POLITICS

สส. ปชน. เรียกร้องรัฐบาลเร่งรัดบรรจุนโยบายพลทหารอาสาในร่างงบปี 70 หวังมีผลบังคับปีนี้

สส. พรรคประชาชน เรียกร้องรัฐบาลเร่งรัดบรรจุนโยบายพลทหารอาสาในร่างงบปี 70 หวังมีผลบังคับปีนี้ ด้านผู้อารยะขัดขืนเกณฑ์ทหาร อ่านแถลงการณ์พร้อมต่อสู้คดี จี้ยกเลิกจำกัดเสรีภาพโดยปราศจากความสมัครใจ

วันนี้ (22 เม.ย. 69) นาย เอกราช อุดมอำนวย สส. กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน พร้อมด้วย นาวาโท กิตติพงษ์ ปิยะวรรณโณ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน นำผู้อารยะขัดขืนไม่เข้ารับการเกณฑ์ทหารมาแถลงข่าว

นาย เอกราช กล่าวว่า ได้รับการร้องเรียนจากประชาชน เพราะในช่วงที่มีการเกณฑ์ทหารที่ผ่านมา พบมีชายไทยที่เข้ารับการเกณฑ์ทหาร ซึ่งอาศัยอยู่ที่ต่างประเทศ ไม่สามารถพูดภาษาไทยได้ แต่กลับถูกบังคับให้เกณฑ์ทหาร ส่งผลให้ประสบปัญหาการใช้ชีวิตในค่ายทหาร และจะเป็นอุปสรรคต่อการเข้ารับการตรวจเลือก ดังนั้นจึงขอกดดันไปยังรัฐบาลว่า หากร่างกฎหมายรับราชการทหารของพรรคประชาชน ได้รับการขับเคลื่อนจนสำเร็จ จะทำให้เกิดการสมัครใจมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับการผลักดันนโยบายพลทหารอาสาของรัฐบาล ซึ่งจะเพิ่มเงินเดือนพลทหารเป็น 12,000 บาท โดยจะใช้งบประมาณอยู่ในร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 จึงอยากให้นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ชี้แจงว่า นโยบายนี้ดำเนินการไปถึงขั้นตอนใดแล้ว

นาวาโท กิตติพงษ์ กล่าวว่า ข้อมูลการเกณฑ์ทหารช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา จากการเปิดรับของกองทัพทั้งหมด 84,000 คน พบสมัครใจแบบออนไลน์และสมัครใจหน้างานรวมกันประมาณ 49,000 นาย ซึ่งถือเป็นยอดที่เกินกว่านโยบายพลทหารอาสาที่รัฐบาลกำหนดไว้ว่าจะรับ 25,000 นายต่อปีไปแล้ว ซึ่งการให้พลทหารอาสาปฏิบัติหน้าที่ 4 ปี จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ สร้างความชำนาญในการปฏิบัติหน้าที่หน้าแนวมากกว่าปัจจุบัน ที่ให้ปฏิบัติหน้าที่เพียงแค่ 6 เดือน – 2 ปี จึงต้องการเร่งรัดให้นโยบายนี้เกิดขึ้นเร็วที่สุด และหากเป็นไปได้ควรดำเนินการภายในปีนี้

นาย เอกราช กล่าวย้ำว่า อยากให้เร่งมีการบรรจุนโยบายในงบประมาณปี 2570 เพื่อให้ปีงบประมาณถัดไปสามารถดำเนินการได้ทันที หากรัฐบาลนิ่งเฉยก็เท่ากับว่ารัฐบาลไม่จริงใจ เนื่องจากการแถลงนโยบาย นายกรัฐมนตรีเป็นคนพูดเองว่า “พูดแล้วทำ” เรื่องนี้จึงต้องจับตาเป็นพิเศษว่าจะมีการเกี๊ยะเซี๊ยะอย่างไร ซึ่งตนเองจะมีการตรวจสอบทุกขั้นตอน โดยจะดูเป็นขั้น ๆ ในชั้นกรรมาธิการงบประมาณฯ ก่อนที่จะมีการพิจารณาว่าจะมีการยกระดับหรือไม่

นาย เอกราช ยังกล่าวถึงผู้อารยะขัดขืนว่า เป็นเรื่องปัจเจกบุคคล แม้สิ่งที่ทำจะเป็นสิ่งผิดกฎหมาย แต่ต้องรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากกลุ่มดังกล่าวมีการยื่นเรื่องร้องไปแล้ว ทั้งนี้ในปัจจุบันพบว่า มีผู้อารยะขัดขืน 2 ท่านเท่านั้น

ส่วนผู้ขัดขืนการบังคับเกณฑ์ทหาร ได้อ่านแถลงการณ์ระบุว่า ไม่ได้มีเจตนาหลีกเลี่ยงการรับใช้ชาติ เพียงแต่มองว่าสามารถรับใช้ชาติได้ด้วยวิธีการอื่นที่จะช่วยพัฒนาชาติในด้านอื่น และยกระดับกองทัพให้มีประสิทธิภาพ แม้จะขัดต่อกฎหมาย แต่ยินดีรับผล เพราะจะต่อสู้คดี เพื่อให้เกิดการยกเลิกการจำกัดเสรีภาพโดยปราศจากการสมัครใจ โดยเปลี่ยนเป็นทหารสมัครใจทั้งหมดแทน

Related Posts

Send this to a friend