POLITICS

‘พิธา’ ค้านไทยให้ความช่วยเหลือเมียนมา 4,300 ล้าน ชี้ เสี่ยงเงินสูญ ต่างชาติไม่ลงทุน ไม่สอดคล้องหลักประชาธิปไตยสากล

วันนี้ (15 มิ.ย. 64) นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะกรรมาธิการงบประมาณ ได้แสดงความเห็นคัดค้านการที่สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) หรือ NEDA ตั้งโครงการและงบประมาณให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศเมียนมา 5 โครงการ 

โดยพิธาตั้งข้อสังเกตต่องบประมาณและโครงการของ NEDA จากเอกสารชี้แจงหน้า 6 และ หน้า 7 จะพบว่า NEDA มีโครงการใน Pipeline ทั้งหมด 20 โครงการด้วยกัน ในจำนวนนี้เป็นโครงการในประเทศเมียนมาร์ 5 โครงการ ได้แก่ โครงการ Water Supply และ Solid Waste Management ที่เมืองเมียวดี มูลค่า 777 ล้านบาท, โครงการปรับปรุงระบบไฟฟ้าในเมืองย่างกุ้ง 1,450 ล้านบาท, โครงการปรับปรุงถนนสองช่องทางเชื่อมโยงเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายสู่ชายแดนไทย 4,300 ล้านบาท, โครงการสำรวจโครงการปรับปรุงถนนสองทางเชื่อมเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายกับชายแดนไทย มูลค่า 5 ล้านบาท, โครงการออกแบบปรับปรุงสถานีไฟฟ้าที่จังหวัดเมียวดี มูลค่า 13 ล้านบาท

ทั้ง 5 โครงการนี้ มี 4 โครงการที่ได้ดำเนินการไปแล้วและส่วนใหญ่เป็นการอุดหนุนด้วยเงินนอกงบประมาณจากเงินที่ ครม. อนุมัติให้ NEDA ไปกู้จากสถาบันการเงิน แล้วไปปล่อยกู้ต่อเป็นเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้กับประเทศเพื่อนบ้าน

“แต่มีโครงการที่ยังไม่เริ่มแล้วก็ยังรอการอนุมัติจาก ครม. คือ ‘โครงการปรับปรุงถนนสองช่องทางเชื่อมโยงเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายสู่ชายแดนไทย’ มูลค่า 4,300 ล้านบาท ซึ่งผมอยากฝากให้ผู้อำนวยการ NEDA และตัวแทนในคณะกรรมาธิการจากคณะรัฐมนตรี ว่าขอให้ชะลอโครงการดังกล่าวไปก่อนจนกว่าสถานการณ์ในเมียนมาจะกลับคืนสู่ประชาธิปไตยที่ปกครองโดยรัฐบาลพลเรือน”

พิธาให้ 2 เหตุผล ที่คัดค้านโครงการดังกล่าว เหตุผลแรกคือ สถานการณ์การรัฐประหารและสงครามกลางเมืองในเมียนมา ทำให้สภาพเศรษฐกิจเมียนมาอยู่ในวิกฤติอย่างหนัก และก็คงจะไม่มีใครไปลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายอีก คงจะไม่มีประโยชน์อะไรหากจะทุ่มเงิน 4 พันล้านบาทของไทยไปกับโครงการของนายทุน ในเวลาที่ไม่มีนายทุน แล้วก็เป็นการทุ่มเงิน 4 พันล้านบาทลงไปบนกองซากปรักหักพัง”

เหตุผลที่สอง หลังจากการรัฐประหารในเมียนมาเป็นต้นมา ทั้งญี่ปุ่นและ EU ก็ได้คว่ำบาตรเงินช่วยเหลือในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เคยให้กับเมียนมา ส่วนของสหรัฐฯ ทาง USAID ก็ได้เปลี่ยนแปลงจากเงินช่วยเหลือที่ให้กับรัฐบาล ไปเป็นเงินช่วยเหลือที่ให้กับภาคประชาสังคม NGO ต่างๆ

“ท้ายที่สุดนี้ ผมจึงจะขอตั้งข้อสังเกตและฝากไปยังท่านผู้อำนวยการว่า ตราบเท่าที่สถานการณ์ในเมียนมายังไม่คลี่คลาย คณะรัฐประหารยังคงปกครองบ้านเมืองเข่นฆ่าประชาชนอยู่ ก็ขอให้โครงการพัฒนาต่อๆ ไปที่ NEDA จะทำร่วมกับคนในเมียนมา เป็นโครงการพัฒนาที่มุ่งเป้าไปยังภาคประชาสังคม เพื่อช่วยเหลือประชาชน มากกว่าที่จะร่วมมือกับทหารเมียนม เพื่อจะเป็นการรักษาสถานะของไทยในเวทีโลก และเป็นการใช้กลไกของ NEDA ในการสร้างและเสริมส่ง Soft Power ของประเทศไทยในภูมิภาคและเวทีโลกต่อไป” พิธากล่าวทิ้งท้าย

ขณะที่เรื่องนี้ มี กมธ. ฝั่งรัฐบาลได้ออกมาแสดงความเห็นว่าโครงการที่ทวายเป็นโครงการที่มีประโยชน์ทางเศรษฐกิจ อย่าสนใจการรัฐประหาร ไม่ควรตัดงบประมาณในส่วนนี้

ซึ่ง ผอ. NEDA ตอบคำถามต่อประเด็นนี้ว่า เบื้องต้น NEDA มีความกังวลเรื่องสถานการณ์ในเมียนมาร์เช่นเดียวกัน แต่เบื้องต้นโครงการที่อนุมัติก่อนการรัฐประหาร 1 กุมภาพันธ์ 2564 NEDA ก็จะดำเนินการต่อไป ส่วนโครงการที่รอการอนุมัติก็จะรอดูสถานการณ์ไว้ก่อน “โครงการนี้เรากำลังผลักดันอยู่ เราก็อยากให้เกิดขึ้นให้เร็วที่สุด เราไม่ได้สนว่าใครจะมา ใครจะไป อดทนรออีกนิดนะครับ รอให้ไม่มีการรบก่อน” ผอ. NEDA ระบุ

โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่านอกจากโครงการปรับปรุงถนนสองช่องทางเชื่อมโยงเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายสู่ชายแดนไทย มูลค่า 4,300 ล้านบาท ที่รอการอนุมัติจาก ครม. แล้ว ในปีงบประมาณ 2565 ยังมีการตั้งงบประมาณให้ความช่วยเหลือโครงการ ให้ความช่วยเหลือแก่เมืองเมียวดี ในด้าน Water Supply และ Solid Waste Management วงเงิน 104.42 ล้านบาทอีกด้วย ซึ่งเป็นการตั้งงบประมาณเพิ่มเติมจากวงเงินเดิมที่อนุมัติไว้ในปี 2564 วงเงิน 777.77 ล้านบาท ซึ่งมีการคัดค้านจาก กมธ. พรรคก้าวไกลว่าขอให้ชะลอโครงการออกไปก่อนจนกว่ารัฐบาลจะมีท่าทีที่ชัดเจนต่อสถานการณ์การรัฐประหารในเมียนมาร์

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กล่าวทิ้งท้ายว่า “จากในเอกสารชี้แจงของ NEDA ที่ระบุว่า ครม. จะอนุมัติโครงการดังกล่าวภายในปี 2564 ผมขอเรียกร้องไปยัง NEDA อีกครั้งว่าให้ยับยั้งการเสนอโครงการดังกล่าวเข้า ครม. และเรียกร้องไปยัง ครม. ว่าหากมีวาระพิจารณาโครงการดังกล่าวเข้ามาก็ขอให้ไม่อนุมัติโครงการดังกล่าว ทั้งด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจว่าน่าจะลงทุนไม่ได้ตามเป้า และเหตุผลทางหลักการประชาธิปไตย ว่าประเทศไทยไม่ควรสนับสนุนเผด็จการทหารเมียนมาร์”

Related Posts