POLITICS

‘วราวุธ’ กำชับ กนอ. สางปมเยียวยากลุ่มประมงพื้นบ้านระยอง

‘วราวุธ’ กำชับ กนอ. สางปมเยียวยากลุ่มประมงพื้นบ้านระยอง หลังได้รับผลกระทบจากโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด สั่งรายงานทุก 2 สัปดาห์ จ่อเคาะผลสรุปเดือนหน้า

วันนี้ (22 มิ.ย. 69) นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม รับหนังสือร้องเรียนจากตัวแทนกลุ่มประมงพื้นบ้านจังหวัดระยองกว่า 200 คน เพื่อขอให้กระทรวงฯ ติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาเยียวยาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรมจากโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 ซึ่งมีความล่าช้าและยังหาข้อสรุปไม่ได้

นายวราวุธ กล่าวว่า เข้าใจและเห็นใจชาวประมงอย่างยิ่ง เนื่องจากปัญหาเยียวยายืดเยื้อมานาน ซ้ำยังต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจและค่าน้ำมันที่สูงขึ้น ปมปัญหาสำคัญในปัจจุบันคือเกณฑ์การจำแนกกลุ่มผู้เดือดร้อน และแนวทางการคำนวณรายได้ต่อปีที่ยังมองไม่ตรงกัน จังหวัดระยองมีแนวทางคำนวณรูปแบบหนึ่ง ขณะที่ชาวประมงต้องการให้คิดจากรายได้และรายรับจริงหักลบต้นทุนสุทธิ จึงได้วางแนวทางออกเป็น 2 ขั้นตอน ดังนี้

1.ให้เจรจาหาข้อสรุป โดยให้ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เร่งประสานงานและเปิดโต๊ะเจรจาร่วมกับผู้ว่าฯ ระยองโดยด่วน เพื่อปรับปรุงมาตรการและเกณฑ์การคำนวณรายได้ให้ยืดหยุ่นและสะท้อนความจริง โดยให้รายงานความคืบหน้าทุก 2 สัปดาห์

2.กรณีที่ผลการเจรจาไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เสนอให้ดึงสถาบันอุดมศึกษา หรือมหาวิทยาลัย เข้ามาเป็นหน่วยงานกลาง (Third Party) ในการวิเคราะห์และชี้ขาดเกณฑ์การคำนวณที่ยุติธรรม

ด้าน นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการ กนอ. กล่าวว่า ขณะนี้กำลังประสานงานกับคณะอนุกรรมการระดับจังหวัด เพื่อตรวจสอบสิทธิของกลุ่มประมงพื้นบ้านจังหวัดระยองที่ได้รับผลกระทบ ก่อนหน้านี้ได้ตั้งคณะทำงานร่วมกันและนำสูตรคำนวณเทียบเคียงของท่าเรือแหลมฉบังมาเป็นต้นแบบปรับปรุงจนได้กรอบวงเงินช่วยเหลือเบื้องต้น แต่งบประมาณมาจากภาษีประชาชน การจัดสรรเงินจึงต้องผ่านกระบวนการทางราชการที่รัดกุม

อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถใช้สูตรเดียวกันคูณจ่ายให้ทุกกลุ่มได้ เพราะผู้ได้รับผลกระทบต่างกัน อีกทั้งระบบการขอจัดสรรงบประมาณเปลี่ยนจากสำนักงานอีอีซีสู่กระทรวงต้นสังกัดและกลไกจังหวัด ต้องบูรณาการข้อมูลร่วมกัน ขณะนี้คณะทำงานเร่งตรวจสอบความสมบูรณ์ของเอกสารทั้งหมด คาดว่าจะเปิดประชุมคณะอนุกรรมการชุดย่อยร่วมกับตัวแทนชุมชนภายในสิ้นเดือนนี้ และจะรีบนำผลสรุปเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการชุดใหญ่ของจังหวัดระยองภายในเดือนหน้าเพื่อพิจารณาร่วมกัน

Related Posts

Send this to a friend