POLITICS

นายกฯ ชี้เหตุสถานการณ์ชายแดนใต้เกิดขึ้นจากหลายปัจจัย ต้องเร่งสังคายนาด้านการข่าว

วันนี้ (12 ม.ค. 69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์ความไม่สงบ 11 จุด ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ นราธิวาส ยะลา และปัตตานี ว่า ได้หารือกับ พล.ท. นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4, พล.อ. ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก และนายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้เชิญรองเสนาธิการทหารสูงสุด พล.อ. ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) มาหารือเพิ่มเติม ให้เร่งดำเนินคดีให้เร็วที่สุด สืบสวนหาที่มาที่ไปว่าเป็นอย่างไร ในส่วนของ ศอ.บต. ให้เร่งดำเนินการดูแลผู้บาดเจ็บ ซึ่งมีอยู่ประมาณ 7 ราย และการช่วยเหลือเยียวยา รวมถึงให้เร่งหามาตรการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประกอบการ เพราะมีความเสียหายเกิดขึ้น คือปั๊มน้ำมัน ปตท. ทั้งหมด

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ตนได้โทรหา นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ประธานคณะกรรมการ ปตท. ให้ ปตท. หาวิธีและหาแนวทางการช่วยเหลือผู้ประกอบการเหล่านี้ เพื่อให้ดำเนินกิจการต่อไปได้ เพราะถ้าผู้ประกอบการบอกว่าเลิกทำแล้ว จะยิ่งทำให้สมใจคนร้าย และต้องเห็นใจผู้ประกอบการเหล่านี้เพราะไม่มีบริษัทประกันภัยที่จะครอบคลุมความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการก่อการร้าย

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า เบื้องต้นยังยืนยันว่าไม่ใช่การก่อการร้ายใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จะบอกว่าไม่ใช่การก่อการร้ายได้อย่างไร เพราะเกิดขึ้นทั้ง 3 จังหวัด และมีการเน้นเป้าหมาย

ส่วนจะแสดงว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเมืองที่จะมีการเลือกตั้งใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หลายอย่างรวมกัน ได้สอบถามและให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ได้วิเคราะห์และประเมิน ให้ฟังคร่าว ๆ มันมีเรื่องเกี่ยวพันหมด ทั้งการเมือง ความไม่หวังดี ความไม่ต้องการเห็นสันติสุขความสงบสุขเกิดขึ้น รวมถึงก่อนที่จะมีการต่ออายุการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน มักจะมีเรื่องเหล่านี้เกิดขึ้น ตามที่เคยเก็บสถิติมา ตนก็รับฟัง แต่การข่าวต้องสังคายนาอย่างมาก ไม่ว่าจะพูดว่าเกิดจากอะไรก็แล้วแต่ หรือสุดความสามารถที่จะทราบได้ แต่ในฐานะที่เป็นผู้บริหารก็ต้องบอกว่ารับฟังไม่ได้ จะต้องไปปรับปรุงประสิทธิภาพด้านการข่าวให้มาก

ส่วนการเลือกตั้งระดับประเทศที่จะมีขึ้น จะมีการกำชับเข้มงวดหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เราต้องพูดถึงการรักษาความปลอดภัย และป้องกันความไม่สงบเรียบร้อย ซึ่งแม่ทัพภาคที่ 4 บอกว่าช่วงที่เกิดเหตุ เป็นช่วงรอยต่อพอดี เพราะมีการระดมกำลังพลไปดูช่วงวันเด็กด้วย และเกิดเหตุในเช้าวันอาทิตย์ขึ้นมา ตนได้กำชับแม่ทัพภาคที่ 4 และแจ้งเลขาธิการ ศอ.บต. ว่า เกิดเหตุแบบนี้ปัดความรับผิดชอบไม่ได้ และเป็นพื้นที่ที่ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินมีการประกาศกฎอัยการศึกในบางอำเภอด้วย ถึงอย่างไรก็อยู่ในความรับผิดชอบ

Related Posts

Send this to a friend