POLITICS

แนวร่วม มธ.-วีโว่ เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา ทนายความ ระบุ ทุกคนถูกปล่อยตัว ไม่ต้องขอศาลฝากขัง

วันนี้ (5 ก.พ. 64) ที่ สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จากกรณีที่พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกสมาชิกกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม รวมทั้งกลุ่ม We Volunteer มารับทราบข้อกล่าวหาจากการร่วมกันจัดกิจกรรม #saveนิวมธ วันที่ 14 ม.ค.64 และกิจกรรมการเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา ม.112 ของ นายชยพล ดโนทัย หรือเดฟ เมื่อวันที่ 15 ม.ค. 64 ที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้ได้รับหมายเรียกจำนวน 22 คน อาทิ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล นายภาณุพงศ์ จาดนอก และนายปิยะรัฐ จงเทพ แต่วันนี้เดินทางมาทั้งหมด 21 คน
 
โดยการเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เวลาประมาณ 10.00 น. ซึ่ง นายปิยะรัฐ เดินทางมาถึงเป็นรายแรก ก่อนที่คนอื่นๆ จะทยอยเดินทางตามมา สำหรับบรรยากาศที่ สภ.คลองหลวง เจ้าหน้าที่ตำรวจจะตรวจบัตรประชาชน รวมทั้งถ่ายภาพและตรวจสอบกระเป๋าผู้ที่จะเข้าไปยังสถานีตำรวจ โดยอนุญาตให้ผู้ได้รับหมายเรียก ทนายความ รวมทั้งคนใกล้ชิดเข้าไปด้านใน ส่วนมวลชนและสื่อมวลชนให้ปักหลักรออยู่นอกสถานีตำรวจ

นายพริษฐ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งว่าจะนำตัวผู้ได้รับหมายเรียกไปขอศาลฝากขัง ซึ่งโดยหลักการแล้วถือเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง เพราะทุกคนไม่มีพฤติการณ์หลบหนี อีกทั้งกรณีนี้ยังมีอัตราโทษต่ำ หากส่งศาลฝากขังจะเป็นดุลยพินิจทำร้ายผู้เห็นต่างทางการเมืองมากเกินไป ซึ่งได้ย้ำเตือนไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า การใช้มาตรการรุนแรงเกินกว่าเหตุกับผู้เห็นต่างทางการเมือง จะไม่สามารถหยุดการต่อต้านและต่อสู้ของประชาชนได้ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจยอมปล่อยตัวออกมา โดยไม่ส่งศาลฝากขัง

ด้าน น.ส. ปนัสยา เผยว่า การเจรจากับเจ้าหน้าที่ตำรวจวันนี้มีเหตุผลมากพอที่จะไม่ส่งศาลฝากขัง ข้อแรก ทุกคนมีพฤติการณ์ไม่เคยหลบหนีมาก่อน ซึ่งเคยมีบรรทัดฐานมาแล้วจากศาลอาญารัชดาใต้ในคดี ม. 116 ที่สูงกว่าคดีนี้ ซึ่งต้องโทษ 7 ปี แต่คดีของกลุ่มตนเองมีโทษไม่ถึง 3 ปี ทำให้เห็นบรรทัดฐานว่า หากคดี ม.116 สามารถปล่อยตัวออกมาได้ คดีนี้ก็ควรทำได้เช่นกัน
 
อย่างไรก็ตามในวันเดียวกันนี้ นายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้เผยถึงกรณีนี้ ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า เดิมเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสั่งให้ผู้ต้องหาไปศาลเพื่อฝากขัง โดยระบุลงในบันทึกแจ้งข้อกล่าวหา ซึ่งผู้ต้องหาทั้งหมดให้การว่าไม่มีเหตุฝากขังตามกฎหมาย พร้อมระบุตัวอย่างคำสั่งของศาลลงในคำให้การ เนื่องจากคดีนี้ผู้ต้องหาเดินทางมาพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา 134 ไม่มีเหตุที่จะออกหมายขังผู้ต้องหา ตามมาตรา 71 ประกอบมาตรา 66

ทั้งนี้ เพราะผู้ต้องหามาพบตามหมายเรียกของพนักงานสอบสวน ไม่มีพฤติการณ์จะหลบหนี อีกทั้งผู้ต้องหายังเป็นนักศึกษา ไม่ได้มีพฤติการณ์ไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือไปก่อเหตุภยันตรายประการอื่น และมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง โดยได้เคยมีแนวคำสั่งของศาลอาญากรุงเทพใต้คดีหมายเลขดำที่ พ.70/2561 ได้วินิจฉัยไว้แล้วว่ากรณีผู้ต้องหามาพบพนักงานสอบสวนมีที่อยู่เป็นหลักแหล่งไม่มีที่จะออกหมายขังผู้ต้องหาไว้ระหว่างสอบสวน และต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เปลี่ยนแปลง โดยไม่สั่งให้เดินทางไปศาลเพื่อขอฝากขัง ซึ่งผู้ต้องหาทั้งหมดได้เดินทางกลับบ้านเรียบเป็นร้อยแล้ว

Related Posts