POLITICS

ม็อบ ‘สนธิ-คปท.’ ชุมนุมหน้าสถานทูตอิสราเอล ประกาศ ‘เอาประเทศไทยของเราคืนมา’

ม็อบ ‘สนธิ-คปท.’ ชุมนุมหน้าสถานทูตอิสราเอล ประกาศ ‘เอาประเทศไทยของเราคืนมา’ ยื่น 4 ข้อเรียกร้อง จี้รัฐจัดการพฤติกรรมชาวอิสราเอล-ทุนสีเทา ย้ำ “แผ่นดินนี้คือแผ่นดินไทย ไม่ใช่ดินแดนพันธสัญญาของใคร” ด้าน ‘ทราย สมุทร’ โผล่ร่วมชุมนุม ลั่น “ถึงเวลาแล้วที่ประชาชนทุกคนต้องออกมาแสดงพลัง” ประกาศเดินสายทั่วประเทศ

วันนี้ (10 ก.ย. 69) เวลา 09.30 น. ที่บริเวณหน้าสถานทูตอิสราเอล มีกลุ่มประชาชนเดินทางมาร่วมชุมนุม นำโดย นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน นายนิติธร ล้ำเหลือ หรือ “ทนายนกเขา” และ นายพิชิต ไชยมงคล แกนนำกลุ่ม คปท. ภายใต้แคมเปญ ‘เอาประเทศไทยของเราคืนมา’ เพื่อแสดงจุดยืนต่อต้านพฤติกรรมของชาวอิสราเอลบางส่วนในประเทศไทย พร้อมยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย รวมถึงการรณรงค์การกวาดล้างทุนนอมินี

สำหรับการชุมนุมครั้งนี้ มีการถือธงชาติไทยและป้ายข้อความทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ อาทิ “Israel be respectful to Thai people” และ “แผ่นดินกู” รวมถึงป้าย ‘เอาประเทศไทยของเราคืนมา’ โดยมีรถกระบะติดเครื่องขยายเสียง 2 คันอยู่ในพื้นที่ ขณะที่ผู้เข้าร่วมชุมนุมต้องผ่านจุดคัดกรองและประตูตรวจจับโลหะ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก. น. 5 ตำรวจ EOD และกองร้อยน้ำหวาน จำนวน 1 กองร้อย เข้าดูแลความปลอดภัย

ด้านนายสิรณัฐ สกอต หรือ “ทราย สกอต” ได้สวมเสื้อยืดสีขาวข้อความ “Not For Sale” และถือธงชาติไทย ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนขณะเข้าร่วมการชุมนุมและยื่นหนังสือถึงสถานทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย กรณีต่อต้านชาวอิสราเอลที่เข้ามาทำตัวเหนือกฎหมายในประเทศไทย และเรียกร้องให้รัฐบาลจัดการแก้ไข โดยทรายกล่าวว่าถึงเวลาแล้วที่ประชาชนทุกคนต้องออกมาแสดงพลัง หากเห็นว่าสิ่งที่อิสราเอลบางคนในประเทศไทยทำนั้นไม่ถูกต้อง

“นี่คืออนาคตของเรา ถ้าเกิดเราจะไม่พูดตอนนี้แล้วใครจะพูด ถ้าเกิดคุณไม่พูดตอนนี้ แล้วคุณจะพูดตอนไหน มันคือตอนนี้แหละครับ ผมไม่ได้มาเพราะสีทางการเมือง ผมเป็นสีทะเลอยู่แล้ว ซึ่งหมายถึงทรัพยากรประเทศชาติ แต่เห็นว่าอนาคตของคนรุ่นใหม่ไม่มีแล้ว เพราะถูกกว้านซื้อขายไปหมด เหมือนได้เห็นประวัติศาสตร์ซ้ำรอยสมัยที่อยุธยาล่มสลาย” นายสิรณัฐ กล่าว

ขณะที่นายพิชิต ไชยมงคล ขึ้นเวทีปราศรัย โดยกล่าวถึงเอกอัครราชทูตอิสราเอล กรณีให้สัมภาษณ์ว่านักท่องเที่ยวอิสราเอลที่มาอยู่เมืองไทยมีลักษณะนิสัยดี เป็นคนดี เคารพวัฒนธรรมไทยและเคารพกฎหมายไทย โดยนายพิชิตกล่าวว่า “นี่อยู่เมืองไทยนานเกินไปได้นิสัยนักการเมืองไทยมา ที่สามารถพูดตอแหลได้ทุกเวลาถ้าได้ยินคำหนึ่งประโยคหนึ่งจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีทันที”

นายพิชิตกล่าวต่อว่าจะพูดในมิติความมั่นคง ขณะที่ไทยกำลังจะเสียประเทศและเสียอธิปไตยในประเทศตัวเองด้วยเงื่อนไขของชาบัด พร้อมตั้งคำถามว่า หากชาวอิสราเอลที่มาเมืองไทยมีนิสัยดี เหตุการณ์หลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะอธิบายอย่างไร

ด้านนายนิติธร ล้ำเหลือ หรือ “ทนายนกเขา” ขึ้นเวทีปราศรัยบริเวณหน้าสถานทูตอิสราเอล โดยประกาศจุดยืนว่าประเทศไทยเป็นชาติที่ประชาชนมีศาสนา มีอารยธรรม และมีประวัติศาสตร์สืบทอดมายาวนานนับพันปี พร้อมย้ำว่า “แผ่นดินนี้คือแผ่นดินไทย ไม่ใช่ดินแดนพันธสัญญาของใคร”

นายนิติธรระบุว่า ไม่ว่ารัฐบาล หน่วยงานของรัฐ หรือฝ่ายความมั่นคงจะมีท่าทีต่อเรื่องนี้อย่างไร ประชาชนชาวไทยมีสิทธิแสดงออกและตั้งคำถามต่อการกระทำที่เห็นว่าบิดเบือนหลักศาสนา รวมถึงการใช้ความรุนแรงซึ่งสร้างความสูญเสียแก่ประชาชน

“เราไม่เห็นด้วยกับการเข้ามาและกลายเป็นการชักศึกเข้าบ้านทำให้ประเทศไทยอันตราย เราถึงมาวันนี้เพื่อแสดงจุดยืนว่าเราต้องเอาประเทศไทยของเราคืนมา ลำดับถัดไปจะเป็นช่วงเวลาสำคัญ” นายนิติธร กล่าว

จากนั้นนายสนธิ ลิ้มทองกุล อ่านจดหมายเปิดผนึกถึงเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย โดยระบุว่าประเทศไทยและประชาชนไทยต้องการเห็น “การกระทำ” ที่เป็นรูปธรรม ไม่ใช่เพียงคำตอบตามพิธีการ พร้อมย้ำว่า ความมีน้ำใจไม่ใช่ความอ่อนแอ การต้อนรับไม่ใช่การยินยอมให้ถูกข่มเหง และความสุภาพไม่ใช่ใบอนุญาตให้ใครเข้ามาทำอะไรก็ได้บนแผ่นดินของไทย

ข้อเรียกร้องในจดหมายเปิดผนึกมี 4 ข้อ ได้แก่ ขอให้อิสราเอลควบคุมพลเมืองของตนเองและกำชับนักท่องเที่ยวให้เคารพกฎหมาย วัฒนธรรม และคนท้องถิ่น, ไม่ปกป้องผู้กระทำผิดและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ไทยในการดำเนินคดี, เปิดเผยและโปร่งใสในการตรวจสอบการครอบครองที่ดินในจังหวัดฉะเชิงเทรา รวมถึงการดำเนินงานของศูนย์ Chabad และองค์กรที่เกี่ยวข้อง และส่งสารความไม่พอใจไปยังรัฐบาลอิสราเอล ให้ยุติการกระทำต่อพลเรือน โรงพยาบาล และโรงเรียน และปฏิบัติตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ

ช่วงท้าย นายสนธิกล่าวถึงการเคลื่อนไหวของภาคประชาชนว่า พ่อแม่พี่น้องครับ วันนี้พวกเรามาถูกเยาะเย้ย แดกดัน ถากถางว่าเป็นม็อบน้ำหมากกระจาย พ่อแม่พี่น้องคงรู้ว่าวันนี้เป็นบริบทแรกของการต่อสู้ของภาคประชาชน ผมเรียนให้ทราบแล้ว แล้วอินฟลูเอนเซอร์บางคนทะลึ่งโง่ไปพูดว่า เรื่องต่าง ๆ ที่ทำอยู่นั้นรัฐบาลแก้ได้หมด เพราะฉะนั้นล้มรัฐบาลไม่ได้ ผมจะไม่เอ่ยชื่อท่าน ไปดูเองแล้วกันว่าใครเป็นคนพูดคำนี้ ผมเคยพูดที่ไหนว่าผมจะล้มรัฐบาลชุดนี้ มันต้องล้มด้วยตัวของมันเองใช่ไหม สิ่งที่พวกเราทำก็ไม่ให้มันอยู่เป็นสุข เพราะมันทำชั่วไว้เยอะ ต้องปรับเปลี่ยน

นายสนธิยังกล่าวถึงการแก้ปัญหากลุ่มทุนสีเทาและการทำงานของรัฐบาล พร้อมย้อนถึงกรณีนายกรัฐมนตรีเดินทางไปให้กำลังใจชาวอิสราเอลที่ปาย และกล่าวถึงปัญหาที่เกิดขึ้นว่า หากรัฐบาลระบุว่าเป็นปัญหาจากรัฐบาลชุดก่อน นายกรัฐมนตรีก็อยู่มา 8-9 ปีแล้ว พร้อมประกาศการเคลื่อนไหวในพื้นที่ต่าง ๆ โดยวันที่ 13 ก.ย. จะเดินทางไปจันทบุรี ส่วนวันที่ 26 ก.ย. จะลงพื้นที่หาดใหญ่พร้อมนายปานเทพและ นพ. วรงค์ เดชกิจวิกรม ก่อนเดินทางต่อไปภูเก็ต ชลบุรี และขอนแก่น พร้อมระบุว่า “พวกเราจะเดินสายทั่วประเทศ”

Related Posts

Send this to a friend