POLITICS

‘ปกรณ์’ มั่นใจ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ชี้ ไม่มี ‘เช็กเปล่า’

‘ปกรณ์‘ ร่ายยาว เทียบความต่างรัฐธรรมนูญ 3 ฉบับ ชี้ รธน. ปี 60 เน้นดูเฉพาะความมั่นคงเศรษฐกิจ – ไม่เอาเรื่องความเร่งด่วนมาพิจารณา มอง คนที่รู้ดีคือ ก. คลัง มั่นใจรัฐบาลเดินหน้าเงินกู้ 4 แสนล้านไม่สะดุดข้อกฎหมาย เว้นแต่ศาลสั่งเป็นอย่างอื่น ลั่น ครม. ไม่กล้าตีเช็กเปล่าไม่งั้นติดคุก

วันนี้ (12 พ.ค. 69) เวลา 09.00 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้าน เตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความการออก พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้าน จะกระทบต่อการแก้ปัญหาของประชาชนหรือไม่ ว่า การออกพระราชกำหนดแต่ละครั้งรัฐบาลต้องคิดให้รอบคอบเพราะหากศาลวินิจฉัยว่าไม่ผ่านก็จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ต้น และจะเกิดปัญหาว่าสิ่งที่ทำไปจะเป็นอย่างไร ฉะนั้นสิ่งที่รัฐบาลจะทำต้องมั่นใจว่าต้องรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศจริงๆ

นายปกรณ์ กล่าวต่อว่า รวมถึงมีความจำเป็นเร่งด่วนจริงๆ ถึงจะดำเนินการออกพระราชกำหนดดังกล่าว และรัฐบาลมั่นใจว่า ตามข้อมูลของกระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และจากการไล่ดูเงินทุกก้อนที่มีอยู่นั้นมันไม่เพียงพอ และยังไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรในวันข้างหน้าต่อไป ซึ่งสงครามยังไม่น่าจะจบ ซึ่งถือว่าเป็นประเด็นสำคัญ

นายปกรณ์ กล่าวอีกว่า กฎหมายมีผลบังคับใช้ โครงการจะเดินหน้าต่อไป ไม่ได้ติดอะไรเว้นแต่ศาลบอกให้รอไว้ก่อน ขณะเดียวกันรัฐบาลจะส่งกฎหมายไปยังสภาเพื่อให้ดำเนินการต่อและอนุมัติ และขณะนี้เชื่อว่าทางสภา จะต้องรอการพิจารณาจนกว่าศาลจะตัดสินภายใน 60 วัน

เมื่อถามว่า สาเหตุที่รัฐบาลมองว่าเรื่องนี้ไม่ขัดรัฐธรรมนูญเพราะเหตุใด นายปกรณ์ กล่าวว่า ตนขออธิบายและรัฐธรรมนูญ เมื่อดูท้ายของพระราชกำหนด เหมือนเงินกู้จะแบ่งเป็น 2 ก้อน แต่เงินทั้งสองก้อนนี้สามารถโยกสลับกันได้ ซึ่งสิ่งที่รัฐบาลทำคือทำสองเรื่องไปพร้อมกัน คือ 1.การช่วยเหลือเยียวยา 2.การเปลี่ยนผ่านพลังงาน ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องเดียวกันแยกออกจากกันไม่ได้ และต้องดำเนินการพร้อมกันไปทั้งหมดเพื่อช่วยเหลือประชาชน ทั้งกลไกและระบบที่จะทำ รวมถึงการพัฒนาคุณภาพประชาชน ดังนั้นทั้งสองวัตถุประสงค์ ก็คือดำเนินการคู่ขนานกันไป ฉะนั้นการใช้จ่ายเงินจึงไม่แยกก้อน แต่เป็นไปตามวัตถุประสงค์

เมื่อถามว่าฝ่ายค้านมองว่าไม่ใช่เรื่องจำเป็นเร่งด่วนจะทำให้กฎหมายขัดรัฐธรรมนูญ หรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า กฎหมายรัฐธรรมนูญมีหลายฉบับ พร้อมยกตัวอย่าง รัฐธรรมนูญปี 2540 ให้ตรวจสอบเฉพาะความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และความมั่นคงของประเทศหรือไม่ โดยไม่ให้ดูเหตุผลความจำเป็นเร่งด่วน และช่วงนั้นก็มีการออก พ.ร.ก. กู้เงินทั้งในยุครัฐบาลชวน หลีกภัย และยุครัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ซึ่งตอนนั้นก็มีการถามประเด็นเรื่องความจำเป็นเร่งด่วนหรือไม่

ต่อจากนั้นก็มีการเปลี่ยนแปลงในรัฐธรรมนูญปี 2550 โดยนำสิ่งในอดีตมาเขียนใหม่ โดยให้ตรวจสอบสองเงื่อนไข 1.เป็นไปเพื่อรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือไม่ 2.จำเป็นเร่งด่วนหรือไม่ ซึ่งรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็เคยกู้ ครั้งแรกกู้สำเร็จ และอีกครั้งได้มีการถอนเรื่องออกไปก่อนเพราะติดในเรื่องความจำเป็นเร่งด่วน

นายปกรณ์ ยังกล่าวถึงสมัยรัฐบาล น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กู้สำเร็จในช่วงน้ำท่วมใหญ่ ส่วนครั้งที่สองที่จะกู้ 2 ล้านล้าน เพื่อลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศระยะยาว 7 ปีนั้น ก็เกิดปัญหาว่ามีความจำเป็นเร่งด่วนหรือไม่ จนมีวลีว่าให้ทำถนนลูกรังทั่วประเทศก่อนดีกว่าหรือไม่ จนเกิดปัญหาเป็นประเด็นการเมืองขึ้นมาอีกครั้ง และจนมารัฐธรรมนูญปี 2560 ก็กลับไปใช้ตามหลักเดิมของรัฐธรรมนูญปี 2540 คือให้ตรวจสอบเฉพาะความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ส่วนประเด็นความจำเป็นเร่งด่วนเป็นเรื่องที่รัฐบาลจะเป็นผู้รู้ดีที่สุด เพราะกระทรวงการคลัง เปรียบเสมือนเป็นแม่บ้านที่ถือกระเป๋าตังค์อยู่ ฉะนั้นตังค์ขาดไม่ขาดแม่บ้านจะรู้

ดังนั้น หากไปดูรัฐธรรมนูญมาตรา 172 วรรคแรก ว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์ในเรื่องความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยจะไม่ดูในเรื่องความจำเป็นเร่งด่วน ฉะนั้นตนก็มั่นใจว่าศาลจะดูตามกรอบและวัตถุประสงค์ ตามรัฐธรรมนูญ 172 วรรคหนึ่งหรือไม่ ว่าเป็นไปตามความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือไม่

ส่วนความจำเป็นเร่งด่วน ถ้าไม่เร่งด่วนรัฐบาลคงไม่ทำหรอก เพราะเป็นการบายพาสสภาฯ เพราะผลของมันร้ายแรงหากกฎหมายไม่ผ่าน รัฐบาลจะต้องรับผิดชอบด้วยการลาออกซึ่งถือเป็นไปตามปกติ โดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทุกคนต้องรับผิดชอบ

เมื่อถามย้ำว่า ตามข้อกฎหมายมองว่าไม่มีปัญหาใช่หรือไม่ นายปกรณ์ ยืนยันว่า ตนเห็นเช่นนั้น

เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านมองว่าเป็นการตีเช็กเปล่า รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย ย้อนถามสื่อว่า เช็กเปล่าอีกแล้ว ก่อนระบุว่า ”เช็กเปล่าที่ไหน มันมีที่ไหนใครให้เช็กเปล่าแก่คุณ ไม่มีหรอก โลกนี้ไม่มีการตีเช็กเปล่า ผมยืนยันไม่มี การตีเช็กเปล่าเป็นวาทกรรมผมคิดว่าไม่ควรใช้ ตีชีวิตคุณตีเช็กเปล่าหรือไม่ ติดคุกนะ รัฐบาลไม่ทำหรอกครับ“

นายปกรณ์ กล่าวอีกว่า โดยรายละเอียดการขอโครงการต่าง ๆ จะต้องผ่านคณะกรรมการกลั่นกรอง ที่มีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน

เมื่อถามว่า แสดงว่าการร้องศาล ควรจะร้องประเด็นทำงานแล้วไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์หรือไม่ นายปกรณ์ ระบุว่า สิ่งที่ควรดูตรงปกหรือเปล่า และบรรลุวัตถุประสงค์ตามที่เราตั้งใจหรือไม่ อย่างนั้นคือสร้างสรรค์

Related Posts

Send this to a friend