‘ณัฐพงษ์’ ยัน ‘ภาวุธ’ พร้อมแจง DSI เผย พรรคไม่ปกป้องคนผิด ชี้เป็นหน้าที่เจ้าตัวแจงข้อสงสัยสังคม
‘ณัฐพงษ์-พิจารณ์’ ยัน ‘ภาวุธ’ พร้อมแจง DSI เผยพรรคมีมาตรฐานวินัย ไม่ปกป้องคนผิด ชี้เป็นหน้าที่เจ้าตัว แจงข้อสงสัยสังคม เชื่อเป็นกระบวนการลดทอนความน่าเชื่อถือ บอกเห็นใจข้าราชการ ทำเพื่อตอบสนองฝ่ายการเมือง
วันนี้ (22 มิ.ย. 69) นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีที่หากทาง DSI ทำหนังสือเชิญ นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ให้ไปชี้แจงทางพรรคประชาชนหรือฝ่ายค้านจะมีมติอย่างไรนั้นว่า ขอแบ่งเป็น 2 ประเด็น คือ ประเด็นแรกคือความสมัครใจของนายภาวุธเอง เชื่อว่านายภาวุธพร้อมที่จะเข้าไปชี้แจงต่อทุกหน่วยงาน แต่รอความชัดเจนจากทาง DSI ก่อนว่าตกลงแล้วข้อกล่าวหาที่มีต่อนายภาวุธเป็นอย่างไร เพราะตอนนี้นายภาวุธยังอยู่ในสถานะของผู้ต้องสงสัยอยู่ ส่วนอีกประเด็นคือเรื่องของกระบวนการภายใน พรรคประชาชนก็มีมาตรฐานการกำกับดูแล กระบวนการภายในอยู่เช่นเดียวกัน
ด้าน นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรคประชาชน กล่าวเสริมว่า ถ้าเราพิจารณาจากสิ่งที่ DSI ตั้งโต๊ะแถลง คิดว่าสังคมตั้งคำถามว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมีแรงจูงใจทางการเมืองหรือไม่ จากการติดตามการแถลงของ DSI ก็ทราบว่าจะแถลง 3 ประเด็น แต่สุดท้ายปรากฏว่าแถลงประเด็นเดียว การแถลงที่พาดพิงมาที่นายภาวุธก็ต้องบอกว่าไม่ได้ชี้ด้วยซ้ำว่าเป็นผู้ต้องสงสัยอย่างไร แต่กลับสร้างความเคลือบแคลงให้กับสังคมรู้สึกต่อตัวนายภาวุธ
“ผมเองก็ต้องตั้งคำถามและตั้งข้อสังเกตว่านี่มันคือความพยายามที่จะลดทอนความน่าเชื่อถือของนายภาวุธและของพรรคประชาชนในการตรวจสอบโครงการต่าง ๆ ของรัฐบาลหรือไม่ เป็นความพยายามที่จะทำให้ความเข้มข้นในการตรวจสอบของเราลดลงหรือเปล่า” นายพิจารณ์กล่าว
นายพิจารณ์ยังกล่าวว่า การชี้แจงต่อสังคมก็เป็นหน้าที่ที่นายภาวุธต้องพิสูจน์ตัวเอง ให้สังคมได้รับรู้ข้อกล่าวหายังไม่ชัดเจน แต่หากติดตามในโลกโซเชียลมีเดีย ก็จะเห็นว่าข้อกล่าวหาอาจจะรุนแรงถึงขั้นเป็นอาชญากรข้ามชาติ หลอกลวงฟอกเงินหรือไม่ ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่ค่อนข้างรุนแรง ซึ่งนายภาวุธก็พร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์ข้อเท็จจริงให้กับตัวเอง ถึงขั้นบอกว่าจะไม่ใช้เอกสิทธิ์ของ สส สำหรับพรรคเองเราไม่ได้นิ่งนอนใจ ทางพรรคก็จะมีคณะกรรมการวินัยที่จะตรวจสอบเป็นการภายในของพรรคเช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นมาตรฐานและวัฒนธรรมที่พรรคยืนยันว่าเราไม่มีการปกป้องคนผิด แต่ปัจจุบัน DSI ยังไม่มีการตั้งข้อกล่าวหาใด ๆ กับนายภาวุธเช่นเดียวกัน
เมื่อถามว่า การแถลงที่ผิดวิสัยแบบนี้ถ้าสุดท้ายนายภาวุธไม่มีความผิด มีโอกาสที่จะฟ้องหรือเรียกร้องหรือไม่ นายพิจารณ์กล่าวว่า ต้องถามว่าการแถลงของ DSI ประเทศไทยได้อะไร ประชาชนได้อะไร เราอยากเห็นบทบาทการทำงานของหน่วยงานภาครัฐทุกแห่ง ทำงานอย่างตรงไปตรงมาแก้ปัญหาให้กับประชาชนจริง ๆ เราอยากเห็นการทำงานที่ตอบสนองความต้องการและผลประโยชน์ของประเทศ สำหรับกระบวนการทางกฎหมายตรงนั้นยังคงไม่ถึงเวลาที่จะมาพูดหรือลงรายละเอียด แต่อยากจะให้กำลังใจกับข้าราชการทุกคนมากกว่า ถ้าทำงานและยึดมั่นในอุดมการณ์ ผลประโยชน์ของประชาชน เชื่อว่าสังคมพร้อมที่จะสนับสนุน
ส่วนพรรคประชาชนตั้งข้อสังเกตหรือไม่ ในการแถลงข่าวเพราะมีการเอ่ยชื่อ-นามสกุลเต็มของนายภาวุธ พร้อมบอกว่าไม่ใช่เรื่องการเมือง นายพิจารณ์กล่าวว่า ตนเองรู้สึกเห็นใจการทำงานของข้าราชการ ตั้งข้อสังเกตว่านี่เป็นการถูกกดดันโดยฝ่ายการเมือง ที่สอดคล้องกับการตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport โดยสองกรรมาธิการของพรรคประชาชน มีการพยายามสร้างกระแสสร้างเรื่องราวเพื่อพยายามลดทอนความน่าเชื่อถือในการตรวจสอบของพวกเรา คิดว่ามีความรู้สึกเห็นใจต่อข้าราชการที่ต้องปฏิบัติหน้าที่เพื่อตอบสนองทางฝ่ายการเมืองหรือไม่
ส่วนกังวลหรือไม่เพราะนายภาวุธไม่ได้เข้าร่วมประชุมและติดต่อไม่ได้ และอาจโดนเพ่งเล็งเป็นประเด็นการเมือง นายพิจารณ์กล่าวว่า หน้าที่ในการชี้แจงต่อสังคมเป็นหน้าที่ของนายภาวุธ พรรคเองไม่ได้นิ่งนอนใจเราก็จะใช้คณะกรรมการวินัยของพรรคตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อให้ประชาชนที่ติดตามอยู่ได้เห็นว่า นายภาวุธและพรรคไม่ได้พยายามปิดบังข้อมูลใด ๆ และจะทำงานอย่างเต็มที่













