POLITICS

สส.ภูมิใจไทย จี้ถามนายกฯ แก้ปัญหาน้ำท่วมอยุธยา ก่อน ‘ภราดร’ แจงแทนเป็นเพราะฝนหนัก

สส.ภูมิใจไทย จี้ถามนายกฯ แก้ปัญหาน้ำท่วมอยุธยา ก่อน ‘ภราดร’ แจงแทนเป็นเพราะฝนหนัก เขื่อนเจ้าพระยารับน้ำเยอะ เร่งผันน้ำแบบก้างปลา ลั่นรัฐบาลนี้เริ่มแล้ว ทำทางระบายน้ำขนาดใหญ่ หวังแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน

วันนี้ (24 ก.ย. 69) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายประดิษฐ์ สังขจาย สส. พระนครศรีอยุธยา พรรคภูมิใจไทย ตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจาถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การจัดการปัญหาน้ำท่วมในลุ่มน้ำเจ้าพระยา โดยมอบหมายให้ นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มาเป็นผู้ตอบกระทู้แทน

นายประดิษฐ์ กล่าวว่า ปัญหาน้ำท่วมอยู่กับจังหวัดพระนครศรีอยุธยามาอย่างยาวนาน ไม่มีปีไหนที่น้ำจะไม่ท่วม บางปีท่วมน้อย บางปีท่วมมาก บางปีท่วมมาก ๆ หลายปีเกิดมหาอุทกภัยใหญ่ในประเทศไทย พื้นที่ที่ไม่เคยจะประสบปัญหาอุทกภัยเลยคือจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในปีนี้ช่วงแรกชาวบ้านรู้สึกอุ่นใจ เพราะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการบริหารจัดการน้ำได้มีการคาดการณ์ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำในพื้นที่ ว่า ปี 69 น้ำมีปริมาณน้อย คิดว่าน้ำจะไม่ท่วม ตนเองในฐานะผู้แทนในพื้นที่ก็รู้สึกดีใจ คิดว่าน้ำจะไม่ท่วมจังหวัดพระนครศรีอยุธยาตามข้อมูลที่ได้มีการแจ้ง

แต่เมื่อวันที่ 17 ก.ย. ที่ผ่านมา ตนเองลงพื้นที่ที่วัดบันไดช้าง อำเภอเสนา ซึ่งขณะนั้นเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำอยู่ที่ 900 ลบ.ม./วินาที ซึ่งแม่น้ำน้อยหน้าวัดบันไดช้างต่ำกว่าตลิ่งเกือบ 1 เมตร ผ่านมาวันที่ 20 ก.ย. 69 เขื่อนเจ้าพระยามีการเพิ่มการระบายน้ำ 1,200 ลบ.ม./วินาที วันที่ 21 ก.ย. 69 เพิ่มเป็น 1,300 ลบ.ม./วินาที วันที่ 22 ก.ย. 69 เพิ่มเป็น 1,500 ลบ.ม./วินาที วันที่ 23-24 ก.ย. 69 เพิ่มเป็น 1,750 ลบ.ม./วินาที

ในระยะเวลา 7 วัน กรมชลประทานเพิ่มอัตราการระบายน้ำมาในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาถึง 1,200 ลบ.ม./วินาที ส่งผลกระทบกับบ้านเรือนของประชาชน ส่งผลให้ปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นในพื้นที่เกือบ 1.50 เซนติเมตร จึงขอสอบถามว่า การเร่งระบายน้ำที่เพิ่มขึ้นมา กรมชลประทานมีเหตุผลอย่างไร

นายภราดร ชี้แจงว่า ตนเองอยู่ที่จังหวัดอ่างทองก็ได้รับผลกระทบเหมือนกัน ตนเองก็สงสัยกับตัวเลขการระบายน้ำที่เพิ่มขึ้นมหาศาล จึงสอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เมื่อดูปริมาณการระบายน้ำที่จังหวัดนครสวรรค์ ในวันที่ 15 ก.ย. 69 ระบายน้ำอยู่ 899 ลบ.ม./วินาที ระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ที่ 490 ลบ.ม./วินาที ขณะที่วันที่ 19 ก.ย. 69 การระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ที่ 600 ลบ.ม./วินาที เพราะปริมาณการระบายน้ำที่จังหวัดนครสวรรค์อยู่ที่ 1,009 ลบ.ม./วินาที จากนั้นก็เพิ่มปริมาณการระบายน้ำเรื่อย ๆ เนื่องจากมีปริมาณน้ำฝนที่ตกมาใต้เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ในปริมาณมหาศาล โดยเขื่อนเจ้าพระยามีหน้าที่ทดน้ำเพื่อการเกษตร ไม่ได้มีหน้าที่เพื่อกักน้ำ หมายความว่า น้ำมาเท่าไรเขื่อนเจ้าพระยาสามารถทดน้ำได้นิดเดียว ไม่สามารถหน่วงน้ำหรือเก็บน้ำได้ น้ำมาเท่าไรก็ต้องระบายออกไปในปริมาณเท่านั้น จึงเป็นเหตุให้จังหวัดอ่างทอง และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีปริมาณน้ำยกตัวสูงขึ้น

นายภราดร ยังได้โชว์กราฟคาดการณ์ปริมาณน้ำล่วงหน้า 1-3 วัน ระหว่างวันที่ 19-20 ก.ย. 69 ที่เพิ่มสูงขึ้น โดยระบุว่าจะต้องมีการระบายน้ำที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยาอย่างมีนัยสำคัญ ไม่เช่นนั้นน้ำจะล้นประตูระบายน้ำ

นายประดิษฐ์ จึงตั้งคำถามว่า รัฐบาล และกรมชลประทานมีแนวทางการบริหารจัดการปัญหาอย่างไร โดยเฉพาะการระบายน้ำที่เขื่อนเจ้าพระยา เพื่อลดปัญหาความยากลำบากของประชาชนในพื้นที่

นายภราดร ระบุว่า จากการคาดการณ์ปริมาณน้ำล่วงหน้า 1-3 วัน หลังจากนี้คาดว่าระดับน้ำจะไม่เพิ่มสูงขึ้นเหมือนที่ผ่านมา ดังนั้น น้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาจะไม่เพิ่มอย่างรวดเร็วเหมือนที่ผ่านมา และคงอยู่ที่ระดับนี้ไปสักระยะหนึ่ง

โดยเมื่อวันที่ 22 ก.ย. ที่ผ่านมา นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้นัดประชุมเร่งด่วนเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาหารือถึงสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา โดยได้ข้อสรุปว่า กรมชลประทานจะบริหารจัดการน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาแบบก้างปลา พยายามแบ่งสรรน้ำไปที่ลำน้ำสาขาทั้งทางตะวันตก และตะวันออก เพื่อลดปริมาณการระบายน้ำท้ายเขื่อน พร้อมผันน้ำไปที่ทุ่งรับน้ำต่าง ๆ เพื่อลดผลกระทบของอำเภอบางบาล อำเภอผักไห่ อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

นายประดิษฐ์ กล่าวว่า กราบขอบพระคุณนายภราดร ที่อธิบายถึงการแก้ปัญหาน้ำ สิ่งที่พวกเราชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยาอยากให้รัฐบาล และกรมชลประทานได้ดำเนินการคือ เร่งระบายน้ำเข้าทุ่งรับน้ำต่าง ๆ สิ่งสำคัญที่สุดคืออยากให้กรมชลประทานไม่เพิ่มการระบายน้ำที่เขื่อนเจ้าพระยาให้มากไปกว่านี้

วันนี้ชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยามีความหวังอย่างไรกับการบริหารจัดการน้ำของกรมชลประทาน ปีนี้แสดงให้เห็นชัดว่าแม้จะมีการคาดการณ์เรื่องปริมาณน้ำและให้เตรียมรับมือภัยแล้ง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ทำให้พวกเราหวั่นใจ ปริมาณสะสมน้ำในเขื่อนมีเท่านี้ พายุมีเพียงแค่สองลูก แต่การบริหารจัดการของกรมชลประทานยังเป็นแบบนี้ แล้วปีต่อ ๆ ไป น้ำในเขื่อนมีปริมาณสะสมจำนวนมาก มีพายุเข้าหลายลูกหรือมีฝนตกชุกใต้เขื่อน กรมชลประทานจะมีวิธีการแก้ไขปัญหาอย่างไร หรือพวกเราต้องทนรับปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากตลอดไปหรือไม่ ทั้งหมดเป็นความในใจของคนจังหวัดพระนครศรีอยุธยามาหลายสิบปี

จึงฝากความหวังกับรัฐบาล และนายอนุทิน เชื่อว่า นายภราดรเข้าใจหัวอกของตนเอง เพราะเป็นผู้แทนในพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมเช่นเดียวกัน จึงถามย้ำอีกครั้งว่า รัฐบาลมีแนวทางการบริหารจัดการน้ำในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างไรบ้าง มีโครงการอะไรในอนาคต และแนวทางการช่วยเหลือชดเชยอย่างไร เพื่อบรรเทาความทุกข์ให้กับพี่น้องในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา

นายภราดร กล่าวว่า หากให้ตอบวันนี้คงตอบไม่ได้ แต่การคาดการณ์ปริมาณน้ำที่จะตกเหนือเขื่อนเจ้าพระยาฝั่งแม่น้ำปิง และแม่น้ำน่านจะทรงตัวแล้ว ซึ่งการระบายที่ท้ายเขื่อนก็จะอยู่ในระดับที่คงตัวสักระยะหนึ่ง แต่หากใน 1-2 วันนี้ มีน้ำฝนมาเติมในพื้นที่น้ำที่จังหวัดนครสวรรค์ กำแพงเพชร อุทัยธานี และพิจิตร สิ่งที่เกิดขึ้นจึงไม่สามารถควบคุมได้ ดังนั้น จึงต้องดูสถานการณ์วันต่อวัน

สำหรับการแก้ไขปัญหาในระยะยาว พื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และอ่างทองเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ หนีไม่พ้นนี่คือธรรมชาติ ธรรมชาติเป็นเหมือนเดิม แต่สิ่งที่ไม่เหมือนเดิมคือสังคมเมืองที่เติบโตมากขึ้น ตรงไหนที่น้ำหรือทุ่งรับน้ำเคยอยู่ แต่วันนี้เราทำเป็นบ้านและนำไปใช้ประโยชน์ กลายเป็นว่าน้ำถูกแย่งที่อยู่ ซึ่งถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ปัญหาไม่มีทางแก้ไขได้

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเห็นถึงปัญหานี้ ปลายปีที่แล้ว นายกฯ ได้ไปเยี่ยมประชาชนที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ศึกษาและเห็นในสิ่งที่รัฐบาลก่อน ๆ ศึกษาไว้ คือ การแก้ไขปัญหาลุ่มน้ำเจ้าพระยาอย่างยั่งยืน ทางออกเดียวคือการทำทางระบายน้ำขนาดใหญ่เพิ่ม ซึ่งวันนี้ได้เริ่มต้นทำทางระบายน้ำที่บางบาล-บางไทร โครงการดังกล่าวมีตั้งแต่สมัยที่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ และรัฐบาลนี้กำลังเร่งรัดให้แล้วเสร็จภายใน 1-2 ปี แต่ถ้าจะแก้ปัญหาอย่างเบ็ดเสร็จจะต้องมีคลองระบายน้ำขนาดใหญ่คู่ขนาน เช่น ชัยนาท-ป่าสัก และป่าสัก-อ่าวไทย ซึ่งมีการตั้งงบประมาณแล้วในปี 70 และจะนำเสนอสู่ที่ประชุม ครม. เร็ว ๆ นี้

ขณะที่ฝั่งคลองรพีพัฒน์ฯ จะขยายประสิทธิภาพการระบายน้ำให้มากขึ้น โครงการนี้ผ่านความเห็นชอบของ ครม. แล้ว และจะใช้เงินกู้ 90,000 ล้านบาท ประกอบกับใช้เงินงบประมาณอีกส่วนหนึ่ง ทั้งนี้ โครงการใหญ่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ภายใน 1-2 ปี เพราะเป็นการวางโครงสร้างพื้นฐานให้กับประเทศอย่างยั่งยืน

นายประดิษฐ์ กล่าวว่า กราบขอบพระคุณนายภราดร ในฐานะที่เป็นตัวแทนของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เราเข้าใจในโครงการแก้ปัญหาน้ำท่วมระยะยาวว่าต้องใช้งบประมาณมหาศาล และเป็นโครงการที่ต้องใช้ระยะเวลาดำเนินการหลายปี พวกเราชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยารอได้ รออย่างมีความหวังที่ปัญหาจะถูกแก้ไข แต่ขอให้ท่านลงมือทำจริง ๆ เพราะทุกปัญหาใด ๆ ในโลกนี้ ไม่สามารถแก้ไขด้วยคำพูด สามารถแก้ไขด้วยการลงมือทำ

Related Posts

Send this to a friend