‘พงศกร’ แจง กทม.ยกเลิกเวนคืน ‘แก้มลิงคลองคู้บอน’ ชี้งบจริงแค่ 324 ล้าน ไม่ใช่หมื่นล้าน
‘เอิร์ธ พงศกร’ เปิดแถลงแจง กทม. ลับ ลวง พราง ยกเลิกเวนคืน ‘แก้มลิงคลองคู้บอน’ ชี้งบจริงแค่ 324 ล้าน ไม่ใช่หมื่นล้าน ตั้งคำถาม ‘ความบังเอิญ’ เอื้อทุนหมู่บ้านจัดสรรโยงที่ปรึกษาผู้ว่าฯ
วันนี้ (3 ต.ค. 69) นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์และอดีตโฆษกกรุงเทพมหานคร ยุคผู้บริหารชุดก่อน แถลงข่าวชี้แจงข้อกล่าวหาของ กทม.ชุดปัจจุบัน กรณีการล้มโครงการเวนคืนที่ดินเพื่อทำโครงการแก้มลิงรับน้ำคลองคู้บอน โดยยืนยันกระบวนการในอดีตทำตามกฎหมายและใช้เงินงบประมาณเพียง 324 ล้านบาท ไม่ใช่ 11,000 ล้านบาท ตามที่ผู้บริหาร กทม.ชุดปัจจุบันกล่าวอ้าง พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความบังเอิญที่ส่งผลให้ กทม.เสียโอกาสในการแก้ปัญหาน้ำท่วมฝั่งตะวันออก
นายพงศกรเปิดเผยว่า โครงการแก้มลิงคลองคู้บอนเป็นโครงการสำคัญที่ กทม.ยุคก่อนตั้งใจให้เป็นพื้นที่รองรับน้ำของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก ซึ่งกระบวนการทางกฎหมายดำเนินมาตั้งแต่ปี 2560 แม้จะต้องเริ่มกระบวนการใหม่ตาม พ.ร.บ.การเวนคืนและการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2562 แต่ตลอดปี 2562-2565 ผู้บริหาร กทม.ชุดเดิมได้ทำตามขั้นตอนอย่างต่อเนื่อง ทั้งการทำประชาพิจารณ์ การรังวัด การจัดงบประมาณ และการร่างพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) เวนคืนที่ดิน ซึ่งขั้นตอนไปจ่ออยู่ที่กระทรวงมหาดไทยและ ครม. พร้อมออกเป็นกฎหมายแล้ว
นายพงศกรได้นำเอกสารงบประมาณมาชี้แจงว่า ยอดเงินเวนคืนที่ดินที่ กทม.เสนอไว้เดิมอยู่ที่ 324 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าทดแทนที่ดิน 266 ล้านบาท ค่าทดแทนสิ่งปลูกสร้าง 50 ล้านบาท รวมค่าทดแทน 317 ล้านบาท และปรับเพิ่มร้อยละ 2 ตามระยะเวลาอีกประมาณ 6 ล้านบาท ไม่ได้สูงถึง 11,000 ล้านบาท ตามที่ผู้บริหาร กทม.ชุดปัจจุบันกล่าวอ้าง
กรณีที่มีข้ออ้างว่าราคาที่ดินพุ่งสูงขึ้นจากการเข้าไปจัดสรรหรือปลูกสร้างอาคารเพิ่มเติมนั้น นายพงศกรชี้ว่า ตาม พ.ร.บ.เวนคืนฯ พ.ศ. 2562 มาตรา 23 กำหนดไว้ชัดเจนว่า หากภาครัฐได้แจ้งหรือประกาศเวนคืนแล้ว สิ่งปลูกสร้างหรือการพัฒนาที่ดินที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นจะไม่ถูกนำมาคิดประเมินเพิ่มในการจ่ายค่าชดเชย ดังนั้น หากผู้บริหาร กทม.บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง กรอบงบประมาณก็ยังคงอยู่ที่ 324 ล้านบาทเท่าเดิม
นายพงศกรกล่าวเสริมว่า การเปลี่ยนมือที่ดินหรือการขอจัดสรรที่ดินเป็นอำนาจของกรมที่ดิน ไม่ใช่ กทม. แต่ในทางปฏิบัติ วิญญูชนหรือนักลงทุนทั่วไปย่อมทราบดีว่า ที่ดินติดประกาศเวนคืนย่อมไม่คุ้มค่าที่จะลงสร้างหมู่บ้านจัดสรร เว้นแต่จะมีปัจจัยอื่น
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ยังได้ตั้งข้อสังเกตและคำถามสำคัญไปยังผู้บริหาร กทม.ชุดปัจจุบัน เกี่ยวกับความผิดปกติของการยกเลิกโครงการเวนคืนคลองคู้บอน
1.บังเอิญแรก ที่ดินโครงการรับน้ำคลองคู้บอน กลับกลายไปเป็นโครงการหมู่บ้านจัดสรร
2.บังเอิญสอง หมู่บ้านจัดสรรดังกล่าว มีผู้บริหารที่มีตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
3.บังเอิญสาม ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครสั่งให้ทบทวนโครงการ นำไปสู่การล้มโครงการเวนคืนแก้มลิง แล้วเปลี่ยนไปทำโครงการอุโมงค์ยักษ์ระบายน้ำแทน
“ประชาชนต้องตัดสินใจเองว่า สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องบังเอิญ บังเอิญ และบังเอิญจริงหรือไม่ แต่สิ่งที่ไม่บังเอิญแน่ ๆ คือ กทม. และคนกรุงเทพฯ ต้องเสียโอกาสในการมีแก้มลิงรับน้ำคลองคู้บอน ซึ่งเป็นโครงสร้างสำคัญในการป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก” นายพงศกรกล่าวสรุป พร้อมเรียกร้องให้สังคมร่วมกันตรวจสอบกระบวนการตัดสินใจของผู้บริหาร กทม.ชุดปัจจุบันในเรื่องนี้อย่างจริงจัง












