‘โฆษก กต.’ เผยผลการเยือนรัสเซีย มุ่งส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจ – การค้าการลงทุน
‘โฆษก กต.’ เผยผลการเยือนรัสเซีย รองนายกฯ ‘สีหศักดิ์’ สร้างโอกาสใหม่ให้กับประเทศไทย มุ่งเน้นส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจ – ขยายโอกาสการค้าการลงทุนให้กับภาคธุรกิจเป็นรูปธรรม เผยคุยเบื้องต้น รัสเซียสนใจลงทุนท่าเรือทวายในเมียนมา – อัปเดตพัฒนาการด้านบวก – ผลการเยือนไทยของมิน อ่อง ไลง์
วันนี้ (17 ส.ค. 69) นางสาวใจไทย อุปการนิติเกษตร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวสรุปผลการเดินทางเยือนรัสเซียของ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในการเยือนรัสเซีย ณ กรุงมอสโก ระหว่างที่ 12 – 15 สิงหาคม โดยครั้งนี้เป็นการเยือนสานต่อจากทวิภาคีของนายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดีรัสเซียช่วงก่อนหน้านี้ในช่วงเดือนมิถุนายน ซึ่งวัตถุประสงค์หลักคือเพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการขยายโอกาสความร่วมมือด้านการค้าการลงทุนระหว่างกัน พร้อมได้นำคณะภาคเอกชน อาทิ สภาหอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาธุรกิจไทย-รัสเซีย ร่วมเดินทางไปด้วย
นางสาวใจไทย กล่าวว่า การเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีไทย-รัสเซีย หรือ JC ครั้งที่ 9 ซึ่งนายสีหศักดิ์ได้เป็นประธานร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาภูมิภาคตะวันออกไกลและแอตแลนติกของรัสเซีย และนอกจากนี้ยังได้พบกับรองนายกรัฐมนตรีรัสเซียที่กำกับดูแลด้านเศรษฐกิจ และได้ยังหารือกับประธานคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจยูเรเซีย และได้เข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารกลางวันร่วมกับภาคเอกชนไทยและรัสเซีย ประธานสภาธุรกิจรัสเซีย-ไทยเป็นเจ้าภาพ รวมถึงได้พบหารือทวิภาคีกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียด้วย ส่วนประเด็นสำคัญในการเยือนครั้งนี้คือการส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการขยายการค้าและการลงทุน ปัจจุบันทั้งสองฝ่ายมีการค้าระหว่างกันยังไม่มากนัก เมื่อปี 2568 มีมูลค่าการค้ารวม 1.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะมีศักยภาพที่จะขยายตัว โดยฝ่ายไทยได้ผลักดันให้มีการเร่งดำเนินการเพื่อเริ่มการเจรจาความตกลงทางการค้าเสรีระหว่างไทยกับสหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย ซึ่งประกอบด้วยสมาชิก 5 ประเทศ ประกอบด้วย รัสเซีย คาซัคสถาน คีร์กีซสถาน เบลารุส และอาร์เมเนีย มีประชากรร่วมกันกว่า 180 ล้านคน ขนาดเศรษฐกิจรวมกันกว่า 1.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือว่าเป็นตลาดใหม่ที่มีศักยภาพของประเทศไทย หลังจากนี้จะมีการจัดประชุมคณะทำงานส่งเสริมความร่วมมือในด้านต่าง ๆ และสนับสนุนให้ภาคเอกชนทั้งสองฝ่ายทำงานร่วมกัน
นอกจากนี้ยังมีความสำคัญในเรื่องของความร่วมมือแก้ไขอุปสรรคทางการค้าและการเพิ่มโอกาสการเข้าถึงตลาดสินค้าไทย อาทิ สินค้าทางด้านการเกษตรและอาหาร ตลอดจนการอำนวยความสะดวกทางด้านการค้า ความเป็นไปได้ ความร่วมมือและความมั่นคงทางพลังงาน ความมั่นคงทางด้านอาหาร การเชื่อมโยงทางด้านการคมนาคม การท่องเที่ยว และการส่งเสริมด้านการลงทุน ช่วงเดือนตุลาคมจะมีการจัดการประชุม Russian-Thai Investment Forum ครั้งที่ 2 ที่ประเทศไทย
ทั้งนี้ ประเด็นหลักที่ได้มีการหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ถึงแนวทางการส่งเสริมความสัมพันธ์ไทย-รัสเซียที่จะครบรอบโอกาส 130 ปีของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันในปี 2570 และยังได้แลกเปลี่ยนมุมมองต่อสถานการณ์สำคัญในภูมิภาค และกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศระดับภูมิภาคโดยเฉพาะความร่วมมืออาเซียน-รัสเซียด้วย
พร้อมทั้งร่วมกันลงนามในเอกสารแผนการหารือระหว่างกระทรวงการต่างประเทศสองฝ่าย
นางสาวใจไทย ย้ำว่าการเยือนรัสเซียของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนสถานทูตเศรษฐกิจเพื่อสร้างโอกาสใหม่ให้กับประเทศไทย โดยภาครัฐได้ทำหน้าที่เปิดประตูสู่โอกาสและสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการขยายการค้าและการลงทุน เพื่อสนับสนุนภาคเอกชนไทยในการแสวงหาโอกาสและความร่วมมือทางธุรกิจให้เป็นรูปธรรมต่อไป
ส่วนการเยือนรัสเซียได้มีการเจรจาร่วมมือลงทุนในเมียนมาเกี่ยวกับท่าเรือทวายหรือไม่ นางสาวใจไทย กล่าวว่า เรื่องนี้อยู่ในการพูดคุยเบื้องต้นและทราบว่ารัสเซียสนใจในการลงทุนท่าเรือทวายในเมียนมา โดยไทยเองก็มีการหารือระหว่างรัสเซียและรับทราบถึงความสนใจในครั้งนี้ และไทยได้พูดถึงว่าโครงการดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ถ้ามีความร่วมมือกันกับฝ่ายไทย พร้อมย้ำว่าเป็นการพูดคุยกันในเบื้องต้น ต้องติดตามรายละเอียดกันอีกในอนาคต
ส่วนมีการพูดคุยกับกระทรวงการต่างประเทศของรัสเซียเรื่องสันติภาพในเมียนมาหรือไม่ นางสาวใจไทย กล่าวว่า เป็นการอัปเดตให้รัสเซียรับทราบถึงพัฒนาการของไทยในการผลักดันส่งผลให้เกิดพัฒนาการทางบวก และเป็นการให้ข้อมูลเรื่องการเยือนไทยของประธานาธิบดีเมียนมา นายมิน อ่อง ไลง์ เพื่อให้ทราบพัฒนาการทั้งหมด













