‘กรณ์’ ตั้งกระทู้สด ปมทุนเทาฮุบตลาดทุนไทย จี้รัฐบาลเร่งจัดการ
‘กรณ์’ ตั้งกระทู้สด ปมทุนเทาฮุบตลาดทุนไทย จี้รัฐบาลเร่งจัดการ ด้าน ‘เอกนิติ’ แจงออกข้อกำหนดใหม่ ห้าม กก.บริษัททุนเทายุ่งเกี่ยว ย้ำกำชับ ก.ล.ต.-ปลัดคลัง เน้นทำงานโปร่งใส ยึดธรรมาภิบาล ส่วนปมปลด ปธ. ก.ล.ต. ต้องรอผลการสอบสวนชี้ชัดว่าผิด
วันนี้ (14 พ.ค. 69) ที่อาคารรัฐสภา ในการประชุมสภาฯ ที่มี นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม ในวาระกระทู้ถามสด นายกรณ์ จาติกวณิช สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ตั้งกระทู้ถามสด เรื่องปัญหาตลาดทุนและการทำหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ว่า มีหลายประเด็นที่อยากตั้งคำถามต่อการทำหน้าที่ ทั้งการพิจารณาของคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) การออก พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท แต่ประเด็นสำคัญที่ต้องการถามคือ กำกับบริษัทน้ำมันบางจาก ที่พบว่าได้ให้กลุ่มทุนเทาเข้ามาเป็นกรรมการบริษัท เมื่อปี 2568 ทำให้บริษัทต่างชาติหลายบริษัทคว่ำบาตรไม่ร่วมทำธุรกิจ ดังนั้นกระทรวงการคลังที่กำกับ ก.ล.ต. ทำไมไม่ดูแลเรื่องหลักธรรมาภิบาลที่ดี ต่อสู้ทุนเทา แม้กลไกกฎหมายกระแสความต้องการสังคมยืนอยู่ฝั่งท่านทั้งสิ้น
“แม้ ก.ล.ต. เป็นองค์กรอิสระ แต่ รมว. คลัง มีอำนาจแต่งตั้ง ถอดถอน ประธาน ก.ล.ต. ได้ ซึ่งขณะนี้มีปัญหาข้อร้องเรียนในองค์กรอิสระ หากบอกว่าทำอะไรไม่ได้เป็นข้ออ้างที่อ่อนเกินไป ทั้งนี้ทุนเทาในตลาดทุนไทยระดับความอัปยศมีเข้มข้นมากขึ้น ปัญหาคือ ก.ล.ต. ไม่ทำงาน และ รมว. คลังไม่ขยับ ในกรณีบริษัท ฟินันเซีย โดยสิ้นเดือน มี.ค. กองทุน ซีเอไอ ของ เบน สมิธ เพิ่มสัดส่วนถือหุ้นบริษัทฟินันเซีย 44% พบเงื่อนงำคือการขายหุ้นสูงกว่าราคาตลาด เพื่อให้ผู้ถือหุ้นปฏิเสธ และ ก.ล.ต. ทราบการถือหุ้นที่แท้จริง ที่ถือหุ้นรวมกัน เท่ากับกลุ่มทุนเทาเป็นเจ้าของ เพราะถือหุ้นเกิน 60% โดยไม่พบการตั้งโต๊ะรับซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นรายย่อยในราคาที่สูงที่สุด ซึ่ง รมว. คลังหนีไม่ได้เพราะมีหน้าที่กำกับดูแล ซึ่งรัฐบาลจะจัดการกับขบวนการที่ทุนเทา ถือหุ้นในตลาดทุนไทยอย่างไร” นายกรณ์ ตั้งคำถาม
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ชี้แจงว่า ในส่วนของราคาน้ำมันที่ คตร. ดำเนินการได้พิจารณาค่าการกลั่น นำเสนอ ครม. 7 เม.ย. มีข้อสรุป พบค่าการกลั่นมีผลประโยชน์ส่วนเกินจริงและมีข้อเสนอให้นำผลประโยชน์ส่วนเกินดูแลประชาชนและทำระบบให้โปร่งใส ปรับค่าการกลั่นลง และประเมินผลต้นทุนจริง หลังจากที่ค่าน้ำมันผันผวนต้องทำอย่างตรงไปตรงมา และมติ ครม. ให้นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว. พลังงานรับข้อเสนอแนะไปดำเนินการ เมื่อ 8 เม.ย. โดยลดค่าการกลั่นส่วนเกินเดือน มี.ค. 2 บาทต่อลิตร และ เม.ย. ลด 5 บาทต่อลิตร
นายเอกนิติ ชี้แจงว่า ส่วนการออก พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท วิกฤตครั้งนี้ไม่เหมือนปี 2540 ที่เป็นวิกฤติค่าเงิน ทุนสำรองหมด หรือวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ ที่เป็นวิกฤตในสหรัฐอเมริกา กระทบการส่งออก จีดีพีหดตัว แต่ปัจจุบันไม่เหมือนครั้งนั้น เพราะเป็นวิกฤตพลังงาน กระทบต้นทุน วิกฤตค่าครองชีพ กระทบกำลังซื้อของประชาชน จึงเป็นความจำเป็นเร่งด่วนและเป็นความมั่นคงทางเศรษฐกิจหากไม่หยุด จะแก้ยากขึ้น
นายเอกนิติ กล่าวต่อว่า ส่วนประเด็น ก.ล.ต. เป็นหน่วยงานอิสระ ที่มีการกำกับดูแลโดยกระทรวงการคลัง ซึ่งตนให้นโยบาย กำชับ ก.ล.ต. โดยเรื่องบริษัทบางจาก กระทรวงการคลัง ถือหุ้น 16% ผ่านกองทุนวายุภักดิ์ ทั้งนี้การกำกับดูแล ได้มีการเห็นชอบข้อบังคับกำหนดการแต่งตั้งบุคคลที่มาจากบริษัทที่มีปัญหาผิดกฎหมายแล้ว โดยตนไม่เคยนิ่งเฉย ให้นโยบายที่เน้นธรรมาภิบาล โปร่งใส ชัดเจน โดยตนทำหน้าที่เต็มที่ ดูแลผู้ถือหุ้นรายย่อย
“ที่บอกว่ากรรมการบริษัทบางจาก ส่วนของผู้แทนกระทรวงการคลังไม่ทำอะไรนั้น ผมกำชับให้กรรมการอิสระที่เป็นผู้แทนกระทรวงการคลังทำหน้าที่เต็มที่ โดยให้ยืนยัน และเปลี่ยนผู้แทนจากบริษัทที่มีปัญหาข้อกฎหมายให้ออกจากบอร์ดชุดย่อยที่สุ่มเสี่ยง และยังให้ผู้แทนกระทรวงการคลังสนับสนุนอย่างเต็มความสามารถ ไม่ให้ผู้แทนบริษัทที่ถูกดำเนินคดีเข้ามายุ่งเกี่ยว” นายเอกนิติ ระบุ
นายเอกนิติ ระบุว่า ส่วนประเด็นประธาน ก.ล.ต. นั้น ตนเองกำชับให้เลขาฯ ก.ล.ต. และปลัดกระทรวงการคลัง ให้ยึดกฎหมาย เมื่อการสอบสวนชัดเจนตามกฎหมายเป็นผู้ผิดและผิดคุณสมบัติประธาน ก.ล.ต. จะถอดถอนแน่ ส่วนเรื่องทุนเทาได้ทำงานกับกระทรวงยุติธรรมอย่างใกล้ชิด ยืนยันว่าตนเองได้ทำหน้าที่ส่วนที่รับผิดชอบตามกฎหมายอย่างเต็มที่












