นายกฯ สั่งคุมเข้มอาวุธปืน พร้อมเร่งร่าง พ.ร.บ. อาวุธปืนใหม่ ห้ามต่อใบอนุญาต ป.3 ป.4 ป.12
นายกฯ สั่งคุมเข้มอาวุธปืน พร้อมเร่งร่าง พ.ร.บ. อาวุธปืนใหม่ ห้ามต่อใบอนุญาต ป.3 ป.4 ป.12 จนกว่าจะมีมติ ครม. เป็นอย่างอื่น ย้ำห้ามพกออกจากบ้านเด็ดขาด เจอโทษหนัก พร้อมคัดค้านประกันตัว จ่อสุ่มตรวจผู้ติดตาม – คนในทำเนียบฯ หากพบใครพกปืน “ก็ตัวใครตัวมัน”
วันนี้ (11 ส.ค. 69) เวลา 12.45 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงมาตรการควบคุมอาวุธปืนว่า ตอนนี้รัฐบาลก็จะเร่งดำเนินการเรื่องอาวุธปืน โดยตนได้สั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เร่งร่าง พ.ร.บ. อาวุธปืน ขึ้นมาใหม่ โดยได้มีข้อสั่งการให้ทางกระทรวงมหาดไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ได้ดำเนินการในเรื่องของห้ามต่อใบอนุญาตทั้งสาม ป. ได้แก่ ป.3 ป.4 และ ป.12 ในช่วงนี้จนกว่าจะมีมติ ครม. เป็นอย่างอื่น
นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า ต้องไปถามรายละเอียดเรื่องกฎหมายกับนายปกรณ์ ส่วนเรื่องแนวปฏิบัติ ต้องควบคุมและเรื่องบทลงโทษ ต้องมีความรุนแรงและเด็ดขาดเพิ่มมากขึ้น ตนได้กำชับไปในทุกพื้นที่ โดยช่วงนี้ทางฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะมีการตั้งด่านตรวจค้นเน้นไปที่อาวุธปืนและยาเสพติดเป็นหลัก ถ้าหากพบ โดยเมื่อคืนได้มีการพบอยู่หลายราย ซึ่งเรื่องนี้ไม่สามารถประกันตัวได้ โดยในชั้นสืบสวนสอบสวน ตำรวจจะคัดค้านการประกันตัว ต้องเข้าไปนอนในห้องขัง โดยในช่วงนี้ยังพกพาอาวุธปืนไม่ได้
ดังนั้น ขอย้ำว่าอย่าไปเชื่อใครให้พกพาอาวุธปืนเอาไว้ป้องกันตัว ส่วนใหญ่คนที่พกปืนเหล่านี้จะทำร้ายตัวเองทั้งนั้น เพราะว่าเป็นของร้อน ส่วนเครื่องกระสุนก็ไม่สามารถพกพาได้ เพราะเวลาออกกฎหมายใหม่จะต้องครอบคลุมทั้งหมด
สำหรับการซื้อขายอาวุธปืนทางออนไลน์ที่ดูแล้วควบคุมยาก นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ในเมื่อใบอนุญาตไม่มี ตอนนี้อย่ามาบอกว่าควบคุมยากหรือง่าย ข้อห้ามคือมีไม่ได้ เพราะดูกฎหมายอย่างรุนแรง ถ้ามีก็คุกอย่างเดียว เมื่อออกกฎหมายนี้ก็จะไปหารือกับทางอัยการและทางศาล เพื่อขอให้ความร่วมมือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญของประเทศ และขอให้ใช้การพิจารณาอย่างรวดเร็วเด็ดขาด พร้อมคัดค้านการประกันตัวในขั้นตอนที่เหมาะสม
ส่วนที่ สส. และนักการเมืองหลายคนเมื่อเปิดบัญชีทรัพย์สินออกมาแล้ว ก็มีปืนระบุอยู่ในบัญชีทรัพย์สินด้วย นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า กรณีที่เป็นปืนที่มีใบอนุญาตจดทะเบียนอยู่แล้ว ต้องเก็บไว้ที่บ้านได้อย่างเดียว แต่พกพาไม่ได้ ส่วนกรณีที่เป็นปืนเถื่อนจะต้องไปศึกษาการออกกฎหมายให้นำมาคืนภายในระยะเวลากี่วันก็แล้วแต่ ตามกฎหมายอยู่แล้ว ส่วนปืนที่โอนไม่ได้ เช่น เป็นมรดกตกทอดจากคู่รัก ไม่อยู่ในสภาวะที่รับได้ ก็ให้นำมาคืน และจะมีบทเว้นโทษในระยะเวลาที่กำหนด ไม่รู้จะใช้คำว่านิรโทษได้หรือไม่ ตนไม่ใช่นักกฎหมาย แต่เป็นบทยกเว้นว่าเมื่อนำมาคืนในระยะเวลาที่กำหนดแล้วก็ถือว่าไม่มีโทษอะไร
เมื่อถามว่าปืนที่ถูกกฎหมาย จะสามารถห้ามนำออกจากบ้านได้ 100% หรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า “ต้องห้ามได้สิครับ” ในเมื่อห้าม ถ้าคนไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐในขณะปฏิบัติหน้าที่ หากพกปืนไปไม่มีใบพก ก็ถือว่าทำผิดกฎหมาย แค่คิดก็ผิดแล้ว ไม่ใช่ห้าม 100% ไม่ได้ ตอนนี้ห้ามพกพา 100% ถ้าทำก็ผิดกฎหมาย และติดคุก ส่วนนักกีฬาที่พกไปซ้อมยิงปืนที่สนามยิงปืน ก็ไม่มีผ่อนผัน ต้องมีการตรวจสอบจำนวนกระสุนซ้อมในสนามยิงปืนนั้น และต้องฝากปืนไว้กับสนามยิงปืน เวลาไปซ้อมต้องไปซื้อกระสุนซ้อมที่สนาม และระบุจำนวนให้ตรงกัน เมื่อซ้อมเสร็จต้องเก็บไว้ที่สนาม ห้ามพกออกมา จะอ้างอะไรไม่ได้ทั้งนั้น ถือว่าไม่มีเหตุผล ประเทศอื่นก็ทำกันหมดแล้ว ห้ามพกพาปืนกฎหมายรุนแรงถึงขั้นประหารชีวิตด้วย
ส่วนคนที่มีการเก็บอาวุธปืนไว้ที่บ้าน แต่มีพฤติกรรมที่ข่มขู่และรุนแรง จะมีการยึดปืนคืนหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ใบอนุญาตพกพาไม่มีอยู่แล้ว และคนที่ครอบครองปืนแล้วมีพฤติกรรมน่าสงสัย คนในบ้านหรือสมาชิกในครอบครัวก็ต้องสังเกต การเอาออกมาจากบ้านถือว่าผิดกฎหมาย จะอ้างว่าไม่รู้กฎหมายไม่ได้ ยังไงก็ผิด ไม่มีข้อยกเว้น
นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า ตอนนี้กฎหมายก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าห้ามพกพาอาวุธปืนออกจากบ้าน ที่พกออกไปถือว่าผิดทั้งนั้น วันหลังตนจะไปดูคนทำเนียบว่ามีหรือไม่ และตนเตรียมสั่งการคนใกล้ชิด คนติดตามรัฐมนตรี หากพกพาปืนแล้วไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตำรวจ และไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่อยู่ ก็ตัวใครตัวมัน
ส่วนเรื่องปืนนั้นดูแล้วเหมือนเป็นไฟไหม้ฟาง ถ้ากระแสผ่านไปก็อาจมีการหละหลวมได้นั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ก็ต้องไม่ให้หลวม เรามีเจ้าหน้าที่ของบ้านเมืองเพราะเรื่องนี้มาเป็นกฎหมายแล้ว เจ้าพนักงานและฝ่ายปกครองก็มีหน้าที่ในการกำกับดูแลอย่างเคร่งครัด
เมื่อถามว่าหากมีปืนอยู่ที่บ้าน นำออกมาป้องกันตัวอยู่ที่บ้านได้หรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ยิงในบ้านก็ไม่ได้ ลองไปยิงโจรในบ้านก็ผิดอยู่ดี กฎหมายไม่ได้คุ้มครองตรงนั้น ซึ่งที่ผ่านมาเป็นอย่างไรไม่รู้ แต่ตนถือว่าปืนไม่ใช่ของที่ดี ใครมีอยู่ใกล้ตัวก็คิดว่าตัวเองมีกำลังเหนือคนอื่น ถ้าเกิดมีเหตุกดดันหรือบันดาลโทสะขึ้นมา ก็จะทำในสิ่งที่เดือดร้อน ทำให้คนอื่นเดือดร้อน จะทำให้ถูกใจคนทั้งหมดไม่ได้ แต่ต้องทำให้เกิดความปลอดภัย โดยเฉพาะคนที่เคราะห์ร้ายกลายเป็นผู้บริสุทธิ์ เป็นสุจริตชนทั่วไป และเป็นเด็กด้วย ปืนเอาไว้เป็นของโชว์ เอากระสุนทิ้งไป เอาแม็กออกมา แล้วเอาไปใส่กล่องครอบ
นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า ตนเคยมีปืน แต่ทำหายไป จากนั้นก็ไปแจ้งความเท่านั้นเอง ตอนนี้ไม่มีสักกระบอก
ส่วนที่ในบัญชีทรัพย์สินพบว่าภรรยาคนปัจจุบันของนายกรัฐมนตรีครอบครองปืนนั้น นายอนุทินกล่าวว่า “เหรอ งั้นผมคงต้องระวังตัวผมเอง”
เมื่อถามว่า หลังจากนี้จะมีการทำบุญประเทศหรือไม่ หลังเกิดเหตุซ้ำซาก นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า “ทำความดีไว้”













