด็นหลังนี้ ดังนั้น กรรมาธิการวันนี้มีความเข้มข้นมาก และเร็ว ๆ นี้ คณะกรรมาธิการจะไปลงพื้นที่ อย่างไรก็ตาม การแก้ปัญหาทั้งหมด ไม่ใช่การใช้อาวุธในการห้ำหั่น ระหว่างคนไทยด้วยกัน การทำหน้าที่ด้านมนุษยธรรมสูงสุดคือการเจรจา

นายณัฏฐ์ชนนยืนยันว่า เรามีกำลังใจในพื้นที่ และอยากให้รัฐบาลเร่งดำเนินการจับกุมผู้กระทำความผิด หวังว่าสันติสุขจะเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้

ขณะที่ข้อกังวลถึงการจัด ครม. สัญจรในสุดสัปดาห์นี้จะมีความเสี่ยงหรือไม่นั้น นายณัฏฐ์ชนนระบุว่า พื้นที่ดังกล่าวที่เป็นรอยต่อจังหวัดสงขลา มีการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ทั้งการเผายาง และการพ่นสเปรย์ ซึ่งในการลงพื้นที่ของ ครม. ต้องย้ำว่าให้อยู่ในพื้นที่ปลอดภัย

Related Posts

Send this to a friend