POLITICS

กกต. ส่งฟ้องคดีฮั้ว สว. 77 คน หวังศาล พิสูจน์ข้อเท็จจริง ยันปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่เคยนอกลู่

วันนี้ (14 ก.ย. 69) เวลา 15.46 น. คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นำโดย นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. แถลงผลประชุมการลงมติของ กกต. ในสำนวนการไต่สวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

โดยสรุป กกต. มีมติให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาและดำเนินคดีอาญา จำนวน 77 คน ประกอบด้วย

1.สว. ที่ดำรงตำแหน่งขณะที่ถูกร้อง จำนวน 26 คน
2.สว. สำรองอยู่ในบัญชีรายชื่อ จำนวน 0 คน
3.ผู้มีสิทธิเลือก สว. (ไม่ใช่บุคคลในลำดับที่ 1-2) จำนวน 36 คน
4.กรรมการบริหารพรรค สส. พรรคภูมิใจไทย ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จำนวน 0 คน
5.บุคคลอื่น จำนวน 15 คน

นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. ในฐานะที่ได้ร่วมพิจารณาในคดีนี้ ซึ่งการพิจารณาของ กกต. ทุกคน มีความเป็นอิสระ แต่ความมีอิสระในการพิจารณา อยู่ในกรอบของกฎหมาย สำนวนในคดีเลือก สว. มีเกณฑ์ในการพิจารณา เมื่อมีคำร้อง คำคัดค้าน หรือเป็นความปรากฏขึ้นจะมีการไต่สวน เมื่อมาถึงชั้น กกต. ก็จะมีการพิจารณา จากคำร้อง คำคัดค้าน พยานบุคคลและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องในทุกด้าน ทั้งพยานนิติวิทยาศาสตร์ เส้นเงิน และการติดต่อสื่อสารระหว่างกัน รวมถึงพยานแวดล้อม เรา ไม่ได้พิจารณาตามอำเภอใจหรือแรงกดดันจากสังคม หรือความต้องการจากกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง สำหรับผลการพิจารณา ไม่สามารถบอกได้ว่าใครมีมติอย่างไร แต่สามารถบอกได้ว่ามติเสียงข้างมากเสียงข้างน้อยเป็นอย่างไร

ว่าที่ ร.ต. ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. (กำกับดูแลงานด้านสืบสวนสอบสวน วินิจฉัย และการบริหารงานเลือกตั้ง) ชี้แจงถึงขั้นตอนกรอบระยะเวลา เหตุผล และขั้นตอนการพิจารณาของ กกต. ซึ่งมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ชุดที่ 26 เพื่อดำเนินการไต่สวนการเลือก สว. ผู้ถูกร้องจำนวน 427 คน ข้อกล่าวหา จำนวน 7 ข้อกล่าวหา โดยการพิจารณาสำนวนในแต่ละชั้น สามารถแตกต่างกันได้ตามอำนาจหน้าที่ ความเห็นแต่ละชั้น ไม่เป็นข้อมูลหรือข้อผูกพันของ กกต. ไม่จำเป็นต้องมีความเห็น หรือมติตามชั้นหนึ่งชั้นใด แต่เป็นเพียงข้อมูลประกอบการพิจารณาของ กกต. เท่านั้น

ส่วนเหตุผลที่จำเป็นต้องตั้งคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ขึ้นมา เนื่องจากสำนวนนี้ มีผู้ถูกร้องเป็นจำนวนมาก 427 คน 7 ข้อกล่าวหา มีรายละเอียดความซับซ้อนของข้อมูล โดยมีการตั้งคณะอนุฯ คณะที่ 36 ขึ้นมา 7 คน ไม่ใช่ 5 คน รวมเอกสารสำนวนทั้งสิ้น 75,722 หน้า โดยจะจัดทำเอกสารภายใน 60 วัน จะนำเรื่องยื่นต่อศาลฎีกา หากศาลฎีกา รับคำร้อง ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคำพิพากษา

ส่วนกรณีโพยเลือก สว. ที่มีการนำเข้าไปก่อนการเลือก สว. กกต. ได้ออกระเบียบกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการแนะนำตัวในการเลือก สว. โดยในข้อ 7 วรรค 2 กำหนดว่าเอกสารแนะนำตัว จะแจกจ่ายหรือนำเข้าไปในสถานที่เลือกไม่ได้ แต่ต่อมาศาลปกครองกลาง ได้มีคำพิพากษาให้เพิกถอนข้อดังกล่าว เมื่อไม่มีกฎหมาย กำหนดไว้เป็นความผิด ผู้สมัคร ก็สามารถนำเอกสารใด ๆ เข้าในสถานที่เลือกตั้งได้

ส่วนที่มีภาพปรากฏว่าการเก็บโพย หรือเอกสาร ขณะเลือกระดับประเทศ โพย จะมี 2 ประเภท คือมีการจดไว้เพื่อกันลืม และโพยที่ 2 คือ เป็นโพยที่เกี่ยวโยงเชื่อมโยงเกี่ยวพันกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง กรณีแบบนี้คณะกรรมการตรวจสอบและไต่สวน จะมีการตรวจสอบ และหากมีการพบเหตุความผูกพันเกี่ยวข้อง ก็จะมีการแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ที่มีรายชื่ออยู่ในโพยทุกราย

นายณรงค์ กล่าวต่อว่า กลุ่มผู้ถูกกล่าวหาที่ส่งฟ้องศาลทั้ง 77 คน บุคคลเหล่านี้ ถือว่ายังไม่ได้กระทำความผิด เพียงแต่เรา มีหลักฐานตามที่ไต่สวนมา เชื่อว่าท่าน ฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติของกฎหมาย ที่กำหนดไว้ ซึ่งก็ต้องนำหลักฐานไปชี้แจงกันต่อในชั้นศาล เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ต่อไป

เมื่อถามถึงกรณีพฤติการณ์ของผู้ถูกกล่าวหาที่ส่งฟ้องศาล 77 คนนี้เป็นอย่างไร นายณรงค์ กล่าวว่า เรา จะพิจารณารายบุคคล ตามข้อความเป็นรายกรณี ส่วนเรื่องพฤติการณ์ตนขอยกตัวอย่างที่จังหวัดหนองบัวลำภู ผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด ซึ่งดำรงตำแหน่ง สว. ในปัจจุบัน มีพฤติกรรมในการจูงใจ ให้ทรัพย์สินเงินทองกับผู้มีสิทธิเลือก สว. เพื่อลงคะแนนให้กับตนเอง การไต่สวน พบความเชื่อมโยง พบเส้นเงินไปตามผังต่าง ๆ ยืนยันเรา พิจารณาเป็นรายสำนวน โดยดูจากคำร้อง คำคัดค้าน การแก้ข้อกล่าวหาและคำชี้แจง รวมถึงพยานหลักฐานที่ได้จากการไต่สวน ทั้งพยานบุคคล เส้นเงิน โทรศัพท์ เป็นต้น เรา ฟังได้ว่าบุคคลคนนี้ กระทำความผิด ตามข้อกล่าวหา จึงมีการส่งฟ้องศาลและดำเนินคดีอาญาต่อไป

ทั้งนี้ ในกลุ่มจังหวัดที่มีความผิด ก็จะพิจารณาลักษณะนี้เช่นเดียวกันหรือการกระทำความผิดแบบรายบุคคล เรา ก็จะส่งศาลฎีกาเหมือนกันซึ่งมีการไต่สวนและใช้ดุลพินิจในลักษณะนี้เหมือนกัน ว่าพฤติการณ์แบบนี้เรา เชื่อว่ามีการทุจริตในการเลือก สว.

ส่วน สว. 26 คนที่ถูกฟ้อง จะมีการเปิดเผยรายชื่อภายหลังการเอกสารข่าว โดยยืนยันว่า กกต. ทั้ง 7 คน มีการลงมติครบ ไม่มีการถอนตัว เพราะทุกคน ต้องทำหน้าที่ในการลงมติเพื่อพิจารณาในคดีนี้ ส่วนกรณีที่มีคนจ่อยื่นฟ้อง กกต. จากกรณีฮั้ว สว. ขอยืนยันว่าเรา ทำตามกรอบกฎหมาย กล้าสู้หน้าท่านเพราะเอาความจริงมาพูดไม่ได้ปิดบัง หากจะฟ้องก็ห้ามเขาไม่ได้ เรา ไม่ได้ท้าทายอะไร หากฟ้องก็คงชี้แจงให้ศาลทราบว่า กกต. ทุกคน ไม่มีเกราะป้องกัน แต่เกราะป้องกันคือ การปฏิบัติตามกฎหมาย อธิบายต่อสังคมให้ได้ว่า สิ่งที่ชี้ไปมีคำอธิบายหรือไม่

“อยากให้ท่าน ใช้วิจารณญาณ กกต. ไม่เคยทำอะไรที่นอกลู่นอกทาง ตั้งแต่ผม เข้ามารับตำแหน่ง 1 ปี 14 วัน ก็พยายามพัฒนาองค์กร เรียกความเชื่อมั่นกลับมา ไม่อยากจะพูดว่าขอโอกาสจากสังคม ขอให้ดูการทำงานไปยาว ๆ”

ส่วนกรณีบัตรลงคะแนนกับโพยแพตเทิร์นเดียวกันนั้น นายณรงค์ คาดว่าน่าจะอยู่ในข้อกล่าวหาที่ 3 แนะนำตัวไม่เป็นไปตามที่ กกต. กำหนด หากจะมีความผิดก็ต้องตรวจสอบว่าจะผิดในลักษณะใด การมีชื่ออยู่ในโพย จะต้องส่งฟ้องศาลทั้งหมดต้องมีพฤติการณ์อื่นต่อ ๆ แต่ระเบียบเรื่องการแนะนำตัวถ้าทำผิดเกี่ยวกับ พ.ร.ป. ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. ถ้าไปยุ่งเกี่ยวชักจูงหรือโน้มน้าวให้ลงคะแนนให้ถือว่าผิด เช่นในมาตรา 77

ส่วนกรณีที่ นายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ กกต. เดินเก็บโพยในห้องเลือก สว. ระดับประเทศนั้น นายฐิติเชฏฐ์ ได้เคยชี้แจงในห้องประชุมแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งขณะนั้นตนเอง ยังไม่ทราบเลยว่าจะต้องมาเป็นคณะกรรมการการเลือกตั้ง จึงไม่ได้สนใจหรือจดจำรายละเอียดในวันที่นายฐิติเชฏฐ์ ชี้แจง ดังนั้นจึงขอให้ไปถามนายฐิติเชฏฐ์เอง

ส่วนกรณีที่มีข้อวิพากษ์วิจารณ์ว่า กกต. ไม่ใช่ศาล เหตุใดถึงไม่ส่งรายชื่อผู้ถูกกล่าวหา 229 คนให้ศาลตัดสิน นายณรงค์ กล่าวว่า ก็ถูก แต่ทุกอย่าง เป็นไปบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญ กกต. ไม่ใช่ศาลจะได้ส่งไปทุกเรื่อง กรณีที่ฟังไม่ได้เลยว่าเขา กระทำผิด ท่าน จะร่างคำฟ้องอย่างไร จะสืบพยานอย่างไร กกต. จะเอาพยานหลักฐานที่ไหน คนที่ถูกร้อง เขา จะเดือดร้อนหรือไม่ ถ้าทำอย่างนั้นง่ายเลย ตั้งแต่มีเรื่องมา กกต. ส่งให้หมดเลย ผู้ถูกร้อง มี 427 คน กกต. ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลยส่งให้หมดเป็นไปรษณีย์ มัน ง่าย แต่ทำไม่ได้

“ผม ขอชี้แจงไปยังครูบาอาจารย์ ท่าน ต้องเป็นหลักของสังคม อย่าชี้นำผิด ๆ อันไหนถูกก็ว่าถูก อันไหนผิดก็ว่าผิด ต้องเป็นหลักให้บ้านเมืองบ้าง อย่าคิดว่าอยู่หน้าสื่อจะทำอะไรก็ได้ ตนเอง ไม่เคยตำหนิใคร แต่ขอสักหน่อย หรืออดีต กกต. ท่านทำงานตรงนี้ รู้กฎระเบียบ ทำไมไม่ชี้นำสังคมให้ถูก ท่าน เคยอยู่บ้านนี้ ทำไมถึงไม่รักษาบ้านท่านบ้าง”

เมื่อถามว่าเมื่อ กกต. มีมติส่งฟ้องบางส่วน เท่ากับมีการทุจริตจริง การเลือก สว. จะถือเป็นโมฆะหรือไม่ นายณรงค์ กล่าวว่า จะต้องดูเป็นราย ๆ ไป คนที่ถูกฟ้อง ศาล ตัดสิทธิ ก็ต้องไปสู้คดี เมื่อศาล รับฟ้อง ก็ต้องสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่และทำการไต่สวน ตนเอง ตอบแทนไม่ได้ว่าโมฆะหรือไม่ เพราะตนเอง ไม่ใช่ศาลรัฐธรรมนูญ

ส่วนกรณีที่ผู้สมัคร สว. สมัครผิดกลุ่ม เป็นเรื่องก่อนที่ตนเอง จะเข้ามารับตำแหน่ง ไม่ทราบจริง ๆ เพราะคนที่ถูกฟ้อง คงไม่ใช่ตนเอง

ภาพ: ธนาภรณ์ วุฒิสนธิ์

Related Posts

Send this to a friend