POLITICS

‘สุทิน’ ยืนยันงบกลาโหม เพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่ลดลง

ชี้จัดงบตามภัยคุกคามคู่แข่ง ย้ำมุ่งเร่งปรับลดกำลังพล โดยคำนึงขวัญกำลังใจ “คนไม่ใช่อิฐ ภารกิจต้องมี” ปฏิรูปกองทัพจึงใช้เวลา เตรียมเดินหน้า “ยุบหน่วย-ควบรวม-ปิดอัตรา” ต่อไป

วันนี้ (4 ม.ค. 67) นายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (กห.) ลุกขึ้นชี้แจงในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 5 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) เป็นพิเศษ เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 เป็นวันที่สอง

นายสุทิน กล่าวว่า กระทรวงกลาโหมนั้น เป็นกระทรวงที่พวกเรารวมถึงตนเองเมื่อคราวเป็นฝ่ายค้าน ตั้งคำถามมาตลอด จึงจะพยายามอธิบายในเวลาจำกัดให้ได้มากที่สุด แต่เนื่องจากประเด็นคำถามมาก หากไม่ครบ จะให้โฆษกชี้แจงรายละเอียดบางเรื่อง

นายสุทิน ตอบชี้แจงถึงประเด็นงบกองทัพที่ไม่ลด แม้ในภาวะวิกฤตว่า เดิมเคยคิดว่างบประมาณของกระทรวงกลาโหมนั้นสูง แต่หากเทียบกับทุกกระทรวงของรัฐบาล กระทรวงกลาโหมอยู่ในลำดับ 4 ยิ่งเทียบในส่วนงบกลางอยู่ลำดับ 5-6 จึงไม่ถือว่าเยอะ หากพิจารณาดี ๆ จะพบว่า งบประมาณกระทรวงกลาโหมในรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีนั้น ลดอยู่ แต่มีข้อจำกัดคือวิธีคิดและวิธีจัดงบประมาณของกระทรวงกลาโหม ที่อาจไม่เหมือนกระทรวงอื่น ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของประเทศด้วย

“ยามประเทศสงบไม่มีภัยคุกคาม ก็จัดระดับหนึ่ง ถ้ามีสัญญาณจะมีภัยคุกคาม จำเป็นต้องจัดงบประมาณเพิ่มขึ้น ยิ่งสำคัญที่สุดคือ การจัดงบประมาณกองทัพ ต้องดูคู่แข่ง ต้องดูประเทศซึ่งคิดว่าจะเป็นภัยคุกคาม ถ้าประเทศเขามีการพัฒนาศักยภาพไปไกลแล้ว เราจัดเท่าเดิมไม่ได้ เราก็ต้องจัดสู้เขา สู้มากสู้น้อยอยู่ที่ข้อจำกัดของเรา ดังนั้น วิธีคิดจัดงบประมาณของกระทรวงกลาโหม ในบางยุคบางวิกฤต เรารู้ว่าเราวิกฤต แต่เมื่อคู่แข่งเขาซื้ออาวุธ หรือพัฒนาศักยภาพที่เป็นภัยคุกคามเรา เราก็จำเป็นต้องเพิ่มศักยภาพเราเพื่อสู้กับเขา … เราไม่ลด ก็เสมือนลด เพราะเป็นการเพิ่มขึ้นในสัดส่วนลดลง” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวพร้อมเทียบค่าใช้จ่ายทางทหารของไทยที่ต่ำกว่ากลุ่มประเทศอาเซียน และต่ำกว่าประเทศพัฒนาแล้วในเชิงสัดส่วนต่อจีดีพี

นายสุทิน กล่าวถึงแผนการปรับลดกำลังพลระยะ 5 ปีว่า เมื่อเข้ามาดำรงตำแหน่งก็ให้ลดกำลังพลเร็วกว่านี้และมากกว่านี้ เช่น การลดนายพลที่มี 700 กว่าคนที่จะลดกว่า 50% เหลือ 350 คนในปี 2570 นั้น ส่วนตัวก็เร่งปรับลดผ่านโครงการ Early Retire ซึ่งคนและงบประมาณจะลดลงกว่านี้มาก ทั้งนี้ การปฏิรูปจะรวดเร็วอย่างใจไม่ได้ แต่ต้องคำนึงถึงขวัญกำลังใจของกำลังพลด้วย เพราะเป็นกระทรวงที่อ่อนไหวมากเกี่ยวกับความมั่นคง หากจะปฏิรูปก็ต้องพิจารณาว่ากระทบกับศักยภาพ ขีดความสามารถ และกำลังรบของกองทัพหรือไม่ หากปฏิรูปปุ๊บปั๊บ ปลดคน ยุบหน่วย จะกระทบขวัญกำลังใจของกำลังพล ก็จะเสี่ยง จึงต้องใช้เวลาปฏิรูปกองทัพ

ทั้งนี้ นายสุทิน ยังเปิดเผยว่า เมื่อ 2 วันที่แล้ว ได้ลงนามใน พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการกระทรวงกลาโหม ซึ่งต่อไปนี้จะมีข้าราชการพันธุ์ใหม่ เป็นข้าราชการพลเรือนในกระทรวงกลาโหม ไม่ใช่มีแค่ทหารสีเขียว แต่มีสีกากีด้วย หมายความว่าบางตำแหน่งไม่จำเป็นต้องติดยศ ต่อไปนี้ภาพในกระทรวงกลาโหมจะนุ่มลง ทำให้ภาระงบประมาณจะลดลง

“ถ้าถามต่อว่า ทำไมปีนี้งบประมาณกระทรวงกลาโหมด้านกำลังพลยังสูงอยู่ ตอบว่า ท่านครับ ผมเพิ่งมา 3 เดือน ถ้าจะให้มันลดลง ต้องปลดนู่นนี่นั่น ปลดหลายตำแหน่ง งบก็จะลด แต่ทำไม่ได้ คนไม่ใช่อิฐ ภารกิจต้องมี และขวัญกำลังใจเป็นเรื่องเซนซิทีฟมากสำหรับทหารที่วไป งบมันจะเริ่มเห็นลดลงในปีต่อ ๆ ไป สัมพันธ์กับกำลังพลที่ลดลง” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าว

นายสุทิน ยังกล่าวถึงตัวแบบที่จะดำเนินการต่อไปว่า “ยุบหน่วย-ควบรวม-ปิดอัตรา” คือ จะยุบหน่วยที่ไม่จำเป็น ควบรวมหน่วยที่ภารกิจใกล้เคียงกัน และปิดอัตราที่เกษียณแล้วโดยไม่บรรจุเพิ่ม

Related Posts

Send this to a friend