POLITICS

‘เท้ง’ จี้รัฐบาลบอกเหตุผล หลังปัดตกกฎหมายหลายฉบับ

‘เท้ง’ จี้รัฐบาลบอกเหตุผล หลังปัดตกกฎหมายหลายฉบับ ถาม “ตกลงแล้วอำนาจในการพิจารณากฎหมายอยู่ที่รัฐบาลหรืออยู่ที่รัฐสภา” หลัง ‘ภราดร’ อ้างยืนยันร่างแก้ รธน. กลับเข้ารัฐสภา ยังไงก็ถูกตีตก เหน็บคุยกับหลังบ้านมาแล้วหรือถึงมั่นใจว่าทั้ง 34 ฉบับที่ส่งกลับมาจะผ่าน ซัดกติกาสูงสุดของประเทศกำลังเป็นฐานอำนาจรัฐบาล – ระบอบสีน้ำเงิน

วันนี้ (15 พ.ค. 69) ที่อาคารรัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภาครั้งที่ 1 วาระเรื่องด่วนคือการให้ความเห็นชอบให้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ที่รัฐสภายังมิได้ให้ความเห็นชอบ และยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ ตามมาตรา 147 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุม

นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงต่อที่ประชุมรัฐสภา ว่า เนื่องจากมีร่าง พ.ร.บ. ที่รัฐสภายังมิให้ความเห็นชอบ และยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ เพราะไม่สามารถดำเนินการต่อได้ เนื่องจากมีพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2568 เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา ต่อมามีพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมสภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป โดยมาตรา 147 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติไว้ว่าในกรณีที่มีการยุบสภาผู้แทนราษฎร ร่าง พ.ร.บ. ที่สภายังไม่ได้ให้ความเห็นชอบ หากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ตั้งขึ้นใหม่ภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปได้ร้องขอต่อรัฐสภาเพื่อให้รัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร หรือวุฒิสภา แล้วแต่กรณีพิจารณาต่อไป หากรัฐสภาเห็นชอบด้วยก็ให้รัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร หรือ วุฒิสภา แล้วแต่กรณีพิจารณาต่อไปได้ แต่ ครม. ต้องมีมติร้องขอภายใน 60 วันนับตั้งแต่ที่มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรก ภายหลังการเลือกตั้งทั่วไป โดยการประชุม ครม. เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม และวันที่ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมา ครม. ได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ. ที่ค้างพิจารณาทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาข้างต้นแล้วมีมติให้ร้องขอเพื่อให้พิจารณาร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวจำนวน 2 ญัตติ รวมทั้งสิ้นจำนวน 34 ฉบับต่อไป

ขณะที่ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ลุกขึ้นหารือว่า หากระหว่างที่เปิดให้สมาชิกอภิปรายในร่าง พ.ร.บ. ทั้ง 2 ญัตติดังกล่าว ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าเพื่อนสมาชิกอาจจะเห็นด้วยกับการยืนยันร่างกฎหมายบางฉบับ และอาจไม่เห็นด้วยกับการยืนยันบางฉบับ ฉะนั้น จึงอยากเสนอกรอบในการลงมติว่าหากระหว่างที่เปิดให้สมาชิกอภิปรายในร่าง พ.ร.บ. หากสมาชิกท่านใดไม่เห็นด้วยกับการยืนยันร่างใดก็อยากให้แยกร่างเหล่านั้นออกมาเป็นหนึ่งกอง เพื่อลงมติแยกในร่างกฎหมายนั้น ๆ แต่หากอภิปรายทั้งวันแล้วไม่มีใครไม่เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ. ใด ก็ให้ลงมติทั้งหมด 34 ฉบับเลยครั้งเดียว เพื่อให้เพื่อนสมาชิกได้ลงมติตามเจตนารมณ์ของแต่ละท่าน

นายโสภณ จึงชี้แจงว่า ตนได้หารือกับฝ่ายเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรว่า เราจะฟังไปสักระยะหนึ่ง และจะได้ทราบว่าประเด็นใดหรือร่างใดที่เพื่อนสมาชิกไม่เห็นด้วยก็จะมีการแยกกลุ่มออกมาเป็นไปในลักษณะทำนองเดียวกับที่นายพริษฐ์เสนอมา เราได้มีการเตรียมการไว้แล้ว

ด้าน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ได้ลุกขึ้นอภิปรายว่า ขอบคุณที่ ครม. มีมติยืนยันกฎหมายทั้ง 34 ฉบับกลับมาให้รัฐสภาพิจารณาว่า กฎหมายฉบับใดบ้างที่เราจะเดินหน้าต่อ แต่สิ่งหนึ่งที่ตนอยากให้เพื่อนสมาชิกรัฐสภาให้ความสำคัญคือ กฎหมายที่ถูก ครม. ปัดตก สิ่งหนึ่งที่ตนอยากตั้งคำถามถึง ครม. คือเรื่องของหลักการที่พวกท่านใช้พิจารณาว่าตกลงแล้วกฎหมายฉบับใดบ้างที่จะถูกส่งกลับมาหรือไม่ถูกส่งกลับมา และขอยืนยันหลักการสำคัญข้อหนึ่งว่า หลักการพิจารณากฎหมายเป็นอำนาจโดยตรงของรัฐสภา

ทั้งนี้ คำถามที่ตนอยากตั้งคำถาม และอยากได้ยินคำชี้แจงที่ชัดเจนจากรัฐบาลว่าท่านมีหลักคิดอะไร มีเหตุผลอะไรที่ปัดตกไม่ยอมให้กฎหมายอีกหลายฉบับ เช่น กฎหมายการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกฎหมาย PRTR ร่าง พ.ร.บ. โรงงาน ร่างกฎหมายนิรโทษกรรมที่ดิน ร่างกฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองแรงงาน ร่าง พ.ร.บ. ธรรมนูญศาลทหาร ให้กลับเข้ามาสู่การพิจารณาในรัฐสภา รวมถึงร่าง พ.ร.บ. ธรรมนูญศาลทหาร ที่ถูกปัดตกเช่นกัน

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่ตนได้ยินนายภราดรออกมาให้เหตุผลว่า รัฐบาลมีความเห็นว่าหากส่งร่างรัฐธรรมนูญฉบับเดิมที่ค้างท่ออยู่ในสภาชุดที่แล้วกลับมา อย่างไรก็คงไม่ผ่านรัฐสภาแห่งนี้ เพราะมีเพื่อนสมาชิกบางส่วนอาจจะไม่เห็นด้วย

“อยากตั้งคำถามต่อรัฐบาลดังนี้ว่า ตกลงแล้วอำนาจในการพิจารณากฎหมายอยู่ที่รัฐบาลหรืออยู่ที่รัฐสภา รัฐบาลสามารถคิดแทนเพื่อนสมาชิกรัฐสภาได้จริงหรือ หากเสนอกฎหมายฉบับนี้มาแล้วจะไม่ผ่านเลยปัดตกเลยงั้นหรือ หรือจริง ๆ แล้วควรจะเสนอเข้ามาเพื่อให้รัฐสภาแห่งนี้ได้ถกเถียงกันว่าตกลงแล้วกฎหมายฉบับใดที่ควรจะได้ไปต่อ หรือไม่ได้ไปต่อ หากท่านจะใช้วิธีเดียวกันกับการปัดตกร่างรัฐธรรมนูญโดยบอกว่าส่งกลับมาอย่างไรก็ไม่ผ่านจึงขอตั้งคำถามกลับไปอีกว่า 34 ฉบับในวันนี้ที่ ครม. มีมติส่งกลับมาท่านมั่นใจได้อย่างไรว่าทั้ง 34 ฉบับที่ท่านส่งกลับมาในวันนี้จะได้รับมติเห็นชอบจากรัฐสภา หรือจริง ๆ แล้ว 34 ฉบับเหล่านั้น ท่านได้มีการพูดคุยหลังบ้านหมดแล้วทั้งสภาล่าง และสภาบนว่าวันนี้อย่างไรก็ผ่านสภาแน่นอน ท่านจึงมั่นใจแน่นอนว่าส่งกลับมาอย่างไรก็ผ่าน ท่านจึงเลือกที่จะส่งกลับมาในวันนี้” นายณัฐพงษ์ กล่าว

นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า สิ่งหนึ่งที่ตนอยากฝากทิ้งท้าย ตนไม่ได้อยากฟังคำตอบจากตัวแทนกฤษฎีกาที่เป็นความเห็นเทคนิคทางกฎหมาย แต่อยากฟังคำตอบจากตัวแทนของรัฐบาล ที่ต้องให้ความเห็นทางการเมือง อยากฟังความเห็นที่ท่านเป็นผู้กำหนดนโยบายว่าตกลงแล้วท่านมีหลักเกณฑ์อย่างไรในการที่จะเลือกหยิบหรือไม่เลือกหยิบกฎหมายใดให้กลับมาพิจารณาในสภาแห่งนี้ หรือจริง ๆ แล้วกฎหมายฉบับใดที่จะไปแตะเรื่องโครงสร้างอำนาจของท่าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปฏิรูปกองทัพ การคุ้มครองแรงงานที่อาจจะไปเกี่ยวข้องกับกลุ่มทุนที่กำลังมีผลประโยชน์ทับซ้อนกับรัฐบาลของท่านหรือไม่ กฎหมายสิ่งแวดล้อมที่หลายคนกำลังออกมาตั้งคำถามว่ากำลังจะเพิ่มภาระให้กับผู้ประกอบการหรือไม่ อย่างไร รวมถึงร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่พวกผมกำลังมีข้อวิพากษ์วิจารณ์ว่ากติกาสูงสุดของประเทศในขณะนี้ กำลังเป็นฐานอำนาจให้กับรัฐบาล ให้กับระบอบสีน้ำเงินของท่านหรือไม่ ตนคิดว่านี่เป็นคำถามใหญ่และสำคัญที่ตนอยากฟังคำตอบจากตัวแทนของคณะรัฐมนตรีให้มาตอบชี้แจงในวันนี้มากกว่าคำตอบทางเทคนิคกฎหมาย

Related Posts

Send this to a friend