เครือข่ายประชาชนหยุดกฎหมายขายแผ่นดิน จี้นายกฯ เบรกกฎหมาย SEC-แลนด์บริดจ์ หวั่นเอื้อกลุ่มทุน
เครือข่ายประชาชนหยุดกฎหมายขายแผ่นดิน ปักหลักทำเนียบฯ เป็นวันที่สอง จี้นายกฯ เบรกกฎหมาย SEC-แลนด์บริดจ์ หวั่นเอื้อกลุ่มทุน ขู่ยกระดับหากรัฐบาลเพิกเฉย
วันนี้ (23 มิ.ย. 69) เครือข่ายประชาชนหยุดกฎหมายขายแผ่นดิน ยังคงปักหลักที่ถนนพระรามที่ 5 ตรงข้ามทำเนียบรัฐบาล เพื่อจัดกิจกรรมคัดค้านร่างพระราชบัญญัติเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) และโครงการแลนด์บริดจ์
นายอภิศักดิ์ ทัศนี ในฐานะโฆษกของเครือข่าย เปิดเผยว่าการชุมนุมครั้งนี้เป็นการชุมนุมสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากกฎหมายพิเศษ ทั้งพระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และ SEC ข้อเรียกร้องหลักคือ ต้องการให้รัฐบาลชุดนี้หยุดผลักดันกฎหมายขายแผ่นดินหรือกฎหมายที่เอื้อประโยชน์ให้กับทุนและเอาทรัพยากรไปให้กับกลุ่มทุน เป้าหมายของเราอยากให้ประเทศไทยไม่มีกฎหมายพิเศษแบบนี้ เพราะมีบทเรียนจาก EEC แล้วว่า ไม่ทำให้ประเทศไทยได้รับประโยชน์
อย่างไรก็ตามกฎหมาย SEC ที่มีการร่างขึ้นมาเป็นกฎหมายแบบเดียวกันกับ EEC แทบจะ Copy-Paste มาเลย ซึ่งเรากังวลว่าหากนำกฎหมายลักษณะนี้ไปใช้ในพื้นที่ใต้ จะทำให้พื้นที่เปลี่ยนไปจากภาคเกษตรและการท่องเที่ยว เป็นพื้นที่อุตสาหกรรม
สำหรับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นเมกะโปรเจกต์ เป็นหนึ่งในหลายร้อยโครงการในการผลักดัน EEC ซึ่งมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน จึงเรียกร้องให้รัฐบาลหยุดโครงการนี้ เราเชื่อว่าการพัฒนาภาคใต้ไม่จำเป็นจะต้องมีโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมที่ใหญ่ขนาดนี้ แต่เราสามารถเติบโตและมีความยั่งยืนบนพื้นฐานทรัพยากร วิถีวัฒนธรรม และภาคการเกษตรที่มีอยู่ ไม่ควรที่จะเปลี่ยนไปเป็นภาคอุตสาหกรรมตามที่รัฐบาลฝันหรือคิดไว้
เราจะปักหลักจนกว่าจะได้ข้อเรียกร้อง ซึ่งได้แจ้งการชุมนุมไว้ถึงวันที่ 3 ก.ค. 69 ซึ่งหากไม่บรรลุตามข้อเรียกร้องก็จะชุมนุมต่อไป โดยเมื่อวานนี้ (22 มิ.ย. 69) เครือข่ายได้มีการยื่นหนังสือถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เราหวังว่ารัฐบาลจะรับฟังข้อเรียกร้องและพิจารณาให้เป็นจริง
นายอภิศักดิ์กล่าวต่อว่า เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษา แต่รัฐบาลจะต้องหยุดกระบวนการผลักดัน เราคาดหวังให้คำสั่งหรือมติที่จะมีผลทางกฎหมาย หยุดการผลักดันแลนด์บริดจ์ และ SEC นอกจากนี้เรายังหวังให้จัดทำแผนพัฒนาภาคใต้ ออกแบบเป็นกลไกอย่างไรก็ได้ แต่หัวใจสำคัญคือจะต้องให้คนภาคใต้มีส่วนร่วม เราไม่เอาการพัฒนาแบบที่รัฐบาลเสนอ
“ถ้าท่านนายกฯ จริงใจพอก็คงจะรับฟังเราได้ การส่งตัวแทนมาอาจจะไม่ใช่แสดงความจริงใจ แต่การแสดงความจริงใจคือ การเอาเสียงและข้อเรียกร้องของพวกเราไปพิจารณา”
นายอภิศักดิ์กล่าวว่า วันนี้มีการประชุม ครม. ซึ่งตรงกับการชุมนุมในวันที่ 2 ของเรา วาระการประชุมในวันนี้ไม่มีวาระที่เราได้ยื่นหนังสือไป หวังว่าหากรัฐบาลจริงใจกับประชาชน ยึดผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก หลังการประชุม ครม. ก็ควรจะออกมาพูดเรื่องนี้ว่าจะดำเนินการต่อข้อเรียกร้องของเราอย่างไร
หากรัฐบาลเพิกเฉยก็สะท้อนถึงความไม่จริงใจ ซึ่งเราก็จะยกระดับการชุมนุมต่อไป ที่ผ่านมารัฐบาลเร่งด่วนในการผลักดันโครงการ เร่งด่วนในการผลักดันแลนด์บริดจ์ แต่ไม่เร่งด่วนในการนำเรื่องไปพิจารณา หากจะเร่งด่วนในวันนี้ ครม. ควรคุยวาระของเรา หากเงียบและเพิกเฉยเท่ากับว่ารัฐบาลไม่มีความชอบธรรมในการบริหารประเทศ
“สิ่งที่รัฐบาลเสนอเป็นหายนะกับคนทั้งประเทศไม่ใช่แค่ in พื้นที่ภาคใต้ ไม่อยากให้มองว่า EEC หรือ SEC เป็นเรื่องของคนในภาคใต้ เพราะเราเจอกฎหมายในลักษณะนี้ทั่วทุกภูมิภาค กระบวนการในการเกิดขึ้นมีทั้งยึดที่ดิน ยึดน้ำ ให้สิทธิประโยชน์กับนักลงทุน มันไม่แฟร์สำหรับใครเลย โดยเฉพาะคนไทย เรื่องนี้ควรจะได้รับการทบทวน”
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เครือข่ายประชาชนหยุดกฎหมายขายแผ่นดิน มาจากการรวบรวมผู้ได้รับผลกระทบจากกฎหมายพิเศษ อาทิ กลุ่ม SEC Watch มี 3 ข้อเรียกร้องหลักคือ
1.หยุดกฎหมาย SEC ที่กำลังจะผลักดันเข้าสู่สภาฯ
2.หยุดโครงการแลนด์บริดจ์
3.เขียนการพัฒนาภาคใต้ใหม่ โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วม
ส่วนกลุ่มประมงพื้นบ้านจังหวัดระยอง มีข้อเรียกร้องให้ชดเชยเยียวยาผลกระทบจากการดำเนินโครงการมาบตาพุด ขณะที่กลุ่มปราจีนเข้มแข็ง เรียกร้องให้ยุติการขยายพื้นที่ EEC ไปยังจังหวัดปราจีนบุรี และขอให้ทบทวนการพัฒนาภาคตะวันออกที่ใช้กฎหมาย EEC













