ผู้ว่าฯ เชียงใหม่เตรียมคิกออฟ ‘เชียงใหม่ แซนด์บ็อกซ์’ ชู 6 ยุทธศาสตร์สู่อากาศสะอาด
ผู้ว่าฯ เชียงใหม่เรียกประชุมส่วนราชการเตรียมคิกออฟ ‘เชียงใหม่ แซนด์บ็อกซ์’ ชู 6 ยุทธศาสตร์สู่อากาศสะอาด ตั้งเป้าปี 70 หั่นจุดความร้อนลดลง 25%
วันนี้ (5 พ.ย. 69) เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุม 3 ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองจังหวัดเชียงใหม่ ครั้งที่ 1/2569 โดยมีนายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าร่วมประชุม
ที่ประชุมได้แจ้งถึงคำสั่งนายกรัฐมนตรีและคำสั่งจังหวัดเชียงใหม่ในการจัดตั้งศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองระดับจังหวัด อำเภอ และตำบล เพื่ออำนวยการ สั่งการ ติดตาม และระงับเหตุได้อย่างทันท่วงที รวมถึงปกป้องสุขภาพของประชาชน พร้อมกันนี้ได้เสนอแนวทางขับเคลื่อน ‘เชียงใหม่ แซนด์บ็อกซ์’ ผ่าน 6 ยุทธศาสตร์สู่อากาศสะอาดจังหวัดเชียงใหม่ พ.ศ. 2569-2571 เชื่อมป่า คน เมือง เศรษฐกิจ ด้วยนวัตกรรม ข้อมูล และการมีส่วนร่วม ประกอบด้วย
1.การบริหารพื้นที่ป่าอนุรักษ์และป่าสงวนแห่งชาติ มุ่งเน้นการส่งเสริมการจัดการป่าชุมชนและการมีส่วนร่วม
2.การจัดการในพื้นที่เกษตรกรรม ตั้งเป้าบริหารจัดการเศษวัสดุแบบครบวงจร (Biomass) 1 ล้านตัน และส่งเสริมนวัตกรรมทดแทนการเผา
3.การจัดการพื้นที่เมือง ผ่านการจัดตั้งเขตมลพิษต่ำ (Low Emission Zone: LEZ) และระบบขนส่งสาธารณะที่สะอาด
4.การจัดการในพื้นที่ชุมชน โดยจัดทำแผนหมู่บ้านลดการเผา 1,095 หมู่บ้าน พร้อมอุดหนุนงบประมาณ
5.มาตรการลดผลกระทบด้านสุขภาพ จัดเตรียมห้องลดฝุ่น 24 ชั่วโมงในสถานที่สำคัญ และดูแลกลุ่มเปราะบางอย่างครอบคลุม
6.การจัดการบริหารงานที่เน้นการบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสาร และบัญชาการสถานการณ์เพื่อขับเคลื่อนการทำงานตลอดทั้งปี
สำหรับกรอบตัวชี้วัดการป้องกันและแก้ไขปัญหาฯ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 จังหวัดเชียงใหม่ได้ตั้งเป้าหมายที่ท้าทาย โดยเปรียบเทียบจากฐานค่าเฉลี่ย 5 ปี (พ.ศ. 2565-2569) ได้แก่ การลดจุดความร้อน (Hotspots) ลง 25% ให้เหลือ 6,822 จุด ลดพื้นที่เผาไหม้ (Burned Area) ลง 25% ให้เหลือ 671,596 ไร่ ลดจำนวนวันที่ค่า PM2.5 เกินมาตรฐานลง 20% ให้เหลือ 59 วัน และลดจำนวนผู้ป่วยโรคถุงลมโป่งพอง (COPD) ลง 20% ให้เหลือเป้าหมาย 12,870 ราย
นอกจากนี้ที่ประชุมยังมีมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการฝ่ายต่าง ๆ เพื่อขับเคลื่อน ติดตาม และประเมินผลการทำงานอย่างใกล้ชิดตลอดทั้งปี พร้อมเร่งรัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดส่งแผนปฏิบัติการเพื่อลดและขจัดมลพิษในเขตควบคุมมลพิษให้ครบทุกแห่ง เพื่อให้การบูรณาการแก้ปัญหาในระดับพื้นที่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ














