POLITICS

‘ชัยชนะ’ มองย้ายผู้ว่าฯ-รองผู้ว่าฯ ภูเก็ต เหมือนละครลิงตบตาประชาชน

‘ชัยชนะ’ มองย้ายผู้ว่าฯ-รองผู้ว่าฯ ภูเก็ต เหมือนละครลิงตบตาประชาชน วอนนายกฯ เอาจริงปราบผู้มีอิทธิพล เหตุทุกชีวิตไม่ควรถูกข่มขู่

วันนี้ (18 มิ.ย. 69) นายชัยชนะ เดชเดโช สส. บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดและรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตว่า ฝากถึงนายกรัฐมนตรีการแก้ปัญหาผู้มีอิทธิพลหาดฟรีด้อมและที่อื่น ๆ ในจังหวัดภูเก็ต การโยกย้ายข้าราชการเป็นเรื่องปลายเหตุ ส่วนต้นเหตุที่รัฐบาลควรต้องเร่งแก้ไขให้เร็วกว่าการโยกย้ายข้าราชการ จากที่ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนและ สส. ภูเก็ต ของพรรคประชาชน คือการตรวจสอบข้อเท็จจริงและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดกับผู้มีอิทธิพลคนนั้น

การเพิกถอนโฉนด 2 แปลงที่หาดฟรีด้อม จำนวน 15 ไร่ แต่ก็ยังมีการไปเก็บผลประโยชน์จากหาดนี้ เรื่องนี้แม้จะมีการโยกย้ายทางราชการแล้ว นายกรัฐมนตรีต้องตรวจสอบว่าเจ้าหน้าที่รัฐคนไหนที่มีส่วนร่วมกับเรื่องนี้บ้าง และผู้มีอิทธิพลที่มีการกล่าวถึง หรือที่มีการร้องเรียน หน่วยงานของรัฐได้เข้าไปตรวจสอบอย่างเคร่งครัดแล้วหรือยัง อย่าตรวจสอบการกระทำความผิดเฉพาะประมวลกฎหมายอาญาเพียงอย่างเดียว ฝากให้ตรวจสอบถึงเส้นเงินการฟอกเงิน การได้มาของทรัพย์สินว่าถูกต้องหรือไม่

การโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดและรองผู้ว่าราชการจังหวัดไม่ใช่บทลงโทษ ในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดต้องใช้มติ ครม. ถ้าย้ายไปเป็นอธิบดีหรือรองปลัดกระทรวงก็ถือว่าเป็นระนาบเดียวกัน การย้ายรองผู้ว่าฯ จากภูเก็ตไปอยู่นครศรีธรรมราชก็ถือว่าระนาบเดียวกัน แต่ถ้าย้ายจากรองผู้ว่าฯ เป็นผู้ตรวจกรม อันนี้ชัดเจนว่าเป็นการเก็บเข้ากรุไม่มอบหมายงาน แต่การที่ย้ายจากจังหวัดหนึ่งไปอีกจังหวัดหนึ่ง ก็มีอำนาจหน้าที่ในการทำงานบริหารราชการเหมือนเดิม

ถ้าวันนี้รองผู้ว่าฯ ซีฟู้ด กระทำความผิดจริง และมีการพิสูจน์ได้จริงว่ามีส่วนโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดจริง บทลงโทษขั้นสูงสุดคือย้ายเข้ามาเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง แต่นี่เป็นเพียงการปรับเปลี่ยนในระนาบเดียวกันไม่มีผลอะไร แต่เรื่องนี้นายกรัฐมนตรีควรแก้ปัญหาให้ตรงจุด ได้ปราบปรามผู้มีอิทธิพลแล้วหรือไม่ เรื่องที่ สส. พรรคประชาชน ถูกขู่ทำร้ายขู่ฆ่า ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ได้จัดการแล้วหรือไม่ เรื่องที่ดินที่มีการบุกรุกของผู้มีอิทธิพลและบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้มีการแก้ไขแล้วหรือยัง นี่เป็นส่วนสำคัญที่ต้องทำมากกว่าการโยกย้ายข้าราชการ

เมื่อถามว่าภายหลังการโยกย้ายผู้ว่าฯ กรรมาธิการของพรรคภูมิใจไทยบางคณะ เตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงมองอย่างไรนั้น นายชัยชนะกล่าวว่า กรรมาธิการ 35 คณะอย่าไปแบ่งว่าเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ถ้าตนเป็นกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ไม่ว่าจะเป็นตำรวจ ป.ป.ช. หรือ ปปง. ตนก็ลงไปตรวจสอบเพราะเรื่องนี้เป็นเหตุถึงขั้นขู่จะเอาชีวิต คนระดับตัวแทนของประชาชน แต่ไม่ว่าจะเป็นตัวแทนระดับท้องถิ่นหรือระดับชาติก็สำคัญทั้งหมด ถ้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ลงไปก็คงไม่ใช่

ดังนั้นจึงมองว่าในซีกของนิติบัญญัติก็ทำหน้าที่ฝ่ายตรวจสอบไป แต่ในซีกฝ่ายบริหารที่บริหารราชการแผ่นดินอยู่ก็ดำเนินตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดด้วยเช่นกัน เพราะรัฐบาลต้องเร่งใช้กฎหมายกับผู้มีอิทธิพลคนดังกล่าว และจะต้องตรวจสอบไปถึงขั้นการใช้โทรศัพท์ว่ามีการพูดคุยกับนักการเมืองแกนนำคนไหนบ้าง ถ้ามีการใช้โทรศัพท์จริง ต้องหาว่ามีการช่วยเหลือกันจริงหรือไม่ ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนมีการโยกย้ายข้าราชการ เพราะการโยกย้ายข้าราชการเป็นการแก้ต่าง

เมื่อถามว่าการโยกย้ายดังกล่าวเป็นการสร้างภาพหรือไม่ นายชัยชนะกล่าวว่า ไม่กล้ามองว่าเป็นการสร้างภาพ แต่คงเป็นหนังสั้นเหมือนในโซเชียลมีเดียที่ดูฟรี

“ผมให้ฉายาว่าโยกย้ายละครลิงตบตาประชาชน ผมมองแค่นั้นจริง ๆ”

นายชัยชนะกล่าวต่อว่า เรื่องนี้ไม่ใช่การปราบอิทธิพลในพื้นที่ ถ้าใช้คำว่าปราบอิทธิพลการโยกย้ายผู้ว่าฯ และรองผู้ว่าฯ แปลว่าเขาคือผู้มีอิทธิพลใช่หรือไม่ ผู้มีอิทธิพลไม่ใช่ข้าราชการประจำ แต่คือบุคคลที่ สส. พรรคประชาชนกล่าวถึงแล้วว่าโดนขู่ฆ่า วันที่เขาไปยื่นหนังสือกลับไม่ฟังเขา วันนี้มาฟังเขา ถ้าเขาตายและเขาเสียชีวิตไปแล้ว ทุกชีวิตไม่ว่าจะเป็น สส. รัฐบาล หรือ สส. ฝ่ายค้านก็โดนข่มขู่แบบนี้ไม่ได้เพราะเขาทำหน้าที่ตัวแทนประชาชน

Related Posts

Send this to a friend