POLITICS

‘ปิยะรัฐ’ จี้รัฐบาลแจงคดี ‘หมิง เฉิน ซุน’ ถามล้มเหลวข่าวกรองหรือไม่ หลังพบอาวุธสงครามเพียบ

‘ปิยะรัฐ’ จี้ถามปมพบคนจีนครอบครองอาวุธสงคราม ‘รัฐบาล’ จะขยายผลหาแรงจูงใจ-เหตุผลเบื้องหลังอย่างไร – มีแผนรองรับอย่างไรในอนาคต ด้าน ‘เจเศรษฐ์’ แจงบอกเรื่องนี้เรื่องใหญ่หากพบมีเบื้องหลังไม่มีใครแบกรับ – ตัดตอนแน่ ชี้ นายกฯ ย้ำหนักกำชับทำงานบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เผยไม่พบข้อมูลก่อการร้ายของผู้ต้องหา

วันนี้ (14 พ.ค. 69) ที่อาคารรัฐสภา ในการประชุมสภาฯ ที่มี นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม ในวาระกระทู้ถามสด นายปิยะรัฐ จงเทพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ตั้งกระทู้ว่า นายกรัฐมนตรี ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย มาตอบแทน ตนเองขอตั้งกระทู้ถามจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม เกิดเหตุการณ์การจับกุมชาวต่างชาติที่ชื่อว่า หมิง เฉิน ซุน พบว่า มีอาวุธสงครามจำนวนมาก มีอาวุธปืนสงคราม กระสุนจำนวนมาก วัตถุระเบิดซีโฟร์ เอกสารปลอม อุปกรณ์สื่อสาร แผนที่ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะไม่ได้เกิดจากเหตุการณ์การทำงานจากหน่วยข่าวกรอง แต่เกิดจากเหตุเดชะบุญ ไม่รู้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ไหน ที่ว่ารัฐบาลนี้มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองอยู่มาช่วยเหลือ จนเกิดฝนตกหนัก ทำให้รถบรรทุกอาวุธประสบอุบัติเหตุ จนกระทั่งนายตำรวจจราจรไปพบพิรุธจึงขยายผลจับกุม และเจออาวุธ

นายปิยะรัฐ กล่าวว่า เหตุการณ์นี้ไม่ควรเกิดจากอุบัติเหตุ ไม่ควรไปฝากกับผีสางเทวดาที่ไหน โดยเมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้น เจ้าหน้าที่ก็ตอบคนละทิศคนละทาง ทั้งหน่วยข่าวกรอง ตำรวจ ตนเองเลยไม่รู้ว่าตกลงแล้วใครเป็นคนที่ต้องตอบเรื่องนี้ จึงต้องถามนายกรัฐมนตรี ว่า รัฐบาลยอมรับหรือไม่ว่า กรณีนี้เป็นความล้มเหลวของการข่าว หรือข้อมูลการข่าวของรัฐบาลของหน่วยงานรัฐที่บกพร่องสะท้อนถึงความล้มเหลวเชิงระบบของหน่วยความมั่นคง และรัฐบาลจะแสดงความรับผิดชอบต่อเรื่องนี้อย่างไรเพื่อให้เกิดความมั่นใจในการรับมือกับภัยความมั่นคงรูปแบบใหม่

นายปิยะรัฐ กล่าวอีกว่า เมื่อรัฐมนตรีบอกว่ามีข้อมูลอยู่บ้าง แต่ข้อมูลก่อนหน้านั้น ไม่พบว่าเป็นอาชญากร หรือบุคคลที่รัฐต้องเข้าติดตาม แต่ปกติเราทราบว่า ประเทศของเราทราบบุคคลที่เข้าออก และพำนักอยู่ในประเทศไทยมากมาย เพราะเราเป็นประเทศท่องเที่ยว เปิดรับทุกชาติเข้ามา แต่ที่ผ่านมา เราย่อมมีการตั้งข้อสังเกตบ่อยครั้ง สำหรับคนที่เดินทางมาบ่อยครั้ง ไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง อยู่บ้านหรู มีเงินหมวนเวียนในบัญชีหลายล้าน เรื่องแบบนี้ รัฐบาลควรเพ่งเล็งได้ด้วยเครื่องมือที่มีอยู่ เรามีหน่วยงานความมั่นคงที่ดูแลเรื่องการข่าวกรองไม่น้อยกว่า 7 หน่วยงาน และเกินครึ่งขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี

นายปิยะรัฐ กล่าวเล่าย้อนไป เมื่อเดือนมกราคมปี 2568 เราได้ยินข่าวการก่ออาชญากรรมร้ายแรงที่บางลำภู อดีตผู้นำฝ่ายค้านของกัมพูชาเสียชีวิต ผู้ก่อเหตุศาลพิพากษาจำคุกไปแล้ว ก็ใช้อาวุธสงคราม ในการจัดการสังหารหมู่ และเมื่อไม่นานมานี้ นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส. ก็ถูกลอบสังหาร ผู้ก่อเหตุก็เป็นนายทหารเรือ ใช้อาวุธสงคราม และเหตุการณ์ล่าสุดของนายหมิง เฉิน ซุน ก็มีการออกหมายจับ เจ้าหน้าที่ทหารเรือ โดยกองทัพเรือจะทำแฮตทริกแบบนี้ไม่ได้ นี่ไม่ถือว่าเป็นผลงานยอดเยี่ยม จึงถามว่า หากหน่วยงานของรัฐ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐมีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่สามารถจัดหาอาวุธแบบนี้ จึงขอถามรัฐมนตรีว่า จะมีการขยายผล สรรหาข้อเท็จจริงถึงแรงจูงใจ และเหตุผลที่อยู่เบื้องหลังได้หรือไม่ เพราะสามกรณีที่ตนพูดมานั้น ไม่เคยสาวถึงผู้อยู่เบื้องหลังได้เลย และตัดตอนจบผู้ที่จับกุมได้เท่านั้น จะมีการขยายผลและจัดการเจ้าหน้าที่รัฐที่ปล่อยให้มีการนำพาอาวุธหรือกระจายอาวุธสงครามเหล่านี้ไปสู่พื้นที่ต่าง ๆ ได้อย่างไร

นายปิยะรัฐ กล่าวว่า จากการได้ฟังคำตอบก็ชื่นใจ ที่รัฐมนตรีก็ตอบว่า พยายามอยู่ และจะพยายามทำต่อไป แต่ทุกการพยายามนั้น แลกมาทุกวินาทีกับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น เพราะเมื่อความชัดเจนไม่มี เราก็ไม่รู้แนวทางว่าการปฏิบัติหลังจากนี้ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการถึงขั้นไหน หรือเอาจริงเพียงใด จึงขอถามในภาพรวมว่า รัฐมนตรี และรัฐบาลนี้ จะมีมาตรการ และแผนการอย่างไรหลังจากนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจความศรัทธากลับมา ว่ารัฐบาลนี้จะปกป้องคุ้มครองได้ จะดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนได้ แล้วถ้าวันนี้การท่องเที่ยวไม่ได้รับความเชื่อมั่น นักท่องเที่ยวรู้สึกหวาดกลัว เราอาจจะประสบเหตุทางเศรษฐกิจได้ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ จึงขอถามว่าได้มีการพูดคุยกันในรัฐบาลแล้วหรือไม่ ว่าเรื่องนี้ต้องไม่ปล่อย และจะต้องนำมาสู่การบูรณาการทุกหน่วยงาน และมีแผนรองรับอย่างไรในอนาคต

ด้านนายเจเศรษฐ์ ชี้แจงว่า จากข้อซักถามว่ากรณีที่เกิดขึ้นถือเป็นความล้มเหลวของระบบข่าวกรองหรือหน่วยงานรัฐหรือไม่นั้น ตนเองได้สอบถามไปยังหน่วยข่าวกรอง ซึ่งเขาชี้แจงว่า เมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นเราได้ทำการย้อนรอยผู้ต้องหารายนี้และตรวจสอบว่าผู้ต้องหารายนี้มีการเข้าออกหลายประเทศ หลายทวีป ประมาณ 5-6 ประเทศ ซึ่งหน่วยข่าวกรองได้มีการสอบถามไล่ไปทีละประเทศว่ามีข้อมูลของผู้ต้องหารายนี้หรือไม่ ซึ่งแต่ละประเทศแจ้งมาว่าไม่ได้มีข้อมูลที่บอกว่าเขาเป็นผู้ก่อการร้าย มีการวางแผนที่จะก่อเหตุร้ายแรงกับประเทศใดประเทศหนึ่งของผู้ต้องหารายนี้ โดยในส่วนของการข่าว หากมีบุคคลใดบุคคลหนึ่งที่จะเข้ามาก่อการร้ายในประเทศใดประเทศหนึ่ง ต้องมีการติดต่อ มีเบื้องหลัง มีข้อมูลบ่งชี้หรือมีองค์กรใดองค์กรหนึ่งหนุนหลัง แต่ผู้ต้องหารายนี้เท่าที่ตรวจสอบแล้วไม่พบข้อมูลในเรื่องเหล่านี้ หากถามว่าล้มเหลวหรือไม่ตนขออนุญาตไม่ใช้คำว่าล้มเหลว แต่เราอาจจะมีช่องว่างที่อาจจะยังไม่ได้บูรณาการอย่างเต็มที่ แต่ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านได้กำชับให้มีรูรั่วหรือรอยต่อระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ น้อยที่สุด เพื่อไม่ให้กรณีเช่นนี้เกิดขึ้นมาอีก ทั้งนี้ ต้องมีข้อมูลบ่งชี้ว่าหากเขามีความต้องการหรือเจตนาที่จะก่อการร้ายแรงจะต้องมีเป้าจุดประสงค์ที่ชัดเจน แต่จากที่หน่วยงานความมั่นคงได้ขุดคุ้ยข้อมูลทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นข้อมูลที่จับต้องได้หรือข้อมูลบุคคลใกล้ชิด ตรวจร่องรอยที่มาที่ไป วันนี้ยังไม่มีการเชื่อมโยงข้อมูลไปถึงจุดอื่น

นายเจเศรษฐ์ กล่าวต่อว่า ส่วนความกังวลว่าเราจะดำเนินคดีต่อจนถึงต้นตอ และจะเสร็จสมบูรณ์ทุกกระบวนการหรือไม่ ไม่ได้รับข้อมูลจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมว่าจะนำคดีนี้ไปสู่คดีพิเศษ ที่จะสามารถดึงทุกหน่วยงานเข้ามาบูรณาการร่วมกันได้ นอกจากนี้ วันนี้ฝ่ายปกครองได้ทำการไล่ไปถึงต้นตอ เช่น เรื่องการย้ายทะเบียนบ้าน พรุ่งนี้จะมีการออกหมายจับ ในส่วนของเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องก็มีการดำเนินคดี และมีการตั้งข้อกล่าวหาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเช่นเดียวกัน ทุกคนที่เกี่ยวข้องในคดีนี้ถูกแจ้งข้อกล่าวหาหมด นอกจากนี้ ยังมีการตรวจสอบลึกไปอีกว่าจากวิถีชีวิตของเจ้าหน้าที่รัฐนั้น มีการเข้าไปเกี่ยวข้อง เกี่ยวเนื่อง หรือเข้าไปพัวพันกับชาวต่างชาติได้อย่างไร มีการติดต่อกันอย่างไร มีบุคคลใดบ้างระหว่างทาง ที่ทำให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น ยืนยันว่าภาครัฐไม่ได้นิ่งนอนใจ และนายกรัฐมนตรีได้กำชับมา ส่วนจะเหมือนกับคดีก่อนหน้านี้ที่ท่านได้กล่าวมาหรือไม่นั้น ในส่วนนี้ต้องขอเวลาที่จะให้กระบวนการพิสูจน์ในแต่ละขั้นตอน ย้ำว่าหากเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่หากมีเบื้องหลังไม่มีใครที่จะแบกรับหรือตัดตอนได้ เราต้องเปิดเผยและนำไปสู่กระบวนการทางกฎหมายให้สิ้นสุด

นายเจเศรษฐ์ กล่าวด้วยว่า สำหรับชาวต่างชาติที่อาศัยการท่องเที่ยวของประเทศเราเข้ามา และเมื่อเข้ามาอยู่แล้วมีการดำเนินการที่ผิดกฎหมายนั้น เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคมที่ผ่านมา เรามีปฏิบัติการที่จะถอนรากถอนโคนนอมินีไม่ว่าจะเป็นในพื้นที่เกาะพะงันหรือพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งปัจจุบันก็จะมีการดำเนินการต่อไป ซึ่งตนถือว่าชัดเจน ในส่วนของต่างด้าวที่มีขอการขออนุญาตอยู่ในประเทศไทยและกินระยะเวลานานกว่าปกติ ตอนนี้กระทรวงมหาดไทยได้ทำการตรวจสอบย้อนหลังกลับไปว่าบ้านเลขที่ที่เขาแจ้งมากับพื้นที่ที่เขาอยู่ตรงกันหรือไม่ และยังอยู่หรือไม่ รวมถึงการที่อยู่ยาวนานมีเจตนาอะไร เป็นการมาท่องเที่ยวหรือแสวงหาผลประโยชน์เบียดเบียนประชาชนคนไทยในการประกอบธุรกิจ ย้ำว่านายกรัฐมนตรีได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงาน ทั้งนี้ หากท่านตามข่าวคงทราบว่าบางปัญหาที่เป็นปัญหาเรื้อรังมายาวนาน แต่วันนี้เราได้คลี่คลายและเข้าไปแก้ไขปัญหาหลายปัญหาแล้ว วันนี้เรามีรัฐบาลที่สามารถจะบูรณาการในทุกสัดส่วน ทุกกรม ทุกกระทรวงอย่างชัดเจน

“เรื่องนี้ขอให้นายปิยรัฐและเพื่อนสมาชิกทุกคนติดตามการทำงานของรัฐบาลว่าเราจะมีแนวทางในการทำงานที่ชัดเจนออกมา และขอเรียนว่าเรื่องที่นายปิยรัฐฝากถามผมนั้นเกี่ยวเนื่องกับความมั่นคงและกระบวนการทางกฎหมายที่ยังไม่สิ้นสุด วันนี้ผมอาจจะตอบอะไรได้ไม่ถูกใจหรือตอบโจทย์ท่านได้ แต่ผมพยายามตอบในชุดข้อมูลที่ผมได้รับข้อมูลมา และตอบในฐานะตัวแทนของนายกรัฐมนตรีให้ได้ดีที่สุด แต่สิ่งหนึ่งที่ผมเข้าใจดีว่าวันนี้ประชาชนกังวลว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นอีกหรือไม่ และเหตุการณ์นี้จะไปจบในรูปแบบอื่น ในส่วนนี้ขอเรียนด้วยความเคารพว่าวันนี้เรามีการทำงานแบบบูรณาการ และมีการตรวจสอบแล้ว ทางกระทรวงกลาโหมก็เน้นย้ำถึงอาวุธทุกชนิด กระสุนทุกนัด อาวุธทุกกระบอก มีการตรวจสอบและตรวจย้ำแล้ว หลังเหตุการณ์ก็มีการตรวจอีก ซึ่งผมได้รับรายงานกลับมาว่าไม่ได้หลุดหรือเล็ดรอดไปจากหน่วยงานกลาโหม นอกจากนี้ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ออกปฏิบัติการที่ชัดเจนในการที่จะกวาดล้างและทลายเรื่องนอมินี ฉะนั้น อยากให้พี่น้องประชาชนเข้าใจในกระบวนการทำงานของรัฐบาล และรัฐบาลพร้อมจะดูแลพี่น้องประชาชนในทุกมิติทุกเรื่อง” นายเจเศรษฐ์ กล่าว

Related Posts

Send this to a friend