POLITICS

‘ก้าวไกล’ ลงมติโหวต ‘ไม่เห็นชอบ’ ให้ ‘เศรษฐา’ นั่งนายกฯ

‘ก้าวไกล’ ยก 3 เหตุผล ลงมติโหวต ‘ไม่เห็นชอบ’ ให้ ‘เศรษฐา’ นั่งนายกฯ ย้ำรัฐบาลข้ามขั้วคือการสยบยอม ต่อลมหายใจระบบสืบทอดอำนาจ ‘ชัยธวัช’ ยอมรับโอกาสน้อยได้เป็นรัฐบาลอีก แต่พร้อมหนุนทุกกฎหมาย ‘เพื่อไทย’ ที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน

วันนี้ (21 ส.ค. 66) นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล แถลงหลัง ที่ประชุม สส. มีมติจะออกเสียง “ไม่เห็นชอบ” ต่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย ในการประชุมร่วมของรัฐสภาวันพรุ่งนี้ โดยแสดงจุดยืนตามเหตุผลต่อไปนี้

1.เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า รัฐบาลผสมข้ามขั้วที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลในขณะนี้ได้รวมเอาพรรคสืบทอดอำนาจรัฐประหาร ได้แก่ พรรคพลังประชารัฐและพรรครวมไทยสร้างชาติ มาร่วมรัฐบาลด้วย เท่ากับขัดต่อเจตนารมณ์ของประชาชนส่วนใหญ่ที่แสดงออกอย่างชัดเจนไปแล้วผ่านการเลือกตั้ง ว่าต้องการพลิกขั้วรัฐบาล ยุติการสืบทอดอำนาจ

2.พรรคก้าวไกลยืนยันอีกครั้งว่า การโหวตไม่เห็นชอบให้แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีผสมข้ามขั้วนั้น เราไม่ได้พิจารณาบนพื้นฐานของคุณสมบัติของตัวแคนดิเดตจากพรรคเพื่อไทย แต่เป็นการตัดสินใจบนจุดยืนทางการเมืองและคำมั่นสัญญาที่พรรคก้าวไกลได้ให้ไว้กับประชาชนคือ “มีเราไม่มีลุง มีลุงไม่มีเรา” ซึ่งพรรคก้าวไกลไม่สามารถตระบัดสัตย์ต่อประชาชนได้

3.พรรคก้าวไกลเห็นว่าการจัดตั้งรัฐบาลผสมข้ามขั้วที่เป็นอยู่ในขณะนี้ ไม่ใช่การลดเงื่อนไขความขัดแย้ง หรือเดินหน้าประเทศไทยต่อโดยมีวาระของประชาชนเป็นตัวตั้ง แต่นี่เป็นการสยบยอมและต่อลมหายใจให้กับระบบการเมืองที่ไม่ยอมให้อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน

นายชัยธวัช ยังมองว่า โฉมหน้าของการจัดตั้งรัฐบาลในวันนี้ เป็นสิ่งที่ประชาชนไม่คาดคิด และไม่อยากจะเห็น

นายชัยธวัช เน้นย้ำว่า การลงมตินี้ ถือว่าเราอยู่ในหลักการและจุดยืนที่ให้ไว้กับประชาชน และเคารพผลของการเลือกตั้งส่วนการทำงานในสภา ไม่ว่าอยู่ในสถานะใด หากในอนาคต รัฐบาลเสนอร่างกฎหมายที่สมเหตุสมผล เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ก็สามารถให้ความเห็นชอบ และร่วมงานกันต่อไปได้ ไม่จำเป็นจะต้องไม่เห็นชอบ หรือเห็นชอบไปด้วยกันทุกเรื่อง

ส่วนการจัดตั้งรัฐบาลแบบนี้จะทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญยากขึ้นหรือไม่ นายชัยธวัช กล่าวว่า การจัดตั้งรัฐบาลที่เกิดขึ้นชัดเจนว่า เป็นการสยบยอมและต่อลมหายใจให้กับระบบการเมืองที่ไม่ต้องการ ให้อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขหรือจะทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรืออื่นๆ ก็มีความน่ากังวลว่าจะเกิดขึ้นได้ยาก

อย่างไรก็ตาม พรรคก้าวไกลพร้อมสนับสนุนแน่นอน หากรัฐบาลใหม่เสนอให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ผ่านสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรง

กรณี นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า แนะนำให้พรรคก้าวไกลประกาศตัวเป็นฝ่ายค้านอย่างทรนง เลิกหวังจะเป็นรัฐบาลได้แล้ว นายชัยธวัช ระบุว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับความหวังจะเป็นรัฐบาล แต่เป็นมติที่เป็นไปตามหลักการ ส่วนการประกาศตัวเป็นฝ่ายค้าน พรรคก้าวไกลพร้อมทำงานในทุกสถานะ และจะได้เป็นฝ่ายค้านโดยอัตโนมัติหลังมีการจัดตั้งรัฐบาล

ทั้งนี้ นายชัยธวัช ยังยอมรับว่า โอกาสที่พรรคก้าวไกลจะได้กลับไปเป็นรัฐบาลอาจจะยากแล้ว แต่ในทางการเมืองอะไรก็เกิดขึ้นได้ ขณะที่จะเป็นการปิดประตูร่วมงานกับพรรคเพื่อไทยต่อไปเลยหรือไม่ พรรคก้าวไกลพร้อมดำเนินการทางการเมืองให้เป็นไปตามที่ประชาชนคาดหวัง

ขณะที่คำแถลงการณ์จัดตั้งของพรรคเพื่อไทย มีเงื่อนไขสำคัญคือไม่ให้พรรคก้าวไกลร่วมรัฐบาล ถือเป็นการปิดประตูการทำงานร่วมกันหรือไม่ นายชัยธวัช คิดว่า คำแถลง และท่าทีต่างๆ หลังจากมีการฉีก MOU ของ 8 พรรค เป็นสิ่งปรากฏชัดเจน และย้ำถึงเหตุผลข้อที่ 3 ที่ได้แถลงไปว่า นี่ไม่ใช่การลดความขัดแย้งเพื่อให้ประเทศเดินต่อโดยมีประชาชนเป็นตัวตั้ง แต่เป็นการสยบยอม และต่อลมหายใจให้กับระบบการเมืองที่ไม่ต้องการให้ประชาชนได้อำนาจสูงสุด

เมื่อถามว่าพร้อมร่วมงานกับพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีแนวโน้มจะได้เป็นฝ่ายค้านร่วมกัน นายชัยธวัช กล่าวว่า ถ้าสุดท้ายทั้ง 2 พรรคการเมืองเป็นฝ่ายค้าน ก็เป็นความจำเป็นทางการเมืองอยู่แล้ว เราอาจจะไม่ได้เห็นด้วยกันทุกเรื่องก็ได้ เหมือนกับฝ่ายค้านในสมัยที่ผ่านมา ก็ไม่ได้เห็นตรงกันทุกเรื่อง สำหรับตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ของพรรคก้าวไกล จะพิจารณาหลังโปรดเกล้านายกฯ แล้ว

กรณี นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย ต้องการให้พรรคเพื่อไทยผลักดัน พ.ร.บ. ป.ป.ช. เพื่อคืนสิทธิให้ผู้เสียหายจากการสลายการชุมนุม และหวังเสียงสนับสนุนจากพรรคก้าวไกลด้วย นายชัยธวัช กล่าวว่า ถ้าข้อเสนอใดที่สามารถคืนความยุติธรรม เราเห็นด้วยอยู่แล้ว รัฐบาลใหม่ควรพิจารณานิรโทษกรรมคดีทางการเมืองด้วย

ประเมินว่าโอกาสที่ นายเศรษฐา จะได้รับความเห็นชอบเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายชัยธวัช ระบุว่า อาจไม่มีอะไรแน่นอน และไม่ได้กังวล หากอีกฝ่ายจะโจมตีว่าไม่โหวตให้พรรคเพื่อไทย ทั้งที่ผ่านมาแสดงออกว่าจะสนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาล ขณะเดียวกัน ยืนยันว่า การโหวตยอมรับการจัดตั้งรัฐบาลที่เป็นอยู่ เท่ากับเป็นการสยบยอม

Related Posts

Send this to a friend